5 เม.ย. 2021 เวลา 10:23 • กีฬา
- เหตุการณ์สุดคลาสสิกในโลกลูกหนัง -
ตอนที่ 1 : แมนซิตี้ แชมป์ในเสียววินาทีสุดท้าย ในเวลา 93:20
ขอบอกตรงนี้ก่อนนะครับว่า ผมเองก็เกิดทันเหตุการณ์นี้และเป็นสาเหตุที่ผมเชียร์แมนเชสเตอร์ซิตี้
ที่วันนี้ผมนำเหตุการณ์นี้มาเล่าให้เพื่อนๆอ่าน เพราะ เป็นเหตุการณ์ที่ผมชอบที่สุดและ นี้เป็นเหตุการณ์ที่ยังตราตรึงใจผมจนถึงทุกวันนี้
มันทำให้ผมรู้จักทีมอีกทีมที่อยู่ในเมือง แมนเชสเตอร์ นั้นก็คือ เรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ซิตี้
ภาพ : อเกวโร้ นักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปีฤดูกาล 2011/12 ของ พรีเมียลีค ลีคสูงสุดแห่งเกาะอังกฤษ ในปีนั้นต้องลุ้นถึงนัดสุดท้ายถึงจะรู้ว่าใครเป็นแชมป์ลีค เพราะคู่ปรับแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ทั้งสองทีม อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีแต้มเท่า
กันจนถึงแมตสุดท้าย
ฤดูกาลนั้นทั้งสองทีม ห้ำหันจนถึงวินาทีสุดท้ายไม่มีใครยอมใครมีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพันโดยผมจะมาแนะนำทีมทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด Red Devil หรืออีกชื่อในไทยคือ ปีศาจแดง
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุด
ผู้เล่นโดดเด่น: เวน รูนี่ นักเตะกองหน้าสุดโหดในฤดูกาล 2011/12 ยิงไป 34 ประตู รวมทุกรายการ และกองหลังสุดแกร่งอย่าง ริโอ เฟอร์ดินาน กองหลังตำนานทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ทางซ้าย : เวน รูนี่ ทางขวา : ริโอ เฟอร์ดินาน
และอีกทีมที่สร้างเรื่องราวประวัติศาสตร์ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : โรเบิตโต้ มันชีนี้
นักเตะคนสำคัญ : เซอร์กิโอ้ กุน อเกวโร่ กองหน้าเพชรฆาต ทำไปประตูไป 30 ประตู รวมทุกรายการ
และ แว็งซ็อง กองปานี กองหลัง กัปตันทีม ตัวหลักและตัวสำคัญมีส่วนช่วยให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์แรกได้สำเร็จ
ภาพ : เซอร์จิโอ้ กุน อเกวโร่
โดยเรื่องราวนี้จะเริ่มมาจากนัดสุดท้ายของฤดูกาล ณ ขณะนั้นทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีคะแนนเท่ากัน แต่!!! แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีภาษี ดีกว่าในด้านประตูได้เสีย
เราจะเล่าแบบทั้งสองสนามและเหตุการณ์สำคัญ ในวันที่ 13/5/2012
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โคจรมาพบกับ ซันเดอร์แลนด์ แมวดำ ในบ้านของ ซันเดอร์แลนด์ ดูแล้วไม่ใช่งานยากแต่อย่างใดของ ปีศาจแดง ในนาที 20 กองหน้าสุดโหด เวน รูนี่ ได้ยิงให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำซันเดอร์แลน 1-0 ขอแค่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ ไม่ก็ เสมอ เขาก็จะเป็นแชมป์แล้ว
ณ วินาทีนั้น ตารางคะแนน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นอยู่อันดับที่ 1 ด้วยคะแนน 89 และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่สอง อยู่ที่ 86 คะแนน
ทางฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ ณ วินาทีนั้น อีกทีมก็ต้องการหนีตกชั้น และ อีกทีมต้องการที่จะได้แชมป์สมัยแรก
ในนาทีที่ 39 ซาบาเรต้า แบ็คชาว อาร์เจนติน่า ยิงให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0
ตารางคะแนนของพรีเมียลีค กลับมาเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นที่ 1 และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นที่ 2 คะแนนเท่ากันที่ 89 คะแนน แต่ลูกได้เสีย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดีกว่าจึงทำให้เรือใบอยู่ที่ 1
ภาพ : ซาบาเรต้า ยิงให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ต่อครึ่งหลังที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม บ้านของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กผีหรือกองเชียร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เฮ ส่งเสียงดีใจทั้งๆที ทีมของพวกเขาไม่ได้ทำประตู แต่ ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ ทำประตู โดย ดิบริว ซิสเซ่ ในนาทีที่ 48 ทำให้สกอร์เป็น 1-1
ตารางคะแนน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงเป็นอันดับ 1 แทน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยแมนเชสเตอร์ซิตี้มีคะแนนอยู่ที่ 87 คะแนน ถ้าจบแบบนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นแชมป์ในทันที
ในนาที ที่ 55' ก็มีเหตุการณ์สำคัญที่ เอติฮัด สเตเดียม นั้นก็คือ โจอี้ บาตัน กองกลางสุดเถื่อน โดนใบแดง เนื่องจาก ได้เข้าทำร้าย คารอส เตเบส และ เซอร์จิโอ้
กุน อเกวโร่ ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้มีความได้เปรียบเรื่องจำนวนคน
เสื้อแดงขาว คือ โจอี้ บาตัน และ เซอร์จิโอ้ กุน อเกวโร่ ที่ได้รับอาการบาดเจ็บ
ตอนนี้กองเชียแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มกลับมามีรอยยิ้มและกำลังใจอีกครั้ง แต่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง นั้นก็คือ ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ ได้ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ที่บ้านแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ จำนวนคนน้อยกว่า โดย ผู้ทำประตูคือ เจมส์ ชาลี แมคกี้ นาทีที่ 66'
ตัดกลับมาที่สนาม ซันเดอร์แลนด์ กองเชียแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เฮอีกรอบ เพราะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหลังอยู่ อีก 2 ลูก ถ้าจบแบบนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แชมป์มาครองแน่ๆ ใครหลายๆคนคงคิดไว้อย่างนั้น
แต่ในความสิ้นหวังและเวลาที่น้อยนิดคงไม่มีใครเชื่อว่า ปฏิหาริย์ จะมีจริง
เวลาที่เหลืออีก 20 นาทีเป็นฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกหน้าเดียว พับสนามบุก บุกแล้วบุกอีกก็ยังไม่มีประตู จนเวลาเหลือน้อย แฟนๆแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มถอดใจและสิ้นหวัง กับ เวลา และ สกอร์ ที่เป็นอยู่ ส่วนแฟนๆแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับเริ่มทำการฉลองแล้ว
และนี้คือเหตุการณ์สุดสำคัญและเป็นภาพในหน้าประวัติศาสตร์ วงการ ฟุตบอลอังกฤษ ณ ช่วง 90'+2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ ลูกเตะมุม(Corner) ดาบิด ซิลบา กองกลาง สัญชาติ สเปน เปิดมุมมาเข้าหัว ของ เอดิน เชโก้ กองหน้า บอสเนีย โหม่งเข้าจ่อๆระยะเผาขนทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตีเสมอได้ เป็น 2-2 แต่แค่นี้มันยังไม่พอ พวกเขาต้องการอีก 1 ประตูเพื่อขี้นนำให้ได้ และจะเป็นแชมป์ และเวลาอีกแค่ 2 นาที ทำให้กองเชียร์และนักเตะ เรือใบสีฟ้า กลับมาฮึดสู้อีกครั้ง
ภาพ เอดิน เชโก้ ยิงควีน ปาร์ค เรนเจอร์ 2-2
ตารางคะแนนตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคะแนนอยู่ที่ 89 คะแนน และ เรือใบสีฟ้าอยู่ที่ 87 คะแนน ถ้าเป็นแบบนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นแชมป์อยู่
ทั้งกำลังใจ เสียงเชียร์ และ ความกระหายแชมป์ และมันถึงช่วงเวลาที่เหตุการณ์สำคัญกำลังจะเขียนลงหน้าประวัติศาสตร์
ณ ขณะนั้นคู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กรรมการได้ทำการเป่าจบเกมส์เป็นที่เรียบร้อยโดยผลคือ ซันเดอร์แลนด์ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฟนๆยังรอผลรวมถึงโค้ชและนักเตะของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ยังรวมไปถึง รถที่ทำการขนถ้วยแชมป์ยังคงไม่แน่ใจว่าจะไปที่สนาม ซันเดอร์แลนด์ หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ในนาทีที่ 93' เวลาประวัติศาสตร์ได้มาถึง ในนาทีนั้น อเกวโร่ ได้จ่ายให้ มาริโอ้ บาโลเตรี่ กองหน้าชาว อิตาลี และวิ่งหาช่องขอบอลจาก บาโลเตรี่ และ เขาได้ส่งบอลให้อเกวโร่ แตะ บอลหนึ่งที และยิงขึ้นนำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ 3-2 เขาวิ่งไปดีใจโดยการ ถอดเสื้อ เป็นภาพสุดคลาสสิก ที่ใครหลายๆคนจำได้ สนามนี้แทบแตก เพราะเสียงเชียร์ ดีใจ จากกองเชียร์ รวมถึง สตาฟโค้ช และ นักเตะ พวกเขาทำได้ เรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียลีค ได้เป็นสมัยแรก
ภาพ : อเกวโร่ ยิงให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำเป็น 3-2
ถ้าดีใจสุดคลาสสิกของ เซอร์จิโอ้ กุน อเกวโร่
แฟนๆแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงทำได้แค่เสียดายเพราะทีมของพวกเขาได้ถูก ขโมยแชมป์ไปในเสียววินาทีสุดท้าย รถขนถ้วยแชมป์ได้ขับรถไปที่ สนามแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นค่ำคืนที่สนุกสุดมันส์ ของทั้งสองทีมในเมือง แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ใครหลายๆคน รวมถึงฝรั่ง จะตั้งชื่อเหตุการณ์ นี้ว่า "Aguerooooo" ได้มาจากผู้บรรยาย ณ ขณะนั้น และ "93:20" เวลาที่ กุน อเกวโร่ ยิงขึ้นนำและเป็นแชมป์
ภาพ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์สมัยแรก ฤดูกาล 2011/12
ในค่ำคืนนั้นคงไม่มีใครเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้จะทำได้ 2 ประตูในเวลา เพียงแค่ 4 นาที
ความรู้สึกส่วนตัวผู้เขียน : รู้สึกสนุกเพราะมีการพลิกล็อคไปมา ผมเองก็ยังไม่เชื่อว่าในเวลาเพียงน้อยนิดขนาดนั้นพวกเขาจะทำได้ และ ผมได้เรียนรู้อีกอย่างจากเหตุการณ์นี้นั้นก็คือ เกมส์ยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร อย่ายอมแพ้ สู้ให้ถึงที่สุด และ แมตส์นี้ รวมถึง เสียงผู้บรรยายในนาทีที่ 93:20 ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผม ถ้าหากมีใครมาถามผมว่า ชอบแมตส์ ไหนที่สุดตั้งแต่ดูบอลมา ผมคงตอบได้ไม่ยาก เพราะผมจะเลือกแมตส์นี้ กล่าวโดย แอดมินเพจข่าวลูกหนัง
เป็นไงกันบ้างครับกับเหตุการณ์สุดคลาสสิกที่ผมได้มานำเสนอในวันนี้หวังว่าเพื่อนผู้อ่านคงจะชอบกันนะครับ ถ้าใครอยากรู้สึกสนุกแบบผมก็สามารถไปค้นหาไฮไลต์ดูได้นะครับ Search ใน Youtube ว่า Manchester City 93:20 พวกท่านสามารถคอมเม้นต์ มาเล่าความรู้สึกว่าท่านรู้สึกอย่างไรกับเหตูการณ์ ถ้าชอบคอนเท้นแบบนี้ผมก็จะจัดมาให้ผู้อ่านอีกนะครับ
สำหรับวันนี้ผมแอดมินเพจข่าวลูกหนัง ขอตัวลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
โฆษณา