17 มี.ค. 2021 เวลา 07:27 • ประวัติศาสตร์
มาทำความรู้จักกับ "วิลเลี่ยม ไซดิส" บุคคลที่มีไอคิวสูงที่สุดในโลก (มีไอคิวสูงถึง 280+)
วันนี้สาระหลากด้านขอนำเสนอเรื่องราวของบุคคลท่านนึงที่ถือว่าเป็นผู้ที่มีไอคิวสูงที่สุดในโลกมาให้ทุกคนได้รู้จักกับเขากัน
ถ้าหากเราพูดถึงคนที่ "ฉลาด" หรือ "อัจฉริยะ" ที่สุดในโลก หลายคนก็คงจะนึกถึงนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โยฮันน์ วอล์ฟกัง, เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นต้น มันก็จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาฉลาดมาก มีไอคิวที่สูงถึง 180-225 แต่วันนี้เราจะไปรู้จักกับ อัจฉริยะตัวจริง ” วิลเลี่ยม ไซดิส “ เขามีไอคิวที่สูงกว่าไอน์สไตน์ซะอีก เพราะมี IQ มากถึง 300 เลยทีเดียว เริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุ 1 ขวบเอง แต่ความอัจฉริยะของเขานั้นก็ไม่ทำให้เป็นที่จดจำของโลกสักเท่าไหร่นัก
1
1. ประวัติ : "วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส (William James Sidis)
เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.1898 วันเอพริลฟูลเดย์ ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลที่มี IQ สูงที่สุดในโลกคนหนึ่ง เขามี IQ อยู่ระหว่าง 250-300โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าใช้การทดสอบ IQ แบบไหน เขาเริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุเพียงไม่กี่เดือน และสมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า“Universal Genius” บุคคลที่ถือว่า “ฉลาดทีสุดในจักรวาล”
1
และถ้าพูดถึง หลุมดำหรือ Black Hole หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส คนนี้เนี่ยแหละ! ที่เป็นคนเขียนพยากรณ์การมีอยู่ของหลุมดำ ในหนังสือฟิสิกส์เล่มแรกของเขา ที่ชื่อ The Animate and the Inanimate ก่อนที่ใครทั้งโลกจะรู้ถึงตัวตนของมันด้วยซ้ำไป
2. "ครอบครัวไซดิส: (Sidis Family)
ปลายศตวรรษที่ 19 บอริสและซาร่าฮ์ ไซดิส (Boris and Sarah Sidis) สองสามีภรรยา ได้อพยพลี้ภัยมายังประเทศอเมริกาเช่นเดียวกับชาวรัสเซียเชื้อสายยิวอีกจำนวนมาก เพียงไม่นานนักทั้งคู่ก็กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากบอริสเป็นหนึ่งในคนรุ่นแรกๆ ที่พัฒนาการศึกษาวิชาจิตวิทยาและซาร่าฮ์เป็นหนึ่งในผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่มีดีกรีปริญญาทางการแพทย์ในสมัยนั้น
2
บอริสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกมหาวิทยาลัยหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้งานเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา มีความเชี่ยวชาญด้านการสะกดจิต จิตวิทยากลุ่มและการควบคุมความบ้าคลั่งของฝูงชน
3. (1898), กำเนิด วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส
ปี 1898 ซาราฮ์ให้กำเนิดบุตรชาย วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส โดยบอริสและซาราฮ์ช่วยกันเลี้ยงดู สอนลูกให้รู้จักตัวอักษรและการผสมคำ เพียงแค่ 6 เดือนวิลเลี่ยมก็สามารถสะกดคำว่า door และเดือนต่อมาสามารถสะกดคำว่า moon เมื่ออายุเพียง 8 เดือน วิลเลี่ยมสามารถใช้ช้อนตักอาหารกินเองได้ ขณะที่เด็กวัย 1 ขวบส่วนใหญ่จะยังพูดอ้อแอ้ไม่เป็นภาษา แต่วิลเลี่ยมสามารถสะกดคำง่ายๆบางคำได้แล้ว วิลเลี่ยมอ่านหนังสือพิมพ์( New York Times) ได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน (ขวบครึ่ง)
4. วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ฉายแววอัจฉริยะ!
1
ซาราฮ์เห็นพัฒนาการของลูกที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอจึงลาออกจากงานเพื่อเอาเวลามาสอนลูกของเธอให้เฉลียวฉลาดมากยิ่งขึ้น
เมื่อครบรอบวันเกิด 5 ขวบ เรียนรู้ภาษาด้วยตัวเองหลายภาษา
วิลเลี่ยมลากเก้าอี้ตัวสูงขึ้นนั่งเคาะแป้นพิมพ์ดีดเขียนจดหมายสั่งซื้อของเล่นส่งถึงห้างสรรพสินค้าเมซี่ย์ด้วยตัวเอง และต่อมาเขาก็ขวนขวายเรียนรู้ในสาขาวิชาต่างๆด้วยตัวเองโดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ เช่น ละติน กรีก ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมันและฮิบรู ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าเรียนไวยากรณ์เมื่ออายุได้ 6 ขวบ
1
วิลเลี่ยมเรียนประถมฯ ต้นเพียง 6 เดือน ก็เข้าเรียนมัธยมฯ ต่อ (การศึกษาก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วของเขาไปสะดุดตาสื่อมวลชน จนหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์นำเรื่องราวของเขามาตีพิมพ์)
เมื่ออายุ 7 ขวบ สอบผ่าน Harvard Medical School Anatomy Exam
เมื่ออายุ 8 ขวบ สอบ Entrance Exam ของ MIT ผ่าน และสามารถจดจำทุกอย่างที่อ่านได้
เขาสามารถพูดได้ 8 ภาษาคือ ละติน กรีซ ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน ฮิบรู เติร์ก และอังกฤษ อีกทั้งยังคิดค้นภาษาใหม่ขึ้นมาโดยการผสมผสานตัวอักษรภาษาละติน กรีซ เยอรมัน และฝรั่งเศส เรียกว่าภาษา เวนเดอร์กู้ด (Vendergood)
1
เมื่ออายุได้ 9 ขวบ พยายามเข้าเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเมื่ออายุ 11 ขวบ เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
บอริส พ่อของไซดิส พยายามส่งเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ถูกปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเขายังเด็กเกินไป ยังขาดการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่บอริสไม่ยอมแพ้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหาร โน้มน้าวให้มหาวิทยาลัยยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าศึกษา
ระหว่างรอคอยคำตอบ ไซดิสฆ่าเวลาด้วยการไปเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยทัฟต์ เขาเปิดอ่านหนังสือคณิตศาสตร์ มองหาข้อผิดพลาดในหนังสือ และทำการแก้ไข ค้นหาข้อมูลทฤษฎีต่างๆ ที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขียนไว้และมองหาช่องโหว่
3
ในช่วงเวลานี้เองไซดิสค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองอีกอย่างคือ เขาสามารถคำนวณในใจบอกได้ว่าวันที่นั้นๆ ของเดือนและปีนั้นๆ เป็นวันอะไรได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นวันในอดีตหรือวันในอนาคต
1
ปี 1909 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพ่ายแพ้ต่อความเก่งกาจของเด็กมหัศจรรย์ยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าเป็นนักศึกษา ทำให้เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ในเดือนมกราคม 1910 ปีต่อมา วิลเลี่ยม ไซดิส ได้รับเชิญให้บรรยายเรื่อง คณิตศาสตร์ 4 มิติ (Four-DimensionBodies) ต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิและนักศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง ศาสตราจารย์เดเนียล คอมสต็อก จากมหาวิทยาลัย MIT ถึงกับทำนายว่าในอนาคตวิลเลี่ยมจะเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 และวิลเลี่ยมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีโดยมีเกียรตินิยมพ่วงท้ายด้วยวัยเพียง 16 ปี
และเขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บอสตันเฮราลด์ว่าเขาต้องการมีชีวิตสมบูรณ์แบบด้วยการใช้ชีวิตสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับสังคม อีกทั้งยังสาบานว่าจะไม่แต่งงาน ขอครองพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต
1
5. เส้นทางชีวิต วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส
หลังจบการศึกษา วิลเลี่ยมได้งานเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยไรซ์ เมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส แต่วิลเลี่ยมสอนอยู่ได้ไม่ถึงปีก็ลาออกเนื่องจากเขาถูกกดดันจากบรรดาลูกศิษย์ที่มีอายุมากกว่าหลายปี วิลเลี่ยมกลับมาลงทะเบียนเรียนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ก็ลาออกก่อนจะจบการศึกษาเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ภาควิชาที่เหมาะกับเขา
1
ปี 1919 วิลเลี่ยมเข้าร่วมชุมนุมประท้วงคัดค้านการเกณฑ์ทหาร การประท้วงครั้งนี้บานปลายเป็นการจลาจล วิลเลี่ยมถูกจับกุมตัว บอริสวิ่งเต้นช่วยลูกชายให้พ้นคุกภายใต้เงื่อนไขควบคุมความประพฤติและกักบริเวณเป็นเวลา 1 ปี
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ วิลเลี่ยมหลบหน้าหลบตาหนีผู้คนไปทำงานเป็นเสมียนตามร้านเล็กๆ เมื่อมีใครจำเขาได้ วิลเลี่ยมก็จะลาออกหนีไปหางานใหม่ แม้วิลเลี่ยมจะเอือมระอากับเรื่องตัวเลขแต่เขาก็ยังคงความหลงใหลในเรื่องภาษา วิลเลี่ยมเรียนรู้ภาษาอื่นๆรวมถึงภาษาท้องถิ่นจนแตกฉานมากถึง 40 ภาษา
1
6. บั้นปลายชีวิต  วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส
อดีตเด็กอัจฉริยะไม่ได้สุขสบายมีความสุข เขาเสียชีวิตแบบคนอนาถาตามลำพังในห้องเช่าในเมืองบอสตัน ด้วยสาเหตุเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1944 ด้วยวัย 46 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังเขียนหนังสือเรื่อง The Psychology of the Folk Tale โดยเขามีผลงานตีพิมพ์หนังสือ 17 เล่ม และบทความในนิตยสาร 50 เรื่อง .. เขาสิ้นลมหายใจโดยไม่มีใครจำเค้าไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของอัจฉริยะอีกเลย
2
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านนะครับขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะครับ ขอบคุณครับ😊🙇"
ขอบคุณข้อมูล/เนื้อหา : Teen Mthai.com
1
เรียบเรียงเนื้อหา/นำเสนอบทความโดย :
"สาระหลากด้าน"
โฆษณา