10 มี.ค. 2021 เวลา 11:26 • หุ้น & เศรษฐกิจ
รีวิวหุ้นในพอร์ตถือยาว EP.1
1
อย่างที่ผมเคยบอกเพื่อนๆไปในบทความก่อนๆว่าผมมีพอร์ตหุ้นอยู่สองพอร์ต คือพอร์ตเก็งกำไรตามสัญญาณทางกราฟเทคนิคและพอร์ตถือยาว
โดยพอร์ตถือยาวนั้นผมจะไม่ได้ให้น้ำหนักกับกราฟเทคนิคในการซื้อขายในพอร์ตนี้มากนัก แต่ผมจะซื้อขายด้วยการประเมินมูลค่าทางพื้นฐานที่ผมประมาณไว้ หากมีหุ้นที่ผมชอบและมันมีราคา Undervalue ผมก็จะทยอยเก็บสะสมไปเรื่อยๆ แต่ข้อสำคัญสำหรับการถือถือยาวลักษณะนี้ คือ เราต้องคอยติดตามผลการดำเนินงาน และความเสี่ยงในอนาคตของกิจการตลอด เพราะกิจการที่พื้นฐานดีในตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะพื้นฐานดีไปได้ตลอด
โดยหุ้นที่ผมทยอยสะสมเก็บมาเรื่อยๆตัวแรกคือ CPALL
ภาพจาก https://www.prachachat.net/finance/news-619135
CPALL ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven และให้สิทธิแก่ผู้ค้าปลีกรายอื่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และลงทุนในธุรกิจสนับสนุนธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ อาทิ ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปและเบเกอรี่ ตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบชำระเงินสดและบริการตนเองภายใต้ชื่อ "แม็คโคร" และล่าสุดยังมีการซื้อ Tesco Lotus และ เตรียมขยายสาขาของเซเว่นที่ต่างประเทศ โดยได้รับสิทธิเฟรนไชส์ที่ลาวและกัมพูชาเป็นระยะเวลา 30 ปี
แล้วความเสี่ยงล่ะมีไหม❓
ความเสี่ยงแรกที่ผมมองคือ การเติบโตของเซเว่นภายในประเทศ โดยในปัจจุบัน CPALL มีแผนที่จะเปิดสาขาเพิ่มในประเทศทุกปี ปีละ 700 สาขา ซึ่งเอาตรงๆในมุมมองของผมแต่ละสาขาที่เปิดใหม่คงทำกำไรไม่ได้บูมเท่าตอนขยายสาขาแรกๆเมื่อหลายปีก่อน เพราะตอนนี้มองไปไหนก็เจอแต่เซเว่นอยู่แล้ว
ความเสี่ยงที่สอง คือ ภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้เงินซื้อโลตัส โดยคาดว่าผลกระทบระยะสั้นจากการควบรวม จะไม่เพิ่มกำไรให้กับ CPALL (อาจจะทำให้กำไรลดลงด้วย) เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจาก TESCO จะถูกลดทอนด้วยดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้เงินมาซื้อ TESCO
ความเสี่ยงที่สาม คือ การขยายสาขาที่ลาวและกัมพูชา ในตอนเริ่มแรกน่าจะขาดทุนจากค่าก่อสร้างและยังอยู่ในช่วงสร้างฐานลูกค้า เป็นปกติครับเวลาขยายสาขาไปต่างประเทศสำหรับธุรกิจค้าปลีกยากมากที่จะทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรก ยกตัวอย่าง Lawson ที่ญี่ปุ่นมาเปิดสาขาที่ไทยก็มีผลการดำเนินงานขาดทุน ต้องอาศัยเงินช่วยเหลือจากสาขาแม่ที่ญี่ปุ่น
1
ความเสี่ยงที่สี่ คือ การต่อสัญญากับ PTT โดยสัญญาเซเว่นในปั๊มระหว่างปั๊มน้ำมันและเซเว่นจะหมดในอีก 2 ปี ซึ่งการที่ PTT ดัน OR เข้าตลาดก็น่าคิดว่าจะดัน Jiffy เข้ามาเป็นค้าปลีกหลักแทนไหม เพราะเป็นของ OR เองได้รับกำไรเต็มๆไม่ต้องแบ่งให้เซเว่น แต่โดยส่วนตัวก็ยังเชื่อว่า OR จะต่อสัญญากับ CPALL เนื่องจากเซเว่นยังดึงดูดผู้บริโภคมากกว่า Jiffy อยู่
ความเสี่ยงขนาดนี้ทำไมยังน่าสนใจล่ะ❓
1.เชื่อในผู้บริหารครับ ผมมองว่า CPALL ผู้บริหารเก่งมากๆ ทำผลการดำเนินงานมีกำไรเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และทำการรีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินของกิจการ
2.ในดีลซื้อ Tesco แม้ระยะสั้นจะมีปัจจัยกดดันจากดอกเบี้ยจ่าย แต่ในระยะยาวคาดว่าจะได้ผลดีจากการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกและ cost saving & synergy ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นได้ (ตอนแรกต้องจ่ายดอกเบี้ยจ่ายสูงแต่พอผ่อนไปเรื่อยๆเดี๋ยวดอกเบี้ยจ่ายก็จะลดลงเอง เมื่อถึงตอนนั้น CPALL จะรับรู้กำไรจาก Lotus แต่คงต้องใช้เวลา)
3. ในระยะยาวการขยายสาขาไปต่างประเทศน่าจะเพิ่มผลกำไรให้กิจการได้ จากฐานลูกค้าใหม่ แม้ในระยะเริ่มต้นอาจขาดทุน
1
เพราะฉะนั้นผมมองว่าในภาพระยะยาว CPALL ยังมีหลายอย่างที่สามารถจะเติบโตในแง่ผลกำไรได้ แต่ในระยะ 1-2 ปีนี้คงยากหน่อยที่กำไรจะเติบโตเนื่องจากเหตุผลจากความเสี่ยงที่ผมได้กล่าวไปในตอนแรก
แล้วในแง่ราคาล่ะน่าสนใจไหม ❓
โดยปกติ CPALL มีค่าเฉลี่ย PE อยู่ที่ 32 เท่า ซึ่งกำไรในปี 2020 CPALL มีกำไรต่อหุ้นเพียง 1.68 บาทเนื่องจากผลกระทบจากโควิททำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวหายไป แต่ถ้าเราเอากำไรปี 2019 (สถานการณ์ก่อนโควิท) CPALL จะมีกำไรต่อหุ้นที่ 2.38 บาท ซึ่งถ้าคูณกับ PE เฉลี่ยที่ 32 เท่าจะได้ราคาเหมาะสมที่ 76 บาท โดยส่วนตัวมองว่า CPALL น่าจะกลับมากำไรเท่าตอนก่อนโควิทได้ในตอนปี 2022 ขึ้นไป (ปีนี้ยังไม่น่าจะกลับมาได้แน่ๆ)
โดยหลังจากผมคำนวณราคาเหมาะสมด้วยวิธีของผมแล้ว ผมก็ทยอยซื้อ ตั้งแต่ราคามี MOS 10% คือตอน 68 บาท และตอนมี MOS 20% คือตอน 60 บาท และไม้สุดท้ายตอน MOS 25% คือช่วงราคาแถวๆ 57 บาท (จริงๆควรซื้อตอนมี MOS 20% ขึ้นไป)
2
ซึ่งในตอนนี้ CPALL ก็ได้ราคาขึ้นมาที่ 68 แล้วโดยส่วนตัวผมคงไม่ซื้อเพิ่มต่อให้กราฟจะสวยเพราะนี่คือพอร์ตถือยาวผมไม่ได้สนใจกราฟเทคนิคเหมือนพอร์ตเก็งกำไรมากนัก แต่ก็คงไม่ขายออกเพราะราคาก็ยังต่ำกว่าที่ผมประเมินไว้
งั้นถ้าราคาขึ้นไปถึง 76 จะขายออกมาหมดเลยใช่ไหม❓
ถ้าราคาถึงเป้าหมายที่ผมคำนวณไว้ผมก็จะกลับมาดูครับว่าตอนนั้นกิจการทำกำไรได้เป็นอย่างไร หากยังมีแนวโน้มที่ดี ผมก็คงถือต่อ เพราะนี่ก็บอกไปแล้วว่าคือพอร์ตถือยาว แต่ถ้าหากกำไรยังไม่ดีเลยแต่ราคาขึ้นไปเท่ากับที่ผมประเมินแล้วผมก็อาจแบ่งขายทำกำไรออกไปบางส่วนครับ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับฝากกดแชร์และกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ทางเพจด้วยนะครับ
เขียนบทความโดยนักลงทุนตัวอ้วน
2

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา