24 มี.ค. 2021 เวลา 08:33 • ความคิดเห็น
🔖พุทธศาสนาในประเทศไทยจะล่มสลายเหมือนในประเทศอินเดียหรือไม่?
พระพุทธรูป บามียาน ที่ถูกทำลายในประเทศอัฟกานิสถาน
จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์จะเห็นว่าเราเคยมียุคที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาแล้วในอดีตเกิดขึ้นมากมายหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าจะสมัยอยุธยา สุโขทัย ทวารวดี หรือก่อนหน้านั้นอีก ถ้าสืบค้นไปอีกก็จะได้พบข้อมูลอีกมากมาย
2
แต่ความไม่เที่ยง(อนิจจัง)ซึ่งเป็นพระสัจธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เป็นจริงอยู่เสมอ เมื่อความเจริญขึ้นถึงขีดสุด ในที่สุดก็จะต้องเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา
เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของพระพุทธศาสนาที่เคยเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งในประเทศอินเดียอันเป็นแดนต้นกำเนิดของศาสนาพุทธ แต่ที่สุดก็หนีสัจธรรมข้อนี้ไปไม่พ้น
1
ประเทศอินเดียเป็นต้นกำเนิดแห่งพุทธศาสนา และมีความเจริญรุ่งเรื่องมากอยู่ในยุคสมัยหนึ่ง ซึ่งความเจริญรุ่งเรืองนั้นเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน
ลองมาดูกันนะครับว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยทำให้ศาสนาพุทธมีความสำคัญสูงสุดในสังคมของคนอินเดียในยุคหนึ่งมาก่อน
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนอินเดียหันมานับถือพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมากก็มาจากหลักคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง ที่สอนแตกต่างไปจากลัทธิอื่นๆโดยสิ้นเชิง
🔖ลัทธิอื่นสอนให้ยึดติดในสิ่งต่างๆ แต่พระพุทธเจ้ากลับสอนให้ปล่อยวางสิ่งทั้งปวง
3
🔖ลัทธิอื่นมีการฆ่าสัตว์ บูชายัญ เพื่อสังเวยเทพเจ้าของตน เพื่อให้เทพเจ้าคุ้มครอง แต่พระพุทธเจ้าสอนเรื่องกรรม การสร้างบุญบาป
2
🔖ลัทธิอื่นมีการยึดในระบบชนชั้นวรรณะ แต่พระพุทธเจ้าสอนให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งแยก ไม่เลือกปฏิบัติ
2
ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากหันมาสนใจนับถือ ศรัทธา เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า จนทำให้ศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดในช่วงนั้น
และมีพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ที่ประกาศตนเป็นผู้นับถือศาสนาพุทธ และให้การสนับสนุนส่งเสริมในทุกๆทาง ไม่ว่าจะเป็น พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าอโศกมหาราช เป็นต้น ทำให้ศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรือง แผ่ขยายไปในชมพูทวีปได้อย่างรวดเร็ว
2
พระเจ้าอโศกมหาราชได้จัดให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ.236 ที่ นครปาฏลีบุตร
🔖พระเจ้าอโศกมหาราชได้เป็นผู้ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง ทรงจัดให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 3 ขึ้นในปี พ.ศ. 236 ที่วัดอโศการาม นครปาฏลีบุตร แคว้นมคธ ปัจจุบันคือเมืองปัฏนา เมืองหลวงของรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
🔖ในการสังคายนาพระไตรปิฎกในครั้งนั้นมีพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเป็นประธาน และท่านได้จัดคณะพระธรรมทูต 9 คณะส่งไปประกาศพระพุทธศาสนาในดินแดนต่างๆ
1
🔖โดยเส้นทางที่มาทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือสุวรรณภูมิคือ ประเทศไทย
เมียนม่าร์ กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซียในปัจจุบัน เป็นสายที่ 8 ซึ่งมีพระโสนะเป็นพระอุตระเถระ ผู้นำมา
1
🔖ในสมัยของพระเจ้าสักราทิตย์แห่งราชวงศ์คุปตะ ได้มีการก่อกำเนิดของมหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นครั้งแรกในโลกชื่อว่า มหาวิทยาลัยลานันทา ซึ่งมีพระสงฆ์มาศึกษาหาความรู้กันเป็นจำนวนมาก นับเป็นยุคทองของพระพุทธศาสนาเลยทีเดียว
1
มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก ลานันทา
แล้วเหตุใดเล่าพระพุทธศาสนาในประเทศอันมีความเจริญรุ่งเรืองถึงเพียงนี้จึงได้ล่มสลายไปได้ในครานั้น
1
ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ มีผู้เคยสงสัยเหมือนกันว่าพระพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้นานเพียงใด และเหตุปัจจัยใดบ้างที่จะทำให้พุทธศาสนาต้องหายสาปสูญไป
ในสมัยพุทธกาลก่อนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงเสด็จปรินิพพาน พระกิมพิละเข้าได้เข้าไปกราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า
2
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมไม่ตั้งอยู่ยั่งยืน เมื่อพระตถาคตเจ้าปรินิพพานแล้ว”
พระพุทธองค์ทรงตรัสตอบพระกิมพิละว่า
“ดูก่อนกิมพิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้
2
🔻เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในศาสดา
2
🔻เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในธรรม
2
🔻เป็นผู้ไม่มีความเคารพไม่มีความยำเกรงในสงฆ์
2
🔻เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสิกขา
2
🔻เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงกันและกัน
2
ดูก่อนกิมพิละ นี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัยเครื่องให้พระสัทธรรมไม่ดำรงอยู่นาน ในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ”
ในทัศนะของข้าพเจ้าการล่มสลายของพุทธศาสนาในอินเดียนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายๆอย่างมาก และสาเหตุก็เป็นไปตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ทั้งสิ้น
เมื่อลองไปศึกษาค้นคว้าถึงสาเหตุของการล่มสลายแล้ว ดูมันคลับคล้ายคลับคลาว่าในประเทศไทยก็มีแนวโน้มจะเป็นไปในทางเดียวกันนั้นเช่นกัน
แต่เรื่องของอนาคตก็คงไม่มีใครจะรู้ได้ว่าสถาณการณ์จะเลวร้ายลงไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรืออาจจะกลับกลายเป็นดีขึ้นก็เป็นได้
2
แต่เราควรได้พิจารณาสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเทียบเคียงเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดียกับเหตุการณ์ในปัจจุบันในบ้านเมืองของเรา
1
หากมีเหตุการณ์ที่มันละม้ายคล้ายคลึงกันผลที่ออกมาก็มีแนวโน้มที่คาดเดาได้ว่าอาจจะเป็นไปในทางเดียวกันได้มากทีเดียว
2
ซึ่งเมื่อเราได้เรียนรู้เอาไว้ก่อนว่าเรื่องแบบนี้อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้เราจะได้ช่วยกันหาทางป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดซ้ำรอยเดิมอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในดินแดนที่เคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองที่สุดในอดีตอย่างประเทศอินเดีย
เราลองมาวิเคราะห์สาเหตุการสูญไปของพระสัจธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าในดินแดนอันเป็นต้นกำเนิดของพุทธศาสนากันดูนะครับ
🔖จากอินเดียสู่สุวรรณภูมิ
1
สถานที่สำคัญและเส้นทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า
🔻เทียบเหตุผลการล่มสลายของพุทธศาสนาในอินเดียกับสถานการณ์ในประเทศไทย ข้อต่อข้อ ตามทัศนะของพงศ์เล่าเรื่อง🔻
๑.เกิดจากการแตกสามัคคีในหมู่สงฆ์และชาวพุทธมามกะ ไม่มีความปรองดองกัน หลงในลาภสักการะ ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เปลี่ยนแปลงคำสอนเดิมแม้ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์อยู่ก็มีให้เห็น และมีมาอย่างต่อเนื่อง การสังคายนาพระไตรปิฎกในแต่ละครั้งมีสาเหตุมาจากการที่พระสงฆ์แตกความสามัคคีเป็นส่วนใหญ่
2
🔖ในประเทศไทยเมื่อเร็วๆนี้เราจะได้เห็นวิวาทะทางธรรมของพุทธบริษัทที่นำเสนอผ่านสื่อออนไลน์ บางครั้งจะเห็นลักษณะการเห็นต่างในพระธรรมคำสอน ถึงขนาดสอนว่าการบวชนั้นไม่จำเป็นต่อการเข้าถึงพระสัจธรรม และก็มีพระสงฆ์บางรูปออกมาโต้แย้งว่าไม่เหมาะสม ไม่มีการเกรงใจกันระหว่างพุทธบริษัทบางกลุ่ม
2
การสอนธรรมะถูกแบ่งแยกออกเป็นสำนักของแต่ละอาจารย์ และศิษย์ในแต่ละสำนักก็จะยึดติดในอาจารย์ของตนอย่างเข้มแข็งว่าคำสอนของอาจารย์ของตนนั้นถูกต้องและคำสอนของสำนักอื่นไม่ถูกต้อง อย่างนั้นอย่างนี้ มีการพาดพิงว่าคำสอนที่ตนเองยึดถือว่าถูกต้องกว่าของสำนักอื่นอยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นที่มาของความแตกแยกในหมู่ชาวพุทธอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างมีทิฏฐิ
1
ส่วนเรื่องลาภสักการะนั้นมีให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงขนาดมีการปฏิเสธจิตศรัทธาของชาวบ้านที่มาทำบุญด้วยเหตุผลว่า จำนวนเงินที่นำมาทำบุญน้อยเกินไปจะไม่ขอรับ ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาต้องออกมาแสดงความไม่พอใจผ่านสื่อออนไลน์ พระสงฆ์ในปัจจุบันที่มีความพอใจในลาภสักการะจนทำให้เกิดข้อครหาและทำให้ถูกดำเนินคดีทางกฏหมายก็มีให้เห็นเช่นอย่างกรณีเงินทอนวัด เป็นต้น
3
๒.เกิดการเลียนแบบลัทธิตันตระของศาสนาฮินดู รับเอาแนวทางลัทธิตันตระในฮินดูมาปฏิบัติในช่วง พ.ศ. ๑๕๐๐ มีการเรียกชื่อใหม่ว่า พุทธตันตระ ซึ่งหมายเอาพุทธศาสนาในยุคหลังเข้าไปด้วย คือ มนตรยาน วัชรยาน และสหัสยาน เมื่อพุทธศาสนาถือเอาลัทธิตันตระเข้ามาผสมผสานกับศาสนาของตนจึงทำให้กลืนไปกับศาสนาฮินดูและห่างจากหลักคำสอนเดิมออกไปทุกที
2
🔖ส่วนในประเทศไทยนั้น เราจะเห็นว่าตามวัดวาอารามในปัจจุบันบางแห่งจะมีการสร้างรูปเคารพที่เป็นเทพเจ้าในศาสนาอื่นไว้ให้ชาวพุทธบูชาภายในวัด โดยเฉพาะเทพในศาสนาฮินดู บางแห่งสร้างใหญ่กว่าพระพุทธรูปในวัดเสียอีก
2
ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระสงฆ์และชาวพุทธบางส่วนเริ่มยอมรับเอาแนวคิดของศาสนาอื่นมาผสมรวมกันแล้ว ดังนั้นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าก็จะต้องถูกบิดเบือนไป แทนที่จะให้พึ่งตนพึ่งธรรม แต่กลับไปถือเอาการอ้อนวอนต่อเทพเจ้าแทน ท้ายที่สุดก็จะไกลห่างจากหลักคำสอนในศาสนาของตนออกไปเรื่อยๆจนอาจถูกกลืนหายในที่สุด
5
๓.พระสงฆ์ลืมหลักคำสอนเดิมเสริมเติมแต่งใหม่ ไม่เกรงใจกันและกัน และสุดท้ายพระสงฆ์ก็ไม่ยอมอยู่ร่วมกัน แยกสาขาออกเป็นนิกายต่างๆมากมาย ต่อมาก็รับเอาแนวคิดของฮินดูเข้ามามากทำให้ลืมหลักการเดิม ราว พ.ศ.๑๖๐๐ ก่อนการรุกรานอินเดียของกองทัพมุสลิม พระสงฆ์บางกลุ่มลืมหลักการถึงขนาดมีภรรยามีครอบครัว ตั้งสำนักเป็นพ่อมดหมอผีหาเลี้ยงชีพและเรียกตนเองว่า "สิทธะ" ไม่ใช่ภิกษุอีกแล้ว
1
🔖ในประเทศไทยเราพระสงฆ์ก็มีการแบ่งแยกออกเป็นนิกายต่างๆมากมายเช่นเดียวกัน มีการเรียกพระสงฆ์ว่าเป็นสายพระป่า สายพระบ้าน มีการเรียกพระว่าเป็น"พระนักพัฒนา"กับ"พระนักปฏิบัติ" และเกิดชื่อกลุ่มพระสงฆ์ที่เรียกว่า "ธรรมยุต" ขึ้น ทำให้มีความแตกต่างกันภายในหมู่สงฆ์เอง ความเป็นหนึ่งเดียวจึงเกิดขึ้นไม่ได้ หลักการปฏิบัติก็จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละนิกาย คำสวด และระเบียบปฏิบัติก็จะถือเอาของใครของมัน บทสวดก็คนละอย่าง ส่วนเรื่องพระสงฆ์ที่ตั้งเป็นสำนักปลุกเสก ลงยันต์ ให้เลข ให้หวย แก้เวร แก้กรรม ก็มีให้เห็นอยู่ดาษดื่น บางวัดถึงขนาดหากินด้วยการสร้างวัตถุมงคลมีการจดลิขสิทธิ์วัตถุมงคลของวัดตน ทำให้ไม่ถือหลักการปล่อยวางอีกต่อไป เป็นพุทธพาณิชย์เต็มรูปแบบก็มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน
1
๔.พุทธบริษัทไม่สนใจปกป้องพุทธศาสนา มีแนวคิดว่า "ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์" กล่าวคือ ไม่เอาธุระไม่ใส่ใจในความดีความเลวของพระสงฆ์ ถือว่าไม่ใช่ภาระที่ตนเองต้องใส่ใจ เมื่อกองทัพทหารมุสลิมเข้าโจมตี จึงไม่มีใครเข้าช่วยเหลือพระเลย เมื่อพระสงฆ์ถูกทำลายจนหมด ชาวบ้านก็ลืมพระพุทธศาสนาอย่างง่ายดาย
1
ส่วนศาสนาพราหมณ์นั้น มีพราหมณ์เป็นแกนนำ การแต่งกายกลมกลืนกับชาวบ้านจึงทำลายได้ยากกว่าอีกทั้งมีการสอนลูกสอนหลานต่อกันเป็นทอดๆ จึงสามารถรักษาศาสนาพราหมณ์(ฮินดู)ไว้ได้
🔖ส่วนในประเทศไทยการสั่งสอนต่อกันเป็นทอดๆแบบรุ่นต่อรุ่นแทบจะหายไปหมดแล้ว อาจจะมีอยู่บ้างในสังคมชนบทบางแห่ง เพราะผู้คนในสมัยนี้มุ่งเน้นเรื่องความสำเร็จด้านการแสวงหาทรัพย์ ความมั่นคงทางหน้าที่การงานเป็นหลัก โอกาสจะพาลูกจูงหลานไปทำบุญทำทานจึงน้อยลงมาก อาจเหลือเพียงเทศกาลสำคัญๆปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น
เปรียบเทียบกับหลักของศาสนาอื่นที่ให้ระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าวันละหลายๆครั้งแล้ว มีโรงเรียนสอนศาสนาโดยเฉพาะ ก็นับว่ายังห่างกันมาก สถานการณ์การทำนุบำรุงพุทธศาสนาโดยอุบาสกอุบาสิกาจึงเป็นไปอย่างบางตาจนน่าใจหาย อาจจะมีที่เป็นกำลังหลักคือในสำนักปฏิบัติธรรมต่างๆที่ยังช่วยกันเผยแพร่อยู่ แต่ก็ยังเป็นการทำใครทำมันอยู่ ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจริงๆ จึงทำให้ขาดพลัง
2
ส่วนการปกป้องพระพุทธศาสนายังคงเข้มแข็งพอสมควรดูได้จากกรณีพิพาทเกี่ยวกับการจาบจ้วงพระศาสดาก็จะมีชาวพุทธบางกลุ่มออกมาตำหนิติเตียนการ
กระทำว่าไม่เหมาะสม แต่ก็จะมีบางกลุ่มเช่นกันที่เห็นเป็นเรื่องธรรมดา เป็นวิวัฒนาการทางสังคม ซึ่งก็ยังถือได้ว่ามีทั้งสองฝ่ายไม่ได้ไหลไปทางจะละทิ้งพระพุทธศาสนาแต่ฝ่ายเดียว
1
๕.หลักคำสอนทวนกระแสสังคม คือสอนให้รู้ตามความเป็นจริง เป็นการฝืนใจคนอินเดียในสมัยนั้น แนวคิดของพุทธศาสนาไม่สนับสนุนการอ้อนวอนซึ่งขัดความรู้สึกคนสมัยนั้นที่นิยมอ้อนวอนบูขาขอจากสิ่งไกลตัวเพื่อหวังลาภสักการะ
แต่ศาสนาพุทธสอนคำสอนที่ไม่ตามใจคน ทำให้คนเบาปัญญาเกิดความเบื่อหน่าย และหันไปนับถือศาสนาอื่นแทน
1
อีกเหตุผลหนึ่งมาจากคำสอนเกี่ยวกับชนชั้นวรรณะ ที่คนวรรณะสูงไม่ต้องการล้มเลิกประเพณีความยึดถือแบบเดิมๆเพราะไปขัดความเชื่อและผลประโยชน์เดิมของเขา
🔖สำหรับประเทศไทยเรา ระบบชนชั้นวรรณะไม่ได้เป็นหลักของศาสนาเสียทีเดียว ปัญหานี้จึงยังอาจเบาบางอยู่ไม่ใช่ปัญหาหลัก
1
แต่หลักการของศาสนาก็ต้องยอมรับว่ามันทวนกระแสสังคมจริงๆ แม้ในสังคมไทยก็มุ่งเน้นการแสวงหามากกว่าการปล่อยวาง เพราะอ้างเหตุผลการมีอยู่มีกิน ความมั่นคงของครอบครัว ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต และยังหนีไม่พ้นเรื่องค่านิยมของคนในสังคมที่ยังนิยมคนที่ประสบความสำเร็จในทางโลก(วัตถุ)มากกว่าคนที่จะปล่อยวางละทิ้งการมุ่งแสวงหาทรัพย์ ก็เป็นเหตุผลให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงพระสัจธรรมของพระพุทธเจ้าได้ยากเหลือเกิน
2
๖.ขาดคนอุปถัมภ์ โดยปกติศาสนาพุทธจะได้รับการอุปถัมภ์บำรุงจากพระมหากษัตริย์ เช่น พระเจ้าอโศก พระเจ้ามิลินท์ พระเจ้าธรรมปาละ พระเจ้าหรรษวรรธนะ พระเจ้ากนิษกะ เป็นต้น แต่ในบางช่วงของประเทศอินเดีย กษัตริย์ก็ไปนับถือศาสนาอื่น ทำให้พุทธศาสนาในภาพรวมจากการอุปถัมภ์ค้ำชู พระสงฆ์อยู่อย่างลำบาก พระมหากษัตริย์บางองค์นอกจากจะไม่บำรุงพุทธศาสนาแล้วยังทำลายพระพุทธศาสนาอีกด้วย เช่น กษัตริย์ศศางกะ ปุษยมิตร เป็นต้น
2
🔖สำหรับพระมหากษัตริย์ของไทยทุกพระองค์ทรงวางตัวเป็นอัครศาสนูปถัมภก ทรงให้การอุปถัมภ์ทุกศาสนาในประเทศอย่างเสมอภาค ไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติ แม้ในส่วนพระองค์จะตั้งอยู่ในการนับถือพระพุทธศาสนาก็ตาม โดยจะเห็นว่าพระองค์ได้ทรงผนวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเป็นตัวอย่างแก่ชนทั้งหลายที่เป็นชาวพุทธได้เห็นเป็นแบบอย่างที่ดีงาม
1
นับว่าเป็นโชคดีของปวงชนชาวไทยที่สถาบันพระมหากษัตริย์ยังเป็นแกนหลักให้พุทธศาสนายังคงได้รับการทำนุบำรุง อุปถัมภ์ค้ำจุนอยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ทรงทอดทิ้งดูดายแต่อย่างใด
1
๗.ถูกศาสนาฮินดูเบียดเบียน หลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้วพวกพราหมณ์ก็ได้เริ่มประกาศคำสอนในศาสนาของตนเป็นการใหญ่ ส่วนพระสงฆ์ในพุทธศาสนาก็ไม่ได้ใส่ใจบางครั้งก็เปิดช่องให้เกิดการหลอมรวมตัวเข้ากับศาสนาพุทธเท่ากับว่าเป็นการทำลายตัวเองด้วยและถูกคนอื่นทำลายด้วย
1
การทำลายของศาสนาฮินดูใช้ทั้งการลอกเลียนหลักคำสอน มีการสอนว่าพระพุทธเจ้าเป็นร่างอวตารของพระนารายณ์ มีการทำลาย ยึดเอาศาสนสถานมาเป็นฮินดู วัดส่วนมากกลายเป็นสมบัติจองชาวฮินดู เช่น พุทธคยา
ตโปธาราม ราชคฤห์ วาลุการาม ที่สังคายนาครั้งที่ ๒ วัดถ้ำที่อินเดียใต้ โบสถ์พระรามที่
อโยธยา ก็กลายเป็นสมบัติของชาวฮินดูไปหมด มีการตั้งองค์กรเปลี่ยนจากนักบวชพราหมณ์ที่นุ่งขาวห่มขาว มาเป็นแต่งชุดเหลืองเหมือนพระสงฆ์ในศาสนาพุทธ นักบวชที่แต่งชุดเหลืองเรียกว่า "สาธุ"
1
แม้พระสงฆ์ไทยเมื่อไปอยู่ที่อินเดียก็ถูกเรียกว่า "สาธุ" เช่นกัน และคิดเหมาว่าเป็นฮินดูทั้งหมด เมื่อฮินดูปฏิรูปการนุ่งห่มทำให้ความแตกต่างลดน้อยลงและการกลืนก็เป็นไปได้ง่ายขึ้น
1
🔖ในประเทศไทยเราจะเห็นว่าการที่คนเราจะนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากความปรารถนาจะประสบกับสิ่งที่ตนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นลาภยศ หรือความสำเร็จในกิจการงานของตนก็ตาม
โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นแบบอย่างของสังคมถ้านับถือสิ่งใดก็จะมีคนแห่ไปทำตามไม่มากก็น้อย ไม่ได้ใส่ใจว่าจะเป็นการประพฤติถูกตรงตามหลักคำสอนในศาสนาที่ตนนับถืออยู่หรือไม่ ขอแต่ให้ได้อย่างที่ต้องการก็จะบูชา
นับเป็นความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้พุทธศาสนากลายเป็นศาสนาที่ถูกความเชื่อในลักษณะการอ้อนวอน การบวงสรวงเข้ามาแทนที่หลัก "กฎแห่งกรรม" อันเป็นหลักที่สอนให้เชื่อในผลของการกระทำของตนเองเสีย
๘.ถูกมุสลิมทำลาย เมื่อมุสลิมเข้ามามีอำนาจในอินเดีย ได้มีการทำลายศาสนสถาน และพระสงฆ์อย่างมากมาย พระสงฆ์และชาวพุทธต้องหนีออกจากประเทศอินเดียไปอยู่ในประเทศเนปาล สิกขิม ธิเบต
🔖ข้อนี้ยังโชคดีที่ในประเทศไทยยังมีเหตุการณ์ในลักษณะของการรุกรานอย่างรุนแรงแบบที่เกิดกับประเทศอินเดียยังน้อยอยู่ แต่การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความหลากหลายศาสนากลับมีให้เห็นอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม
🔖ก่อนอื่นเราต้องยอมรับความจริงว่าพระพุทธศาสนาในประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่ไม่เข้มแข็ง เมื่อใดที่พุทธบริษัทไม่ตั้งอยู่ในธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือความแตกแยก มีการตั้งเป็นสำนักต่างๆขึ้น ตามที่ครูบาอาจารย์ของตนสั่งสอน และเมื่อประกอบด้วยศรัทธาอันแรงกล้าต่อคำสอนและตัวครูบาอาจารย์ของตนก็จะเป็นชนวนเหตุให้ไม่เคารพซึ่งกันและกันตามที่พระพุทธเจ้าได้เคยกล่าวไว้กับพระกิมพิละในอดีตไม่ผิดเพี้ยน
ปรากฏการณ์ที่ได้เห็นบ่อยๆคือชาวพุทธที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพ หรือ ในศาสตร์เฉพาะของตน พากันไปมีศรัทธาในเทพเจ้าในศาสนาที่ประกาศว่าเทพเจ้าของตนเป็นเอกในศาสตร์ด้านนั้นๆ ถ้าบูชาแล้วจะประสบความสำเร็จเพราะเทพองค์นั้นจะประทานพรให้เมื่อเรามีศรัทธาไปบูชา บวงสรวง
นับเป็นการดึงศรัทธาออกจากความเชื่อในหลักพุทธศาสนาที่สอนเรื่อง "กฏแห่งกรรม" โดยสิ้นเชิง อย่างแยบยล เพราะเราไม่ต้องสร้างเหตุใด เราเพียงมีศรัทธาและรับเอาองค์เทพมาบูชาก็ทำให้เราประสบความสำเร็จได้แล้ว
แต่พระพุทธเจ้าสอนว่า ถ้าการอธิษฐานทำให้เราสำเร็จในสิ่งที่ต้องการได้จริง ก็คงไม่มีใครที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทุกคนก็อธิษฐานเป็นเหมือนกันหมด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้
🔖แต่ถ้าเราพิจารณาสาเหตุการล่มสลายของพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย ก็จะเห็นว่าสถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น มหาวิทยาลัยสงฆ์ในประเทศไทยก็ยังดำรงอยู่อย่างเข้มแข็ง
การรุกรานจากภายนอกก็ไม่ได้รุนแรงถึงขนาดที่จะมาทำลายวัดวาอาราม หรือเข่นฆ่าพระสงฆ์เหมือนในประเทศอินเดีย ฉะนั้นการล่มสลายถ้าจะเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นปัจจัยภายในคือการแตกแยกกันเองในหมู่พุทธบริษัท
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดียในอดีตเป็นบทเรียนที่ดีที่เราน่าจะได้นำมาทบทวนหาวิธีปกป้อง เพื่อให้พระพุทธศาสนาได้มีอายุยืนนานสืบไปตราบนานเท่านาน
🔖ปัจจัยสำคัญคือพุทธบริษัท ต้องมีความเคารพต่อพระสงฆ์ ต้องมีความเคารพต่อธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ต้องมีความเคารพยำเกรงซึ่งกันและกัน มีความสมัครสมานสามัคคี เท่านี้ก็จะไม่มีภัยใดมารุกรานให้ศาสนาพุทธล่มสลายลงไปได้
1
ธรรมะสวัสดี
ขอขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิงจาก
ขอขอบคุณ ภาพจาก
ขอขอบคุณ ภาพจาก
โฆษณา