12 มี.ค. 2021 เวลา 12:18 • หนังสือ
Book Review:
หนึ่ง บวก หนึ่ง เท่ากับ สาม
ONE PLUS ONE EQUALS THREE
- DAVE TROTT -
หลายต่อหลายครั้งที่เราถูกปลูกฝังความคิดให้อยู่ในกรอบเดิมๆ รูปแบบการคิดเดิมๆ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและการดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวันโดยไม่รู้ตัว
บ้างก็เพราะเรารู้สึกกลัวและไม่มั่นคงที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง หรือไม่เหมือนกับที่คนส่วนใหญ่ทำ หรือสังคมกำหนดให้เราเดินตาม ซึ่งนั่นก็ทำให้เรามองหาผลลัพธ์ใหม่ แต่ใช้ input เดิมๆ process เดิมๆ แต่หวัง results ที่ดีกว่าเดิม นี่คือกับดักทางความคิดที่ขวางกั้นการเติบโตของเราโดยไม่รู้ตัว
เมื่อกรอบความคิดกลายเป็นอุปสรรค การออกแบบทางเลือก จึงเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยให้เรามีอิสระในการตัดสินใจโดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดและต่อต้าน
ในหนังสือ หนึ่ง บวก หนึ่ง เท่ากับ สาม เล่มนี้นำเสนอทางเลือกในการคิดแบบใหม่ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิม มิหนำซ้ำอาจจะดีกว่าเดิมอีกด้วย
ส่วนที่ 2 ในหนังสือเล่มนี้ : การออกแบบทางเลือก
ในหนังสือได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจไว้ดังนี้ ตัวอย่างเช่น วิธีการแก้ปัญหานักเรียนหญิงในโรงเรียนอเมริกาแห่งหนึ่งที่ชอบประทับรอยลิปสติกไว้บนกระจกในห้องน้ำ แทนที่ครูใหญ่จะใช้วิธีการเดิม คือดุด่าว่ากล่าวนักเรียน ซึ่งหลายครั้งก็มักจะใช้ไม่ได้ผลกับนักเรียนวัยรุ่นที่คึกคะนองเหล่านั้น ครูใหญ่กลับพานักเรียนมาดูวิธีลบรอยลิปสติกที่กระจกของภารโรงแทน ภารโรงจึงสาธิตให้ดูว่าเขาจุ่มไม้ถูพื้นลงในโถส้วม แล้วบิด จากนั้นจึงนำไปถูกระจก หลังจากนั้นนักเรียนหญิงเหล่านั้นก็ไม่กล้าประทับรอยลิปสติกบนกระจกอีกเลย แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากจูบน้ำในโถส้วมนั่นหรอก
ที่สำคัญก็คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้เกิดจากการเปลี่ยนวิธีนำเข้า input แบบใหม่เข้าสู่สมองของนักเรียนหญิงต่างหากที่ทำให้กระบวนการคิดของนักเรียนหญิงเปลี่ยนไป จึงนำไปสู่พฤติกรรมใหม่ต่อไป
หรืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ ร็อบ ดีเคล็น ค้นพบในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเคนต์ ที่เกลื่อนกลาดไปด้วยห่อขนม ถุงมันฝรั่งอบกรอบ กระป๋องเครื่องดื่ม และขวดน้ำ ถูกทิ้งไว้ทั่วท้องถนนในเมือง เจ้าของร้านแห่งหนึ่งจึงแก้ปัญหาด้วยวิธีการเขียนชื่อของคนซื้อไว้ที่สินค้า ซึ่งวิธีการนี้ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการทิ้งของผู้คนโดยสิ้นเชิง ใครเล่าจะอยากให้คนในสังคมรู้ว่าตัวเองเป็นคนมักง่ายทิ้งขยะโดยไร้จิตสำนึกล่ะ
สิ่งเหล่านี้คือวิธีการออกแบบทางเลือก ที่จะเปลี่ยนจากสมการเดิม ไปสมการใหม่ เพื่อผลลัพธ์ใหม่นั่นเอง
อีกตอนที่ดิฉันชอบคือ : ให้ดอกไม้พูดแทน
เป็นตอนที่เดวิด ทร็อตต์ ลืมสั่งดอกไม้ให้ภรรยาช่วงวาเลนไทน์ แต่ดีที่มีร้านดอกไม้แห่งหนึ่งโทรหาแล้วถามเขาว่ามีอะไรให้ทางร้านดอกไม้ช่วยหรือไม่ แน่นอนว่าคุณทร็อตต์ ตัดสินใจสั่งดอกไม้จากร้านนี้ทันที นี่คือกลยุทธ์การขายที่ดีมาก เพราะร้านดอกไม้วิเคราะห์ได้ถึงการที่ผู้ชายส่วนใหญ่มักหลงลืมที่จะสั่งดอกไม้ให้แฟน หรือ ภรรยา การโทรไปถามจึงเสมือนเป็นการช่วยเตือนความทรงจำ และความต้องการสั่งซื้อสินค้าของผู้ชายเหล่านั้นด้วย นี่ไม่ใช่แค่การทำงานแบบ proactive เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ร้านขายดอกไม้จัดเตรียมคลังสินค้า และวางแผนจัดส่งดอกไม้ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ที่ยอดไปกว่านั้น ร้านดอกไม้นี้จะได้ลูกค้า loyalty แถมอาจช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้อย่างถาวร เพราะทุกคนก็อยากที่จะซื้อสินค้า กับร้านค้าที่ใส่ใจตนเองมากกว่าแน่นอน
ดังนั้นการเปลี่ยน process การทำงานจากเดิมที่รอให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าเอง แต่เปลี่ยนเป็นโทรเข้าหาลูกค้าที่ต้องการสินค้าแน่ๆ กลายเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เพียงครองใจลูกค้า แต่ทำให้คุณทำกำไรได้อย่างง่ายดายกว่าเดิมด้วยซ้ำไป
การออกแบบทางเลือก จึงเป็นการออกแบบสมการความคิดที่ทำให้คุณได้ผลลัพธ์ใหม่หากคุณออกแบบได้อย่างถูกต้อง
เมื่อการคิดกลายเป็นอุปสรรค : ในตอนนี้กล่าวถึง สิ่งที่เกิดขึ้นในการบรรยายของเชอริล แซนด์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟสบุ๊ก ซึ่งแซนด์เบิร์กได้เรียนรู้จากผู้เข้าร่วมหญิงท่านหนึ่ง ที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงหลังจากตอบคำถามไป 20 นาที และผู้บรรยายอนุญาตให้ถามอีกแค่ 2 ข้อ ปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมงานบรรยายชายยังคงถามต่อไป แต่กลับไม่มีผู้เข้าร่วมงานหญิงท่านใดถามอีกเลย ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมหญิงที่เห็นข้อสังเกตนี้ เปลี่ยนความคิดว่าเธอจะไม่กลัวที่จะถามคำถามแม้จะเกินเวลาอีกต่อไป เพราะเธออยากได้คำตอบที่เธอต้องการ มากกว่าการทำตามวิธีที่เหมาะสมแต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่เธอต้องการ
หลายต่อหลายครั้งที่ผู้หญิงมักจะเลือกทำในสิ่งที่เหมาะสม และถูกกฏระเบียบมากกว่า แต่กลับทำให้พวกเธอสูญเสียโอกาสที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการจริงๆ เพราะกังวล และคิดมากเกินไป และนั่นอาจเป็นส่วนที่ทำให้บทบาทของผู้หญิงในสังคมถูกจำกัดลง
นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า หนึ่ง บวก หนึ่งจะเท่ากับ สอง เสมอ (1+1=2) เมื่อคุณจำกัดตัวเองไว้กับสมการความคิดที่คุณตั้งขึ้นมา
การนำเสนอไอเดียด้วยไม้จิ้มฟัน : เป็นตอนที่บอกกล่าวแก่เราได้ว่าคุณสามารถนำเสนอสมการ หนึ่ง บวก หนึ่ง ให้เท่ากับ สามได้จริง (1+1=3) มีผู้จัดภาพยนตร์ 2 ท่าน ปลอมตัวเป็นเจ้าของร้านอาหารออร์แกนิก โดยนำเอาอาหารที่ซื้อจากแมคโดนัลด์มานำเสนอใหม่โดยหั่นเป็นชิ้น และจัดแบ่งใส่จานโดยเสียบไม้จิ้มฟันในแต่ละชิ้นแทน ผลปรากฏว่าผู้เชี่ยวชาญในการชิมอาหารได้ให้ความเห็นของอาหารที่ถูกจิ้มโดยไม้จิ้มฟัน เทียบกับอาหารของแมคโดนัลด์ว่า "รสชาติของมันมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าของแมคโดนัลด์ ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกอย่างนี้แน่" และยังบอกเพิ่มอีกว่า "มีรสชาติมากกว่าแมคโดนัลด์อย่างชัดเจน" และนี่คือผลลัพธ์ของการนำเสนอไอเดียที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง ต่อให้ product ของคุณคือสินค้าชิ้นเดิม หากแต่การนำเสนอที่สอดคล้องกับมุมมองของลูกค้า หรือจากมุมที่พวกเขามองเห็น อาจสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าการนำเสนอแต่ความจริงแต่ไม่ตรงจริตกับสิ่งที่ลูกค้าเข้าใจและมองเห็น
นี่คือการสร้างสมการใหม่ที่อาจหลุดจากกรอบของสมการ 1+1=2 และทำให้สมการ 1+1=3 เป็นจริงขึ้นมาได้
"ในชีวิตของคนเราอาจมีหลายสมการ คำตอบที่ถูกต้องของสมการหนึ่ง อาจไม่ถูกต้องสำหรับอีกสมการหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าอาจไม่ใช่ความถูกต้องของสมการ แต่คือการเลือกที่จะใช้สมการให้ถูกต้อง และไม่ยึดติดกับสมการเดียว"
- Better Than Ever -
12 March 2021
โฆษณา