9 มี.ค. 2021 เวลา 12:02 • ดนตรี เพลง
F♯ A♯ ∞ โลกหลังวันล่มสลายและอัลบั้มเดบิ้วระดับตำนาน
ของวง God Speedyou! Black Emperor
รูปหน้าปกของอัลบั้ม F♯ A♯ ∞
ของ อัลบั้มF♯ A♯ ∞ เป็นอัลบั้มเดบิ้วระดับตำนานของวงสัญชาติ Canada นามว่า
God Speedyou! Black Emperor
ถูกปล่อยครั้งแรกในวันที่ 14 สิงหาคมปี 1997 ภายใต้การจัดจำหน่ายโดยค่าย
Constellation Records ในรูปแบบของ Vinyl
F♯ A♯ ∞ เวอร์ชั่น Vinyl ที่จัดจำหน่ายโดยค่าย Constellation Records
และปล่อยในเวอร์ชั่น Cd โดยค่าย Kranky Records ในปี 1998 และได้เพิ่มเพลง
ชื่อ Providence ความยาวกว่า 30 นาทีลงไปด้วย
F♯ A♯ ∞ เวอร์ชั่น CD ที่จัดจำหน่ายโดยค่าย Kranky Records
โดยเป็นเพลงอัลบั้มแนว Post-Rock,Ambient โดยตัวอัลบั้มจะเป็นเพลงที่มีแต่เสียงของเครื่องดนตรีเป็นส่วนใหญ่ไม่มีเนื้อเพลงแต่จะมีการสอดแทรกถ้อยคำหรือที่วงการเพลงเรียกว่า Spoken Word
โดยอัลบั้มนี้จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสิ้นหวังของสังคมในยุคปัจจุบันและมีการโยง
เกี่ยวกับการเมืองทางด้านระบบการปกครองที่มีแต่ความโสมม
Faulty Schematics of a Ruined Machine
โดยความพิเศษของวงนี้คือการสามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้โดยไม่ต้องใช้เนื้อ
เพลงและมีการ Dynaimic mood ของ Track ในอัลบั้มซึ่งทำให้อัลบั้มนี้ดูมหัศจรรย์และเหนือกาลเวลา
ในตอนนั้นอัลบั้มนี้ถูกพูดถึงในสังคมคนฟังเพลงใต้ดินแค่วงแคบมากๆเพราะถูกผลิตในจำนวนที่จำกัดและถ้าจะรู้จักอัลบั้มนี้ได้ส่วนใหญ่จะได้ยินจากปากต่อปากไม่ก็ฟัง
สดตามทัวร์ของวง
โดยเว็บไซต์รีวิวเพลงชื่อดังอย่าง PitchFork ได้ให้คะแนนอัลบั้มนี้สูงถึง 9.5 เต็ม 10 คะแนน และถูกจัดอันดับอยู่ในอัลบั้มเพลงที่ 45 จาก 100 อัลบั้มจากยุค 90 ที่ดีที่สุด
และเว็บไซต์คอมมูนิวตี้ของชาวอินดี้เฮดอย่าง Rate Your Music ได้ให้คะแนนรีวิว
อัลบั้มนี้อยู่ที่ 4.12 เต็ม 5 คะแนนอยู่ในอันดับที่ 2 ในปี 1997 เป็นรองให้กับอัลบั้มในตำนานอย่าง Ok Computer ของวง หัววิทยุ หรือ RadioHead
นักวิจารณ์หลายคนได้ให้ความเห็นว่า
”อัลบั้มนี้เป็นอัลบัมPost-Rock ที่มีความUnique และทรงพลังในการปฏิวัติวงการ
และยากที่จะหาใครมาเทียบเคียงได้"
และหากมองในวงการ Post-Rock อัลบั้มนี้ถือเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่สร้างบรรทัดฐานให้กับการทำเพลง Post-Rock รุ่นหลังอีกด้วย
ด้วยความ Iconic ของอัลบั้มผู้กำกับหนังชาวอังกฤษ Danny Boyle ได้รับแรงบรรดาลใจจากอัลบั้มนี้อย่างมากในการสร้างหนังซอมบี้ขึ้นหิ้งอย่าง 28 Days Later…
ผู้กำกับหนังชาวอังกฤษ Danny Boyle
ภาพยนต์ 28 Days Later
โดยให้สัมภาษณ์ไว้กับหนังสือพิมพ์ของอังกฤษอย่าง The Guardian ไว้ว่า
“ผมพยายามนึกถึง Soundtrack เอาไว้ในหัวของผมตลอดเวลาในขณะที่ผมกำกับ
หนังเรื่องนี้ ก็เหมือนตอนที่เรากำกับหนังเรื่อง Trainspotting โดย Soundtrack ที่
วางไว้คือเพลงของวง Underworld ส่วน 28 Days Later นั้นก็คือ GodSpeed โดย
ในหัวของผมเหมือนกับว่าหนังทั้งเรื่องใช้ Soundtrack จากวงนี้เลย”
และในหนังก็ได้มีการนำเพลง East Hastings’ ไปใช้กับหนังอีกด้วย
โดยเพลงในอัลบั้มได้รับคำนิยามจากคุณ David Keenan ไว้ว่า
“เทปลูปแห่งโลกาวินาศ” จึงทำให้เพลงโดยรวมของอัลบั้มนี้จะอยู่ในแนวโลกาวินาศหรือ Apocalyptic ซะส่วนใหญ่
David Keenan นักเขียนจากนิตยสาร The Wire
โดยเริ่มด้วยเพลงเปิดอย่าง The Dead Flag Blue โดยแบ่งย่อยเป็น 3 เพลงย่อย
เพลงย่อยแรกมีชื่อว่า The Dead Flag Blues (Intro) ที่เปิดด้วยการพูดของ
Efrim Menuck มือกีต้าร์ประจำวงและมีเสียงดนตรีคออยู่ด้วยโดยเขาได้อธิบายเกี่ยวกับ เมืองที่ถูกทิ้งร้าง และ
รัฐบาลก็เต็มไปด้วยการคอรัปชั่น
ผู้คนในเมืองมีแต่พวกขี้เมา
Efrim Menuck มือกีต้าร์ประจำวง GY!BE
เพลงย่อยต่อมาใช้ชื่อว่า Slow Moving Trains” / “The Cowboy.. เปิดด้วยเสียงรถ
ไฟวิ่งอย่างช้าๆและตามมาด้วยเสียงรบกวนที่มีเพิ่มระดับขึ้นเลื่อยๆ ซึ่งในที่สุดก็จะ
พัฒนาเป็นเมโลดี้แบบเพลงตะวันตก
จบลงด้วยเพลงย่อยสุดท้ายโดยใช้ชื่อว่า The Dead Flag Blues (Outro)" โดยเป็นเสียงเครื่องดนตรี Glockenspiel เล่นกับ ไวโอลิน และมีการใช้การใช้เสียงสไลด์
กีต้าร์ในการประกอบด้วย
เครื่องดนตรี Glockenspiel
Track ต่อมาใช้ชื่อว่า East Hastings โดยได้รับชื่อมาจากถนนเส้นหนึ่งในเมือง
Vancouver Cannada
ถนน Hastings ในปี 1945
แบ่งเป็น 3 เพลงย่อยเช่นกันโดยเพลงย่อยแรกใช้ชื่อว่า
“Nothing’s Alrite in Our Life...” / “The Dead Flag Blues (Reprise)” โดยจะเปิดด้วยทำนองเดียวกับเพลง The Dead Flag Blues แต่บรรเลงด้วยปี่สก็อตและมีเสียงพื้นหลังเป็นนักเทศน์ข้างถนนโดยเนื้อหาคล่าวๆจะเกี่ยวกับสังคมของอเมริกาและ
ความหลงไหลในศาสนา
สิ้นเสียงของนักเทศน์ก็จะเริ่มเข้าสู่เพลงย่อยที่ 2 ใช้ชื่อว่า The Sad Mafioso...
โดยในเพลงนี้จะเริ่มด้วย Riff ของกีต้ารแล้วค่อยเร็วยิ่งขึ้นเริ่มมีเสียงกลองเข้ามา
บรรเลงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีกซึ่งสามารถทำให้ผู้ฟังรู้สึกได้หลายอารมณ์ไม่ว่า
จะเป็นความสิ้นหวัง ความโกรธ ความเสียใจ และ ความสวยงาม
จนกระทั่งการบรรเลงเงียบลงก็จะเข้าสู่เพลงย่อยที่ 3 ใช้ชื่อว่า “Drugs in Tokyo” / “Black Helicopter" ในช่วงที่เริ่มมีเสียงรบกวนแบบอิเล็กทรอนิกส์และเสียงพึมพำ
และจบลงด้วยเสียงเบส
แล้วก็จะเข้าสู่เพลงสุดท้ายของอัลบั้ม Providence เป็นเพลงที่เพิ่มมาจากเวอร์ชั่นแผ่นเสียงความยาว 30 กว่านาทีแบ่งเป็น 6 เพลงย่อย ได้แก่
“Divorce & Fever...”
“Dead Metheny...”
“Kicking Horse on Brokenhill”
“String Loop Manufactured During Downpour...”
Silence < เพลงนี้จะเป็นเสียงเงียบ
“J.L.H. Outro"
Fun Fact:J.L.H. Outro เป็น Hidden Track ของ Providence โดยจะเริ่มเล่นเมื่อสิ้นสุดเสียงเงียบ
โดยเป็นการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ John Lee Hooker นักดนตรีชาวอเมริกัน แนว Blues
ความเห็นส่วนตัวของแอด
.
.
.
ตอนที่ผมได้รู้จักอัลบั้ม F♯ A♯ ∞ เป็นครั้งแรกความรู้สึกแรกคือมันเป็นเพลงที่แปลก
มากๆแล้วด้วยซาวด์ทีหม่นๆจึงทำให้ลองฟังพอฟังไปฟังมาดันฟังจนจบ
อัลบั้มซึ่งเป็นอะไรที่แปลกมากที่ฟังอัลบั้มที่ยาวเป็นชั่วโมงโดยความรู้สึกเหมือน
หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลยจึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ แอดมิน โปรดปรานมากและจะชอบหยิบมาฟังอยู่บ่อยครั้งโดยผมแนะนำว่าถ้าท่านผู้อ่านกำลังจะเริ่มฟังเพลง
แนวPost-Rock ผมขอแนะนำอัลบั้มนี้ไปฟังเลยครับซึ่งอาจจะทำให้เป็นเพลงแนว
โปรดของคุณเลยก็ได้ :)
โฆษณา