5 เม.ย. 2021 เวลา 04:44 • ปรัชญา
การให้อภัยคืออะไร ทำยังไงถึงจะอภัยได้จริงๆ?
ในชีวิตไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึก
โกรธหรือเกลียดใครได้
จนกระทั่งมีเหตุการณ์
ที่ถูกคนที่ไว้ใจมากๆ หักหลัง
ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก
ด้วยคำที่ว่า “เราให้อภัยเขา”
เลยมีความรู้สึกที่รุนแรงในเชิงลบมากๆกับคนๆนี้
เนื่องจากสนิทกันมาก มากชนิดที่ว่า
เราคิดว่าเขาเป็นคนในครอบครัวคนนึง
เขาเป็นเหมือนพี่ เหมือนแม่ เหมือนเพื่อน
ที่เราเชื่อใจมากๆ
เราเล่าเรื่องส่วนตัวให้เขาฟังแทบจะทั้งหมด
พูดง่ายๆว่าไม่มีอะไรปิดบังเลยเพราะไว้ใจ
และไม่คิดว่าเขาจะเอาเรื่องราวของเรา
ไปเล่าให้คนอื่นที่รู้จักเพียงไม่กี่วันฟัง
ไม่ว่าเขาจะทำตัวไม่ให้เกียรติเราสักกี่ครั้ง
เราพยายามมองว่า “เขาก็เป็นแบบนี้แหละ”
เขาบริสุทธิ์ใจ เขาไม่ได้คิดอะไรมาก
จึงแสดงพฤติกรรมเหล่านั้นออกมา
หลังจากเหตุการณ์ที่ถูกเขาหักหลังซ้ำๆ
เราพยายามให้อภัยเขา
ด้วยการทำตัว...เสมือนเพื่อนที่ดีคนนึง
แต่หลังจากเหตุการณ์ที่ชวนอึ้งวันนึง
เรากลับต้องมาทบทวนใหม่!
เขาตะคอกใส่แม่เราด้วยอารมณ์หงุดหงิด
...เหตุการณ์นั้น...
เราคิดว่าแม่ตัวเองก็เซ้าซี้เขาไปหน่อย
แต่ก็เป็นเพียงการชี้แนะเรื่องที่จอดรถ
ซึ่งเขาเป็นคนขับ
เราเข้าใจอารมณ์คนขับรถกำลังหาที่จอดนะ
แต่เราก็งงเหมือนกันว่า
ถึงขั้นต้องตะคอกเลยเหรอ?
ซึ่งปกติ ภาพที่เรามองเขามาตลอด
คือ “คนใจเย็น”
ส่วนเรามองตัวเองว่าเป็นคนใจร้อน
เวลาเสียใจมากๆมักพูดอะไรไม่เข้าท่า
แต่ไม่ใช่กับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าในวันนั้น
และเขาไม่เคยใจเย็นอีกเลย
หลังจากหมดรักในตัวเรา
...จริงๆมีเรื่องราวมากมายกว่านั้น...
(ขอไม่พูดถึงรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะจะกลายเป็นการใส่มุมมองเราเพียงฝ่ายเดียวและโยนความผิดทุกอย่างให้กับเขา แต่มันก็มากมายจริงๆกับสิ่งที่เราเจอ จนเราเขียนไดอารี่หมดไปหลายเล่มทั้งๆที่ไม่เคยเขียนมาก่อนในชีวิต และไม่เคยเล่าให้ใครฟังว่าเราเจออะไรมาและมันเจ็บปวดแค่ไหนในมุมมองเรา)
ฟางเส้นสุดท้ายในวันนั้น ทำให้เราคิดว่า
เราต้องอภัยให้คนๆนี้อีกสักกี่ครั้ง
เพียงเพราะ เรามองว่า
เขา "เคย" เป็นคนที่ดีมากคนหนึ่ง
และต้องทนกับความ trauma นี้ไปอีกนานแค่ไหน
ไม่ว่าเขาจะทำไม่ดีกับเราแค่ไหน หรืออีกสักกี่ครั้ง
เรายังให้ “คนรอบข้างเรา” รับรู้ว่า
เขาเป็น “คนดี” เสมอ
และยังปฏิบัติตัวกับ “คนที่บ้านเขา”
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แน่นอนว่าผู้ใหญ่ฝ่ายเขาไม่รู้เรื่อง
แต่ฝ่ายเราพอรับรู้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น
เพราะเราบอกทุกคนว่า พื้นฐานเขาเป็นคนดีนะ
เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
ทุกคนเลยคิดว่าเราคงไม่เป็นอะไร
เป็นเรื่องชวนอึดอัด
ที่เราไม่เคยบอกรายละเอียดกับใคร
และยังทำตัวปกติเหมือนไม่มีเรื่องราวใดๆเกิดขึ้น
แต่ในใจกลับแตกสลายย่อยยับ
มันไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์
แต่รวมไปถึงการนับถือตัวเองที่เรามีอยู่
พลอยร่มสลายไปด้วย
กับเหตุการณ์มากมายที่เกิดจากคนแค่คนเดียว
(อาจจะเป็นเพราะตัวเรา ไม่ใช่เพราะใคร)
ทำให้ตัวเองจมกับความทุกข์อย่างแสนสาหัส
ขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิต
และมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
จนไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ
ในวันที่เราเดินออกมาจากชีวิตเขา
เราคิดว่าเราได้ให้อภัยและอโหสิกรรม
จากสิ่งที่เขาทำกับเราทั้งหมด
แต่เราก็ไม่แน่ใจว่า
การที่เราไม่สามารถเป็นเพื่อนกับเขาได้นั้น
เราได้ให้อภัยเขาจริงๆหรือเปล่า?
เพราะสิ่งที่ดีในชีวิตเราเรื่องนึงเลยคือ
... ทั้งชีวิตที่ผ่านมา ...
เรามีเพื่อนสนิทที่ดีมากๆ
ถึงแม้จำนวนเพื่อนเหล่านั้นจะไม่เยอะ
แต่ก็เพียงพอที่ทำให้รู้สึกว่า
เราไม่ได้โดดเดี่ยวขนาดนั้น
แต่ถึงอย่างนั้น
เราก็ไม่ได้เล่าทุกเรื่องในชีวิตให้เพื่อนฟัง
เหมือนกับที่ไม่ค่อยเล่าอะไร
ให้คนในครอบครัวฟังมากนัก
เพราะกลัวว่าเขาจะกังวลไปกับเราด้วย
ณ วันนี้
ทุกครั้งที่เรานึกถึงเขา มักมีแต่ความเจ็บปวด
เราสังเกตร่างกายตัวเอง
ตอนที่ตอบสนองขณะคิดถึงเรื่องเขา
มันมีแต่ความร้อนรุ่มในอก
มักเผลอกลั้นหายใจ และหัวใจเต้นแรง
เรารู้ว่านี่คือความ “โกรธ”
หรืออาจจะกลายเป็น “เกลียด”
...ที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน...
เราเศร้าหมองกับสิ่งที่เกิดขึ้น
โดยไม่รู้ว่าวิธีที่จะกำจัดความรู้สึกนี้ต้องทำยังไง?
ทั้งๆที่ปากตัวเองบอกว่าให้อภัยเขาแล้ว
แต่ร่างกายและจิตใจ ยังบ่งบอกว่า
เราแค่ “โกหกตัวเอง” ว่าให้อภัยเขาแล้วมากกว่า
เราเคยคิดว่าการให้อภัย คือ
ไม่ถือโทษโกรธเคืองสิ่งที่เขาทำกับเรา
และยินดีกับทุกความสุขที่เขาได้รับ
เราพยายามคิดกับเขาแบบนั้น
แต่ร่างกายบ่งบอกว่า...แท้จริงแล้ว
“จิตใจเราไม่ได้เป็นไปตามที่พยายามจะคิด”
เราคิดว่าเราสามารถเป็นเพื่อนกับเขาได้
แต่ความเป็นจริงก็ไม่ได้ ทั้งที่เคยสนิทกันมากๆ
เพราะเพื่อนสนิทเรา...
ทำมาตรฐานความเป็นเพื่อนไว้ดีมากจริงๆ
จนรู้สึกว่าคนๆนี้ เป็นได้แค่...เพื่อนมนุษย์เท่านั้น!
... หมายความว่า ...
เราคงสงสารเมื่อเขาตกทุกข์ได้ยาก
ยินดีกับเขาเมื่อเขาพบเจอความสุข
แต่เราก็ไม่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจใดๆเขาได้อีก
แม้กระทั่งคำพูดใดๆที่หลุดออกจากปากเขา
ไม่ว่าจะเป็นคำเชิงบวกแค่ไหน
ก็ไม่สามารถเชื่อได้ว่าสิ่งเหล่านั้น
"ออกมาจากใจเขาจริงๆ"
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น???
เป็นคำถามที่เราถามตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
จนตอนนี้ไม่ต้องการหาคำตอบอีกแล้ว
สิ่งเดียวที่ต้องการคือ ทำยังไง?
เราถึงให้อภัยทั้งตัวเขาและตัวเราเองได้
“อย่างแท้จริง”
ไม่เจ็บปวดกับเรื่องราวในอดีตอีก
เพื่อที่เราจะดำเนินชีวิตได้เป็นปกติสุขเสียที
สติ พยายามฝึก
สมาธิ พยายามทำ
จิตแพทย์ก็พบมาแล้ว
ถึงแม้การอยู่กับปัจจุบันมันจะยากแค่ไหน
เราก็พยายามอย่างเต็มที่
เท่าที่ความเว้าแหว่งนี้จะอำนวย
ยังเหลืออะไรที่เรายังไม่ทำอีกเหรอ?
กับการให้อภัยนี้
ช่วยบอกที...
แค่สงสัยล่ะนะ สุดท้ายก็ต้องฝึกตัวเองต่อไปอยู่ดี
เราชอบเพลงนี้...ปลอบใจได้ดี
โฆษณา