2 เม.ย. 2021 เวลา 15:22 • ปรัชญา
การเดินทางของความเจ็บปวด
เมื่อเรากำลังเผชิญกับความเจ็บปวดเรามักจะถามตัวเองว่าเมื่อไหร่ความเจ็บปวดนี้ถึงจะหายไป
เราจะคอยเฝ้าถามตัวเองหรือแม้กระทั่งโกรธหรือโมโหตัวเองที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรความเจ็บปวดมันก็ไม่หายไปสักที
ตัวผู้เขียนเองก็เคยผ่านเหตุการณ์นี้ อืม...เรียกว่า "พึ่ง"ผ่านเหตุการณ์นี้มาหมาดๆจะดีกว่า แต่นั้นก็ทำให้ผู้เขียนได้สังเกตเห็นว่าความเจ็บปวดนั้นจริงๆแล้วมันมีการเดินทางอยู่ตลอดเวลา
ส่วนตัวแล้วคนรอบตัวของผู้เขียนมักจะบอกว่าผู้เขียนเป็นคนที่มูฟออนได้เร็ว ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็เชื่อแบบนั้นมาตลอด
1
เมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัญหาเรื่องความรักผู้เขียนมักจะใช้เวลาไม่นานในการตัดสินว่ารักครั้งนี้มันคุ้มค่าหรือเสียเวลา ถ้าเป็นอย่างหลังก็พร้อมตัดทันที
แต่กับความรักที่พึ่งผ่านมาหมาดๆนี้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกสับสนและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับความคิดอันเป็นเหตุเป็นผลของเรา
ผู้เขียนไม่สามารถจัดการกับความเจ็บปวดครั้งนี้ได้ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ความเจ็บปวดมันก็ไม่หายไป
2
ผู้เขียนเริ่มกดดันตัวเองมากขึ้นจนกลายเป็นโกรธตัวเองที่ไม่สามารถเดินไปข้างหน้าต่อได้ ตีอกชกหัวตัวเอง รู้สึกแย่กับตัวเองที่จัดการกับมันไม่ได้ จนนานวันเข้าผู้เขียนเริ่มเหนื่อยที่จะต่อว่าความโง่เขลาของตัวเองเลยนอนมองเพดานนิ่งๆโดยไม่คิดอะไร
"ในเมื่อควบคุมไม่ได้แล้วจะควบคุมมันทำไม"
จู่ๆก็มีเสียงนี้ผุดขึ้นมา จริงสิ ทำไมต้องควบคุมมันด้วย คิดถึงเขาเหรอก็คิดถึงไปดิ เศร้าเหรอก็ร้องไห้ไปเลย นอนไม่หลับเหรอก็ไม่ต้องนอน รู้สึกว่าตัวเองโง่? ก็โง่บ้างก็ได้ไม่เห็นเป็นไร เจ็บปวดอยู่เหรอ เออก็อยู่กับมันไปก่อนไม่ต้องหนีหรอก
พอเราได้ปลดปล่อยทุกอย่างออกมาผู้เขียนก็ตระหนักได้ว่าคนเรามันไม่จำเป็นต้องเก่งเสมอไปและมันไม่เป็นไรที่จะไม่เก่ง บางทีอัตตาที่เรามีนั้นแหละคือตัวฉุดเราที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
ผู้เขียนยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของเอง ยอมรับแล้วว่าเรากำลังเจ็บปวด ภายในใจมันก็เบาลง
ผู้เขียนเลือกที่จะอยู่กับความเจ็บปวด แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เมื่อได้เปิดใจให้เขาอยู่และเรียนรู้การทำงานของเขาเราจะรับมือกับเขาได้ดีขึ้น
จากที่เคยผลักไสไล่ส่งก็เปลี่ยนมากุมมือกับความเจ็บปวดแล้วเดินไปด้วยกัน
ครั้งแรกอาจจะกุมมือกันแรงจนเจ็บปวดน้ำตาไหล
แต่เมื่อเวลาผ่านไปแรงกุมมือก็ผ่อนลง อาจจะผ่อนได้สี่ห้าวันอยู่ดีๆก็กลับมาบีบมือเราแรงขึ้นไปอีกแต่ครั้งนี้ก็ไม่แรงพอที่จะทำให้ร้องไห้ได้อีกต่อไป
พอแรงกุมมือเริ่มแน่นขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เราอาจจะไม่บีบมือสู้ให้มันแน่นขึ้น ปล่อยให้ความเจ็บปวดมันบีบไป
1
จนเมื่อเวลาผ่านไปเราอาจจะเริ่มตระหนักได้ว่าแรงบีบมันหายไปนะ ไม่รู้สึกเจ็บมือมาสักพักแล้ว นั้นก็อาจหมายความว่าเราได้พาความเจ็บปวดมาถึงที่หมายแล้วก็เป็นได้
สุดท้ายแล้วผู้เขียนได้เรียนรู้และเข้าใจว่าการเดินทางของความเจ็บปวดจะไม่สิ้นสุดลงถ้าเราไม่พาความเจ็บปวดนั้นเดินทางมากับเราด้วย
โฆษณา