15 มี.ค. 2021 เวลา 04:49 • บันเทิง
ซีมู​ หลิว​ เรียกร้องให้ใส่ใจปัญหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติคนเอเชีย
จากเหตุการณ์ผู้สูงอายุชายไทยถูกทำร้ายจนเสียชีวิตที่อเมริกา
ซีมู หลิว นักแสดงหนุ่มที่กำลังจะมีผลงานฟอร์มยักษ์ได้เป็น Shang-Chi ซูเปอร์ฮีโร่ชาวเอเชียคนแรกของจักรวาลมาร์เวล ได้รับเชิญจากสื่อดัง Variety ให้เขียนบทความสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาการเหยียดคนเอเชียในต่างประเทศค่ะ ที่ผ่านมาซีมูเคยโดนเหยียด และโดนคุกคามไปจนถึงพ่อกับแม่ของเขามาแล้ว
อ่านเหตุการณ์ได้ที่โพสต์นี้
ปัญหาเรื่องความเกลียดชังชาวเอเชียที่เพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่การแพร่ระบาดโรค Covid-19 นับวันจะทวีความรุนแรงมากกว่าเดิมถึงขั้นมี ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต อย่างเช่นคดี คุณปู่วิชา รัตนภักดี ชายไทยวัย 84 ปี ถูกวัยรุ่นอเมริกา​ทำร้ายจนเสียชีวิต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซีมูติดตามข่าวเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาตลอดค่ะ และพยายามใช้ช่องทางโซเชียลของตัวเองเพื่อกระจายข่าวเรื่องนี้ออกไปอยู่เสมอ
.
แต่เป็นที่น่าเศร้าข่าวเรื่องการทำร้ายคนเอเชียนี้เป็นข่าวที่ผู้คนให้ความสนใจน้อยกว่าที่ควรทั้งๆที่มันเป็นเรื่องร้ายแรง อาจเป็นด้วยสถานะของคนเอชียที่อยู่ต่างประเทศไม่ได้มีฐานเสียงมากพอที่จะทำให้คนทั้งโลกมาใส่ใจ และยังมีผู้คนอีกมากที่คิดว่าเชื้อไวรัสร้ายครั้งนี้เป็นความผิดของคนเอเชียทั้งหมด
คราวนี้ซีมู ขอเขียนความในใจที่อยากจะให้ทุกคนรับรู้ถึงความเจ็บปวด เพราะไม่อยากให้มีผู้ใดต้องมาเสียชีวิตเพียงเพราะความเกลียดชังแบบคุณปู่วิชาอีก
แอดเห็นว่าเขาเขียนได้ดีมากๆ เลยค่ะ และเกี่ยวข้องกับชาวไทยด้วย เลยขอแปลมาค่ะ
ยาวหน่อยนะคะแต่อยากให้ได้อ่านจริง ๆ
บทความ จาก Variety
​Anti-Asian Racism Is Very Real
โดย ซีมู​ หลิว
ทุกวันนี้ผมเป็นห่วงพ่อแม่ของผมมากๆ
ผมเคยเป็นตรงกันข้ามเลยนะ เพราะพวกเขาจะเป็นฝ่ายจู้จี้จุกจิกกับผมมากกว่า พวกเขาจะวุ่นวายเสมอทุกครั้งที่ผมกลับไปเยี่ยมบ้าน เรื่องนี้มันเคยทำให้ผมอารมณ์เสียสุดๆ ทำไมลูกต้องมาเสียเวลาชีวิตไปกับการแสดง ? ทำไมลูกไม่ไปหางานจริงๆ ทำ หรือไปเรียนกฏหมายหรืออะไรก็ได้ ? ลูกยังกินไดเอตโซดาบ้าบอนั่นอยู่อีกเหรอ ? วันนี้กินข้าวเย็นมารึยัง ? เอาจริงๆ นะซีมู ยังไม่ช้าเกินไปที่จะไปเรียนกฏหมาย !!
แต่ตอนนี้ความทุกข์ของพวกเขามันเปลี่ยนมาเป็นผมนี่แหละที่เป็นฝ่ายกังวลแทน คุณได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับชายไทยอเมริกันคนหนึ่งที่ออกไปเดินเล่นตอนเช้าไหมครับ ? คุณรู้บ้างไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น ? ที่ทำให้คุณต้องอยู่ให้ห่างจากผู้คน
ครับ ผมห่วงความปลอดภัยของพ่อแม่เรื่องไวรัส แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ไวรัสแบบที่คุณคิด ผมกำลังพูดถึงอาชญากรรมแห่งความเกลียดชังที่กระทำต่อชาวเอเชียในอัตราที่น่าตกใจในช่วงปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของ Stop AAPI Hate ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ติดตามความรุนแรงต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียมีรายงาน
คดีการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติมากกว่า 2,800 ครั้ง ระหว่างวันที่ 19 มีนาคมถึงธันวาคม 31 ของปีที่แล้ว
อย่าเข้าใจผมผิดนะ เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ บนโลกนี้ ชีวิตผมได้รับผลกระทบอย่างมากจากการระบาดของโรค
แต่ด้วยความที่มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่มีใครคาดเดาได้ ท้ายที่สุดแล้ว COVID เป็นโรคที่เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ ไวรัสค้นหาโฮสต์และแบ่งตัวออกมา คุณสามารถติดตามการติดเชื้อกลับไปยังแหล่งที่มาได้เสมอ มันสมเหตุสมผล
แต่บอกผมทีว่าผมจะหาเหตุผลให้กับเรื่องที่มีคนพุ่งเข้าชน วิชา รัตนภักดีชายชราอเมริกันเชื้อสายไทยน้ำหนัก 113 ปอนด์ แล้วยืนมองเขาเหมือนอย่างกับตัวเองเป็นนักอเมริกันฟุตบอลตำแหน่งกองหลังได้อย่างไร ? (รัตนภักดีเสียชีวิตด้วยอาการเลือดออกในสมองในอีกสองวันต่อมา) ผมจะยอมรับเรื่องการกระทำรุนแรงที่ไร้เหตุผลต่อชาวเอเชีย ที่แพร่ระบาดไปทั่วอเมริกาแคนาดาและที่อื่น ๆ ได้อย่างไร แน่นอนคำตอบก็คือผมทำไม่ได้ ... และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมกังวลครับ
.
พวกคุณส่วนใหญ่ที่อ่านบทความนี้คงไม่ได้ให้ค่าอะไรกับพ่อแม่ของผม ถ้าคุณเห็นพวกเขาเข้าแถวที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือเดินผ่านไปตามถนน พวกเขาเป็นเหมือนกับผู้อพยพคนอื่นๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของชนกลุ่มน้อยที่ไม่มีใครเห็น ซึ่งเดินทางมายังประเทศใหม่และทำพยายามทำให้ตัวเองเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
พวกเขายิ้มและพยักหน้าให้ทุกคน (บางครั้งก็กัดฟันแน่น) จ่ายภาษี ไม่เคยสร้างความสับสนวุ่นวายและไม่เคยต้องการที่จะสร้างปัญหาให้กับใคร และคุณ คุณจะมองผ่านพวกเขาไป ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยซ้ำ
เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่ผมฝ้าดูพวกคุณมองพวกเขาด้วยความหงุดหงิด แสดงออกอย่างเย็นชาและขาดความเห็นอกเห็นใจ ผมเคยเห็นทั้งแคชเชียร์ ,พนักงานเสิร์ฟ ,พนักงานขนส่ง ,พนักงานธนาคารและเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตั้งใจพูดเร็วเกินไป เหมือนกับว่าพวกเขาจะต้องเจ็บปวดที่ต้องใช้ชีวิตอีกเสี้ยววินาทีในการสนทนากับพ่อแม่ของผม ผมเคยได้ยินผู้คนล้อเลียนทุกอย่างของพวกท่าน ตั้งแต่สำเนียง ,การทำอาหารไปจนถึงรูปทรงตา แน่นอนว่าผมได้ยินประโยคคลาสสิค “ กลับไปที่จีนเลยไป๊ ” หลายครั้งเกินกว่าที่ผมจะนับได้
.
ที่น่าผิดหวังที่สุดคือ ผมได้เฝ้าดูพวกคุณ ซึ่งที่เป็นคนที่ผ่านมาเห็น หรือเป็นพยานเห็นในเหตุการณ์นั้น ได้แต่ยืนนิ่งเฉยไม่ทำอะไรและไม่ใส่ใจมากพอที่จะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา พวกคุณส่วนใหญ่ไม่เชื่อด้วยซ้ำว่ามีการเหยียดเชื้อชาติต่อคนเอเชีย
.
บอกผมหน่อยสิครับ ว่าอะไรจะกระตุ้นให้คนเลือกผลัก Lee-Lee Chin-Yeung หญิงชาวอเมริกันเชื้อสายจีนลงกับพื้นอย่างแรงจนเธอหมดสติ หรืออะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้มีคนออกมาฟันหน้าของ Noel Quintana
ชายชาวอเมริกันเชื้อสายฟิลิปิปนส์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องเย็บกว่า 100 เข็มเพื่อให้ใบหน้ากลับมาเหมือนเดิม
.
ความจริงก็คือคนเอเชียตกเป็นเป้าหมายและถูกเลือกปฏิบัติมานานแล้ว ซึ่งนานกว่าที่โควิดระบาด เสียอีก ส่วนการทำร้ายในเร็วๆ นี้ที่ได้รับการระยุว่าเป็นเพราะการแพร่ระบาดของไวรัส ก็เป็นแค่สิ่งเตือนใจว่าเราถูกมองว่าเป็นเพียงชาวต่างชาติเท่านั้น เป็นการมีตัวตนของเราไม่เป็นที่ต้อนรับของผู้อื่น
.
การเหยียดเชื้อชาติไม่ได้มาในรูปแบบที่มองเห็นได้เสมอไป มันไม่ง่ายอย่างนั้น เพื่อให้เข้าใจรากเหง้าของอคติต่อต้านชาวเอเชียในอเมริกาอย่างถ่องแท้ คุณจำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับกฎหมายรัฐบัญญัติกีดกันชาวจีน ค.ศ. 1882 (The Chinese Exclusion Act 1882 ) ซึ่งกีดกันชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐฯ ไม่ให้ได้รับสิทธิในการเป็นพลเมือง แม้ว่าชาวจีนจะมีส่วนสำคัญในการสร้างระบบรถไฟของอเมริกาก็ตาม
.
คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการกักขังชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นหลายแสนคนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งทุกคนถูกขับไล่ออกจากบ้านเกิดและถูกบังคับให้เข้าค่ายกักกันอย่างแท้จริง
คุณต้องรู้เกี่ยวกับการฆาตกรรม Vincent Chin ชาวจีนเมืองดีจากทรอยต์ซึ่งถูกชายผิวขาวสองคนตีที่ศีรษะจนเสียชีวิต เพียงเพราะทั้งคู่เกลียดคนญี่ปุ่นที่ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์อเมริกันขายได้ลดลงในปี 1982
(ทั้งที่ความจริงแล้ว Vincent เป็นคนจีน)
คุณควรรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความเชื่อด้าน Model Minority ของคนเอเชียในอเมริกา (ความเชื่อที่ว่าคนผู้อพยพเอเชียจะมีฐานะร่ำรวยกว่าเชื้อชาติอื่น) ซึ่งทำส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวทางสิทธิพลเมืองอย่างยิ่งยวดที่ทำให้เหล่าชาวผิวสีปิดปากเงียบและขัดแย้งกัน
(ชาวผิวสี people of color ในที่นี้คือชนกลุ่มเชื้อชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผิวขาวไม่จำกัดเฉพาะชาวผิวดำ)
คุณต้องรู้ว่าเหตุใดคำพูดอย่าง "ไวรัสจีน (China virus) " จึงกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังต่อชาวเอเชียทุกคนไม่ใช่เฉพาะชาวจีน การเหยียดเชื้อชาติเอเชียเป็นเรื่องจริง และจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอกหนัง rom-com หรือซูเปอร์ฮีโร่ Marvel แต่แก้ได้ด้วยคุณ - ผู้คนธรรมดาทั่วไปเนี่ยแหละ - ด้วยการรับรู้ถึงที่มาของความเจ็บปวดของเรา
.
เวลาผมเห็นภาพผู้สูงอายุเอเชียเหล่านี้ที่ถูกทำร้าย ผมจะคิดถึงเส้นทางชีวิตของพ่อแม่ผม ผมเห็นไปถึงว่าพวกเขามีความฝันอย่างไร พวกเขาดิ้นรนต่อสู้อะไรมา ความเศร้าโศกและความพยายามมองโลกในแง่ดีอย่างแน่วแน่ของพวกเขา
จะต้องให้มี วิชา รัตนภักดี อีกกี่คนพวกคุณถึงจะเห็นสิ่งเหล่านี้
จากบทความที่ซีมูเขียนจะเห็นได้ว่าเขาเป็นคนที่ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างจริงจังค่ะเขารับรู้ปัญหาเรื่องความเกลียดชังชาวเอเชียที่ฝังรากลึกมานานแล้ว และเขาเองก็เป็นเคยตกเป็นเป้าโจมตีมาตลอดเขาจึงอยากวอนให้ผู้คนทุกเชื้อชาติมองเห็นปัญหานี้บ้าง ไม่ใช่ว่าทำเป็นมองผ่านไปทำเหมือนคนเอชียไม่เคยมีตัวตน และไม่มีค่าพอที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือ มันเป็นเรื่องเศร้าแต่เป็นเรื่องจริงค่ะ ที่เวลาเกิดปัญหาแบบนี้
คนที่เห็นเหตุการณ์ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหน ก็มักจะทำเป็นมองไม่เห็นและเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ข้อมูลเพิ่มเติม ในประเด็นต่างๆที่ซีมูยกขึ้นมานะคะ เผื่อใครต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม
ข่าวการทำร้าย Lee-Lee Chin-Yeung
ข่าวการทำร้าย Noel Quintana
ประวัติไชน่าทาวน์ ในสหรัฐฯ ก่อเกิดชุมชนกลางกระแสกีดกัน
กฎหมายรัฐบัญญัติกีดกันชาวจีน
การฆาตกรรม Vincent Chin
ซีมู​ หลิว​ เรียกร้องให้ใส่ใจปัญหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติคนเอเชีย
โฆษณา