ไปๆมาๆก็ต้องเลื่อนงานแต่งออกไปก่อนเพราะทางบ้านนั้นอยากให้เฮียหยางมันเรียนหมอจบก่อน อาแจ๋ถามมันว่าทำไมพูดออกไปแบบนั้น ทั้งๆที่ความจริงแล้วเรายังไม่ได้มีอะไรกัน มันบอกว่า มันไม่อยากเสียอาแจ๋ไปมันทำใจไม่ได้ถ้าอาแจ๋จะไปมีคนอื่น มันรักอาแจ๋มากและไม่มีทางเลือกเลยต้องทำแบบนี้”
พอสิ้นสุดคำพูดของอาแจ๋ ผมรู้สึกแน่นหน้าอก รู้สึกเศร้า หดหู่ ทุกๆความรู้สึกแย่มันรวมอยู่ในตัวผมตอนนี้ ผมนิ่งพูดอะไรไม่ออก ได้แต่คิดว่า เราเป็นคนในครอบครัว เขาเป็นพี่สาวเราทำไมเราไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน สำหรับผมแล้วมันเป็นเรื่องใหญ่มาก ทำไมเฮียหยางเห็นแก่ตัวจังวะ คำพูดมากมายมันตีอยู่ในหัวผม
“เอี๊ยด...” เสียงเบรกจักรยานที่อาแจ๋ขับมาส่งผมหน้าบ้าน
“เปิดร้านเลยหรือเปล่า” อาเซียกถาม
“เปิดเลย เปิดสายเดี๋ยวอาแมด่า” ผมตอบ
“เออๆ อาแจ๋ไปละ” อาเซียกพูดจบก็ขี่รถไป
แต่ความจริงแล้ว ตั้งแต่ฟังอาแจ๋เล่า วันนี้ผมไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นครับ ผมเปิดร้าน จัดของหน้าร้าน และเดินไปในร้าน
“อาแม เดี๋ยวบ่ายๆลงมานะ ปวดหัวจะขึ้นไปนอน” ผมตะโกนบอกอาแมที่ทำกับข้าวอยู่ในครัวพร้อมโยนกุญแจเก๊ะไว้บนโต๊ะกับข้าว
“เอ้า เป็นอะไร มากินข้าวกินยา ไปร้านยาเอายามากิน” อาแมตะโกนจากในครัว
“ไม่เอา ไม่กิน จะนอนแล้ว เดี๋ยวตื่นแล้วลงมา” ผมพูดพรางเดินขึ้นข้างบน
ผมล้มตัวลงบนที่นอน เอามือก่ายหน้าผาก คิดเรื่องที่อาแจ๋พูด เอามาเรียบเรียงทำความเข้าใจใหม่เผื่อว่าผมจะคิดมากไปเอง แต่ไม่ว่าจะคิดยังไง ก็รู้สึกเห็นใจอาแจ๋อยู่ดี ผมรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับพี่สาวผม คนที่ไม่มีทางเลือกคือพี่สาวผมนะ ไม่ใช่เฮียหยาง แล้วต่อจากนี้ผมจะมองหน้าเฮียหยางด้วยความรู้สึกยังไง แล้วทุกคนที่บ้านผมรู้เรื่องนี้ไหม แต่ที่แน่ๆคืออาเซี่ยนคงไม่รู้
“เซ่ตี๋เป็นไรอ่ะ” อาเซี่ยนเปิดประตูเข้ามาแล้วเดินมาที่เตียง
ผมมองหน้าอาเซี่ยนแล้วคิดในใจว่า จะบอกอาเซี่ยนดีไหม เรื่องนี้อาเซี่ยนควรรู้ไหม แต่อาเซี่ยนก็พี่ชายผมนะเขาก็ควรรู้สิ แต่ถ้าพูดไปแล้วเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาละ? จะทำยังไง? อาแจ๋จะเสียใจไหม แล้วผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านจะผิดใจกันเพราะผมหรือเปล่า แล้วจากนี้ผมควรทำยังไงต่อไป
“เฮ้ยเซ่ตี๋ เป็นไรอ่ะ อาแม! เซ่ตี๋เลือดกำเดาไหล อาแม! อาแม!”
“เซ่ตี๋เอ้ย เซ่ตี๋ เจ็บตรงไหนไหม” อาแมพูดพรางเช็ดเลือดที่จมูก
“ไม่เจ็บอาแม แต่ปวดหัว มันมึนๆอ่ะ” ผมตอบ
“อากอตี๋ ไปซื้อยาร้านโน้นมาป่ะ” อาแมหันไปบอกอาเซี่ยน
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวนอนพักก็น่าจะดีขึ้นแล้ว” ผมรีบพูดขัดขึ้นมา
เพราะถ้าไปซื้อยาที่ร้านนั้น อาแจ๋ต้องถามว่าใครเป็นอะไร แล้วต้องคิดมากเรื่องเล่าให้เราฟังแน่ๆ จากนั้นทุกคนเดินออกจากห้องเพื่อให้ผมนอนพัก ผมพลิกตัวตาไปมองรูปที่เราสามคนพี่น้องถ่ายด้วยกัน และค่อยๆหลับไป
“เออ เฝ้าน้องชายอยู่ น้องไม่ค่อยสบาย คงไม่เป็นไรแล้วแหล่ะ” เสียงอาเซี่ยนคุยโทรศัพท์ทำให้ผมตื่นขึ้นมา