6 เม.ย. 2021 เวลา 04:54 • ความคิดเห็น
การถูกบูลลี่ของคนต่างชาติ
ภาพจากเว็บ Canva
วันก่อนได้มีโอกาสสนทนากับเพื่อนคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ในเรื่องการบูลลี่หรือดูถูกกันที่ต่างประเทศของคนชาติต่าง ๆ หลาย ๆ คนบอกว่าอยู่ต่างประเทศมา 20-30 ปีแต่ไม่เคยถูกบูลลี่ หรือไม่เคยเห็นการบูลลี่ในประเทศนั้น ๆ ดิชั้นฟังแล้วก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ ที่เค้าได้พบเจอกลุ่มที่ยินดีต้อนรับชาวต่างชาติ
ส่วนตัวเราเองย้ายมาอยู่และทำงานที่สวีเดนประมาณ 7 ปี เราพบเห็นการดูถูก การบูลลี่ หรือการกลั่นแกล้งกันในทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยดูถูกคนไทยด้วยกันเอง คนผิวขาวดูถูกคนแอฟริกันหรือคนตะวันออก และ/ หรือคนตะวันออกกลางดูถูกคนไทย หรือคนเอเชีย หรืออื่นใดที่เราไม่ได้กล่าวมานี้
ยิ่งในช่วงที่ผ่านมาปัญหาการแอนตี้คนต่างชาติได้แพร่หลายมากขึ้น โดยเราพบเห็นข่าวต่าง ๆ มากขึ้นตามหน้าหนังสือพิมพ์ และเมื่อไม่กี่วันก่อน เราได้ดูคลิปที่ผู้หญิงเอเชียคนหนึ่ง ถูกผู้ชายผิวขาวเตะจนล้ม และกระทืบซ้ำ 2-3 ที โดยที่เหตุการณ์ตามคลิป คือผู้ชาย กะผู้หญิงเดินสวนกันหน้าร้านขายของร้านหนึ่งตามปกติโดยที่ไม่มีการทะเลาะ หรือโต้เถียงกันแต่อย่างใด และที่น่าเศร้ากว่านั้นคือระหว่างที่ผู้ชายคนนั้นกำลังเตะและกระทืบผู้หญิงคนนั้น มีผู้อีกสองคนที่อยู่ในร้าน กำลังยืนดูและหลังจากนั้นผู้ชายทั้งสองคนก็เดินไปปิดประตูร้าน และเดินลับสายตาไป
มันเป็นเรื่องจริงที่หน้าเศร้า ที่กระแสความเกลียดชังคนต่างชาติได้แพร่หลายในช่วงหลายปีมานี้ เรื่องนี้เราไม่ได้กล่าวลอย ๆ เพราะเรามีข้อมูลงานวิจัยของประเทศสวีเดนมาสนับสนุนความคิดของเรา
จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยลินเชิปปิ้ง ประเทสสวีเดน พบว่ามีการกลั่นแกล้งหรือบูลลี่คนต่างชาติในที่ทำงานมากกว่า 3-4 เท่า เมื่อเทียบกับคนชาติเดียวกัน โดยผลการวิจัยพบว่ายิ่งประเทศห่างกันมากเท่าไร ก็จะมีการกลั่นแกล้งกันเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่า มีคนมากกว่าพันคนที่ไม่ได้เกิดในสวีเดน ถูกวิจารณ์อย่างโหดร้าย และถูกปล่อยให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในสังคมการทำงาน
ทางทีมวิจัยได้แบ่งประเภทการกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ในที่ทำงานเป็น 2 หมวดใหญ่ ๆ คือ
1. การกลั่นแกล้งที่เกี่ยวกับงานโดยตรง เช่นการไม่แบ่งงานให้ การถูกควบคุมมากขึ้น หรือแบ่งความรับผิดชอบให้น้อยลง
2. การกลั่นแกล้งกับตัวบุคคล เช่นการปล่อยให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่ทำงาน หรือการไม่ให้เข้าร่วมกลุ่ม ในที่ทำงาน
อย่างที่เราเคยกล่าวตั้งแต่ต้น ว่าการดูถูกหรือบูลลี่กัน บางทีก็เกิดขึ้นง่าย ๆ โดยที่เราอาจจะจงใจ หรือไม่จงใจก็ได้ เช่นเราอาจจะวิจารณ์เพื่อนร่วมงานว่า ”เธอมันเป็นพวกไม่ได้เรื่อง ไม่มีศักยภาพ ” หรือการที่เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งมาล้อผู้หญิงไทยว่า ”เธอสนใจจะไปเป็นคู่เดทชั้นมั้ย ฉันจะจ่ายเงินให้เธอเป็นรายชั่วโมง ” ซึ่งถ้าเราฟังผ่าน ๆ อาจไม่รู้สึกอะไร แต่หากใช้ใจฟัง เราก็จะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สมควร หรือแม้แต่เราอาจจะเข้าไปอยู่ในสังคมการทำงานกับคนชาตินั้น ๆ แต่เค้าก็ไม่ยินดีที่จะต้อนรับเราให้เข้าร่วมกลุ่ม
ส่วนตัวเราเจอบ้างช่วงที่เป็นนักศึกษาไปฝึกงาน คนที่เป็นชาติเดียวกันเค้าคุยกันอย่างออกรสออกชาด แต่เมื่อเราถามเค้าจะถามคำตอบคำ ทำให้เราปฎิญาณตนว่า ไม่ว่าผู้คนนั้นจะเป็นชาติไหน เราก็จะห้การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกว่าว่าคน ๆ นั้นจะเป็นคนชาติ หรือศาสนาใด เพราะเราคิดว่า ”มนุษย์ทุกคน มีคุณค่า และควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม”
เครดิตภาพจากเว็บ Canva
เครดิตข้อมูลบางส่วนจาก https://fof.se/artikel/utlandsfodda-mobbas-oftare-pa-jobbet
โฆษณา