22 มี.ค. 2021 เวลา 05:28 • ประวัติศาสตร์
การสังหารที่เปลี่ยนสหรัฐอเมริกา
1
ในประวัติศาสตร์ สหรัฐอเมริกานั้น มีประธานาธิบดีหลายคนที่ถูกลอบสังหารขณะยังดำรงตำแหน่ง
การเสียชีวิตของประธานาธิบดีก็ทำให้เกิดคำถามว่า
“หากประธานาธิบดีเหล่านั้นไม่เสียชีวิต และดำรงตำแหน่งจนครบวาระ สถานการณ์ในประเทศจะเป็นอย่างไร?”
เราลองมาคิดกันเล่นๆ ครับ
รายแรก “อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln)”
อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln)
ลินคอล์นเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกลอบสังหาร และการเสียชีวิตของเขาก็ทำให้สหรัฐอเมริกาเศร้าโศก โดยท่านประธานาธิบดี ถูกนักแสดงที่ชื่อ “จอห์น วิลค์ส บู๊ท (John Wilkes Booth)” ยิงขณะกำลังชมการแสดงละครเวทีในวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันที่ 14 เมษายน ค.ศ.1865 (พ.ศ.2408)
การสังหารลินคอล์น
แผนการสังหารลินคอล์น เป็นหนึ่งในแผนการที่จะทำให้รัฐบาลกลางล่มสลาย ซึ่งภายหลังจากที่ลินคอล์นเสียชีวิต “แอนดริว จอห์นสัน (Andrew Johnson)” ก็ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อมา
2
แอนดริว จอห์นสัน (Andrew Johnson)
ลินคอล์นนั้นต่อต้านการถือครองทาสมาโดยตลอด หากแต่จอห์นสัน ซึ่งมารับช่วงต่อจากเขานั้น เคยถือครองทาส และอนุญาตให้รัฐทางใต้เป็นคนตัดสินใจเรื่องการถือครองทาสเอง ไม่ก้าวก่าย
การกระทำของจอห์นสัน ทำให้แผนการปฏิรูปของลินคอล์นล่มไม่เป็นท่า และทำให้เกิดการจลาจลตามมาอีกหลายครั้ง
หากลินคอล์นไม่เสียชีวิต บางทีสถานการณ์อาจจะไม่เป็นเช่นนี้
รายต่อมาคือ “เจมส์ การ์ฟิลด์ (James Garfield)”
เจมส์ การ์ฟิลด์ (James Garfield)
ประธานาธิบดีการ์ฟิลด์ ถูกยิงถึงสองนัดในวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ.1881 (พ.ศ.2424) ขณะกำลังเดินเข้ามาในสถานีรถไฟในวอชิงตัน ดีซี
ผู้ที่ยิงเขาคือทนายความที่ชื่อ “ชาร์ลส์ กุยโต (Charles Guiteau”
การ์ฟิลด์นั้นรอดชีวิต หากแต่ก็เสียชีวิตในอีกสองเดือนต่อมาจากแผลติดเชื้อ
การสังหารการ์ฟิลด์
ก่อนหน้าที่จะถูกสังหาร กุยโตเป็นคนเขียนสปีชให้การ์ฟิลด์ ซึ่งการฟิลด์ก็ไม่ได้สนใจสปีชนี้นัก หากแต่กุยโตก็เชื่อว่าการ์ฟิลด์ชนะได้เพราะสปีชที่เขาเป็นคนเขียน
ภายหลังจากที่การ์ฟิลด์ได้เป็นประธานาธิบดี กุยโตจึงทำการสังหารการ์ฟิลด์
ก็น่าคิดว่าถ้าการ์ฟิลด์ไม่จ้างให้กุยโตเขียนสปีชให้ตั้งแต่ทีแรก เขาอาจจะไม่เสียชีวิต
รายต่อมาคือ “วิลเลียม แมกคินลีย์ (William McKinley)”
วิลเลียม แมกคินลีย์ (William McKinley)
ประธานาธิบดีแมกคินลีย์ ถูกยิงโดยมือสังหารในวันที่ 6 กันยายน ค.ศ.1901 (พ.ศ.2444) ขณะเข้าร่วมงานนิทรรศการในนิวยอร์ก
แมกคินลีย์เสียชีวิตในอีกแปดวันต่อมา หากแต่ความตายของเขาก็ทำให้เกิดสิ่งสำคัญ นั่นคือทำให้ทางการเริ่มคิดถึงการป้องกันการลอบสังหารประธานาธิบดีในอนาคต
มีการตั้งหน่วยสืบราชการลับ ทำหน้าที่คุ้มครอง รักษาความปลอดภัยให้ประธานาธิบดี ทำให้การคุ้มกันประธานาธิบดีมีความเข้มงวดและรัดกุมมากขึ้น
รายสุดท้ายคือ “จอห์น เอฟ เคนเนดี้ (John F. Kennedy)”
จอห์น เอฟ เคนเนดี้ (John F. Kennedy)
ประธานาธิบดีเคนเนดี้ถูกลอบยิงและเสียชีวิตในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ.1963 (พ.ศ.2506)
การเสียชีวิตของเคนเนดี้ทำให้สหรัฐอเมริกาทั้งประเทศตกตะลึงและเศร้าโศก และก็เกิดคำถามว่าหากเขาไม่เสียชีวิต ประเทศจะเดินไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิมนุษยชน
ก่อนที่จะถูกสังหาร เคนเนดี้ได้พยายามผลักดันกฎหมายที่ห้ามการเหยียดเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา เพศ หากแต่กฎหมายก็ติดอยู่ในสภา ยังคงมีปัญหา แต่ภายหลังจากที่เขาเสียชีวิต กฎหมายที่เขาพยายามผลักดันก็ได้ถูกประกาศใช้
1
คำถามสำคัญก็คือ “หากวันนั้นเขาไม่เสียชีวิต เขาจะผลักดันกฎหมายอะไรออกมาอีกบ้าง? ประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน?”
ก็น่าคิดนะครับ ว่าถ้าประธานาธิบดีเหล่านี้ไม่เสียชีวิตไปก่อน สหรัฐอเมริกาและโลกจะเป็นไปในทิศทางไหน
โฆษณา