9 มี.ค. 2021 เวลา 15:47 • ปรัชญา
#พุทธทาสและสวนโมกข์ไม่ตาย
ควรจะมีหนังสือทุกเล่มมารวมอยู่ เทปทุกม้วนมารวมอยู่ ตลอดถึงอะไรต่าง ๆ ที่มันจะแสดงให้เป็ประโยชน์ได้ก็มารวมอยู่ เป็นอนุสาวรีย์ หรือว่ามีรูปปั้นสักรูปหนึ่งก็พอ จะได้มาดูว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร อย่างนี้เป็นต้น แล้วได้พูดอะไรไว้เท่าไร อย่างไร หรือว่าทำงานอะไร ค้างคาอยู่ ถ้าทำได้อย่างนี้ สวนโมกข์มันอยู่ได้ตลอดไป ในความหมายว่า ผมไม่ได้ตาย
.
ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด ว่าจะทำกันอย่างไร นอกจากพูดว่าทำการรักษาที่มันมี ๆ อยู่แล้วไว้ตามความมุ่งหมายเดิม เพราะว่าอันนี้ไม่ได้ทำเพื่อใครโดยเฉพาะ แล้วอย่าคิดว่าทำเพื่อผมนะ มันเล็กเกินไป แม้ทำเพื่ออาจารย์นี้มันก็ยังเล็กเกินไปนิดเดียวเกินไป ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อประโยชน์แก่ทุกคนหรือว่าพระศาสนา ถ้าว่าสถาบันนี้มีประโยชน์แก่พระศาสนา ก็คือแก่ทุกคนในโลก ก็ช่วยกันรักษาไว้เท่านั้นเอง
.
ฉะนั้นอาจจะต้องใช้วิธีการอย่างที่เขาทำกันอยู่ทั่วโลก เมื่ออาจารย์ตายไปคนหนึ่งแล้ว มันก็มีคณะกรรมการเกิดขึ้นแทน คอยทำอะไรได้ทุกอย่างเหมือนที่เคยทำ รวมทั้งตอบปัญหา แล้วหนังสือเล่มไหนมันมีอะไร ถ้าได้ทำสารบาญไว้อย่างละเอียด ก็จะสะดวกมาก คือจะตอบคำถามได้ทันที โดยพลิกดูสารบาญ เรื่องนั้นอธิบายไว้ในเล่มไหน เช่นว่าเรื่องนิพพาน อนัตตา สุญญตา กรรม วัฏฏสงสาร มือยู่ในหนังสือเล่มไหนบ้าง พอเกิดปัญหาขึ้นมาก็พลิกดู เดี๋ยวนี้ไม่มีพระองค์ไหนสนใจจะทำ คือไม่เห็นคุณค่า ถ้าทำแล้วมันจะมีประโยชน์แก่คนนั้นเอง ในหนังสือเล่มใหญ่ (ธรรมโฆษณ์) ไม่ต้องคำนึงถึงเล่มเล็กหรอก.
.
มันก็อาจจะเป็นไปได้ หรือไม่อาจจะเป็นไปได้ มันแล้วแต่เหตุปัจจัยเหมือนกัน คนสืบชั้นหลังมันยังรักอยู่ มันยังทำอยู่ มันขวนขวายช่วยกันแปลเป็นภาษาต่างประเทศ นั่นแหละคืองานที่มันแผ่ขยายสูงสุด บางเรื่องที่ไม่มีใครเห็นด้วย ก็จะค้านกันด่ากันเป็นการใหญ่ แล้วต่อไปข้างหน้ามันก็ต่อสู้กันเอง ความคิดมันก็ต่อสู้กันเอง ที่ไม่เคยเห็นด้วยมันก็จะเห็นด้วย
.
ผมเชื่อเหลือเกินว่า ต่อไปข้างหน้าในอนาคตนี้ การศึกษาหรือนักศึกษาจะมองเห็นอย่างที่เรามองเห็น แล้วจะมองอย่างตามเรามา ในการอธิบายปฏิจจสมุปบาทก็ดี นิพพานก็ดี อะไรก็ดี คนในอนาคตจะมองตามเรามา พวกหนึ่งก็ด่าไป พวกหนึ่งก็เห็นด้วย ผมพยากรณ์ แล้วกล้าท้าว่า การศึกษาการตีความหมายแห่งธรรมะนี้เขาจะต้องเอาอย่างเรา.
.
ฉะนั้นผมไม่กลัวดอกที่ว่าเขาจะด่า หรือว่าไม่กลัวที่ว่า
จะมาพิสูจน์คัดค้าน แต่ไม่ใช่ทะเลาะกันนะ ต้องพูดกันอย่างนักศึกษาสุภาพบุรุษ ว่าข้อนี้ต้องเป็นอย่างนี้ ๆ อาจารย์ใหญ่ที่เขานับถือกันเกือบจะทั้งโลก เช่นพระญาณดิลก อธิบายปฏิจจสมุปบาทแบบพระพุทธโฆษาจารย์ เพื่อมีตัวตน เพื่อศีลธรรมดี นี้ไม่ตรงตามพุทธวจนะ นี้ก็ดูเถอะผู้ที่ยอมรับกันว่าฉลาดที่สุด เขาก็ยังเอาแบบนี้ คือพระญาณดิลก ลังกา พม่า ทั้งหมดเขาก็อธิบายกันอย่างนั้น ไม่มีใครอธิบายอย่างเราดอก มันอาจจะมีบ้าง แต่เราไม่พบ เรายังค้นไม่พบ
.
ต้องอธิบายเรื่องปฏิจจสมุปบาท เรื่องกรรม เรื่องอะไร
ต่าง ๆ ให้ใช้ประโยชน์ได้ และใช้ประโยชน์กันที่นี่ ไม่ใช่ต่อตายแล้ว ต้องมีนิพพานกันมากขึ้น ถ้าเราทำถูกต้อง นิพพานจะมีขึ้นในหมู่มนุษย์มากขึ้น ๆ ในความหมายของนิพพานจนกว่าจะสมบูรณ์แล้วก็ก่อนตายด้วยฉะนั้นเรื่องที่มันเหมือนกับพลิกแผ่นดินนั้น เราจะไม่คัดค้านใคร แม้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับเขา แต่เราจะพูดว่า เราขอแสดงความคิดเห็นอย่างนี้เทียบคู่กันไว้ในโลกนี้ ฉะนั้นคำสอนประเภทมีตัวตนประเภทพวกนั้นก็คงไว้ เรื่องนรก สวรรค์ เรื่องอะไรอย่างที่เขาอธิบายกันอยู่ก็คงไว้สำหรับคนพวกนั้น แต่เราขอเสนออย่างอื่น ให้เป็นสวรรค์จริงกว่านั้น นรกจริงกว่านั้น เป็นสันทิฏฐิโกที่สุด อกาลิโกที่สุด เอหิปัสสิโกที่สุด สิ่งใดที่เราพูดว่า "ท่านจงมาดู" มันต้องมีอยู่ในใจของเราไม่อย่างนั้นมันก็พูด เรื่องนรกแต่ปาก เรื่องสวรรค์ เรื่องนิพพาน เรื่องอะไรก็ตาม.
.
แล้วนิพพานอยู่อีกกี่รัอยพันชาติหมื่นชาติแล้ว ดูอะไรกันเล่า มันก็ดูไม่ได้ โกหก เหลวคว้าง ธรรมะนั้นก็ไม่จริง ฉะนั้นช่วยกันให้ดีที่สุด ให้พระธรรมเป็นของจริง คือ สันทิฏฐิโก-มันมีอยู่ในใจ รู้สึกอยู่ในใจ ที่นี่และเดี๋ยวนี้, อกาลิโก-ไม่ต้องรอต่ออีกชาติหน้า, เอหิปัสสิโก-มาสิมาดูเดี๋ยวนี้สิมีให้ดู, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ-ก็รู้ได้เฉพาะคนที่ไม่โง่เกินไป เมื่อได้อย่างนั้นจึงจะกล่าวได้ว่า สวากขาโต ภควตา ธัมโม นี้เราดำเนินกิจการไปในลักษณะที่ธรรมะจะเป็นอย่างนี้มากขึ้น ๆ แล้วทุกอย่างให้ถูกต้องหมด คือให้ดับทุกข์ได้หมด.
.
#พุทธทาสภิกขุ
#๕๐_ปีสวนโมกข์_ภาค_๒ #เมื่อเราพูดถึงเรา #หน้า_๒๒๙
โฆษณา