7 เม.ย. 2021 เวลา 06:33 • การศึกษา
🎉 ทึ่งๆๆมากๆ🤵“ผอ.สถานศึกษา” วัย 25 ปี ที่อายุน้อยที่สุด 👉คิดนอกกรอบให้โอกาสการศึกษากับทุกคน | LIFE STORY🏫
ท่านเป็น ผอ.ที่วิทยาลัยอาชืพขาณุวงลักษบุรี
👉 เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ผลักดันการศึกษาที่ชื่อว่า. “การศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย”
ให้เป็นพื้นที่ของคนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาปกติด้วยเหตุผลจำเป็น ให้มีโอกาสได้เข้ามาเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างและนำไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต 🙆🏼‍♂️
👉🏼ทำความรู้จักระบบ “การศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย” และตัวตน “ผอ.แอ้ด” เมธชนนท์ ประจวบลาภ อายุ 25 ปี :
👉มาตามประวัติกันค่ะ👇👇👇👇👇
ผมเป็นลูกที่เกิดจากพ่อแม่ท้องไม่พร้อม แม่ท้องตอนอายุ 17 ปี สุดท้ายพอคลอดผม พ่อกับแม่ก็ไม่ได้เรียนต่อในระดับมัธยมปลายต้องออกกลางคัน ซึ่งทำให้พ่อแม่ไม่ได้ศึกษาต่อ พอโตขึ้นมาก็เห็นว่าพ่อแม่ลำบาก พอไม่มีวุฒิการศึกษาในสังคมที่มันต้องใช้วุฒิการศึกษาเป็นใบเบิกทาง ทำให้เห็นความลำบากของพ่อแม่”
ด้วยความที่เป็นเด็กรักกิจกรรม เขาเข้าร่วมกิจกรรมเยาวชนมาโชกโชน จนทำให้เห็นถึงเด็กกลุ่มหนึ่งที่อาจจะเจอปัญหาครอบครัว ยาเสพติด สภาพร่างกาย สถานะทางการเงิน จนทำให้ไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อตามระบบการศึกษาปกติ แต่ขณะเดียวกัน การฝึกวิชาชีพไปโดยไม่มีวุฒิการศึกษามาการันตีต่อให้เข้าฝึกอบรมวิชาชีพมากขนาดไหนสุดท้ายก็ อาจสูญเปล่า
จึงเป็นที่มาของการศึกษาตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและพบว่า ใน พ.ร.บ. "พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542"  มาตรา 15 การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย
“การศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย” คือ คำตอบของโอกาสที่จะให้คนหลายคนเข้ามาต่อยอดความรู้หรือวิชาชีพของตนเองได้ และยังสามาถเทียบโอนกันได้
“ตัวผมเองจบปริญญาตรีโดยการเทียบโอน หมายถึง ผมเรียนในระบบแค่ 2 ส่วน (ม.ต้น-ม.ปลาย) อีก 1 ส่วนเอาประสบการณ์ชีวิต เอาประสบการณ์ทำงานไปเทียบตอนแรกมหาวิทยาลัยก็ตกใจตอนแรกบอก ไม่ได้ อายุไม่ได้ ตอนนั้นอายุ 21 ปี จบมา 21 ปลายๆ เร็วกว่าเพื่อน (3 ปี) ตอนแรกเขาก็ไม่ยอม เลยงั้นส่งศาลตีความไหมล่ะ ว่าเทียบไม่ได้ แล้วเดี๋ยวผมส่งศาลตีความ สุดท้ายเขาก็ให้นิติกรมาดู ก็ยอม พอเรามีประสบการณ์ตรงนี้แล้วมันเลยเป็นที่มาของการเดินมาอยู่บนเส้นทางสายการศึกษา”
ซึ่งเขาเลือกเรียน “รัฐศาสตร์” และเข้าสู่เส้นทางการบริหารการศึกษาที่ใช้หลัก “รัฐศาสตร์ควบคู่กับประสบการณ์ชีวิต”
เขามองว่า หลักของ รัฐศาสตร์ คือ “การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของชาวไทย” เพราะฉะนั้นรัฐศาสตร์คือศาสตร์ของการปกครอง การปกครองคนให้ง่ายและสัมฤทธิ์ผลที่สุด คือการทำให้คนเท่ากัน และการทำให้คนเท่ากัน คือ การจัดสวัสดิการจากรัฐขั้นพื้นฐาน นี่คือที่มาว่า ทำไมรัฐศาสตร์ถึงเข้ามาอยู่ในวงการการศึกษาได้
👉 ดังนั้นแล้ว คนที่พลาดโอกาสทางการศึกษาและต้องการ “ศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย”  ก็สามารถทำได้ เขายกตัวอย่าง ที่ศูนย์การเรียนเซนต์ ยอห์นบอสโก บางขุนเทียน ซึ่งเขาเป็นผู้อำนวยการอยู่ในปัจจุบัน ว่า หลักเกณฑ์การรับจัดการ “การศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย” จะต้องดู พื้นฐานเดิมก่อน ต้องคำนึงถึงและเคารพผลการเรียนรู้เดิมของเขา ซึ่งไม่ใช่คุณวุฒิหรือไม่ใช่วุฒิล่าสุด แต่หมายถึง “ประสบการณ์ทั้งชีวิตของเขา” ด้วยการสัมภาษณ์ประเมินเบื้องต้น จากนั้นมีข้อสอบวัดระดับ ว่ามีความรู้พื้นฐานสุดท้ายเทียบเท่าระดับชั้นไหน
“ เขาอาจจะจบ ป.6 มาแล้ว 3 ปี แต่อยากเรียนถึง ม.3 เราก็เอาข้อสอบวัดระดับ ม.1 ม.2 ม.3 เขาอาจจะทำได้ถึง ม. 2 แสดงว่าประสบการณ์ชีวิตเขาอาจจะได้ ม.2 เป็นหน้าที่ของเราที่จะจัดการศึกษาในช่วงชั้น ม.3 ให้เขา ซึ่งอายุมากที่สุดที่เคยมีมาคือ 58 ปี เขาบอกว่าเขาอยากทำตามความฝันให้จบการศึกษา และอยากจะคุยให้ทันลูกที่คุณวุฒิสูงกว่า”
จากนั้น จะใช้เครือข่ายหลักคือการกระจายอำนาจให้สถานศึกษา หรือภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา หมายความว่า
“เราจะไม่ได้สอนเองทั้งหมด เป็นเพียง 10%  นอกนั้นจะใช้ภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมในบริเวณแห่งนี้ เช่น กฎหมายอาจจะเป็นตำรวจ การพัฒนาชุมชน สังคม อาจเป็นสำนักงานเขต การแสดงอาจเป็นโรงเรียนการแสดงที่เราจับมือกันอยู่ การจัดการศึกษานอกระบบตามอัธยาศัยคือทำอย่างไรก็กหได้ให้ผสมกลมกลืนกับชีวิตของเขา”
แล้ววัดผลการเรียนอย่างไร ...
เขายกตัวอย่างว่า หากใครมีประสบการณ์ทำอาหาร ก็มีห้องฝึกอาหาร บางคนมีความเชี่ยวชาญด้านการแสดงก็ส่งต่อให้สถาบันการแสดงและส่งประเมินผลมา มี 8 กลุ่มสาระ ถ้าเขาทำอาหารเก่งมากเลย แล้วเมื่อทำแฟ้มสะสมผลงานตอนจบ มีการนำทักษาการทำอาหารมาไว้ในแฟ้มเป็นส่วนมาก ก็ไปตัดเกรดจากวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ เยอะหน่อย ต่อมา ถ้าสมมุติว่า ทำขนมด้วยและนำไปขาย การเอาไปขายเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ หรือการสื่อสารเกี่ยวข้องกับภาษาไทย เป็นต้น
สรุปคือเราจับผลการเรียนรู้ของเขาให้มันตรงกับโครงสร้างหลักสูตรที่เรามี นอกจากนั้นยังจัดสอบตามมาตรฐานที่กระทรวงกำหนดอีกครั้ง ทั้งปฏิบัติ ทฤษฎี ตามแต่ครูแต่ละท่านจะประเมินนักเรียนแต่ละคน
สำหรับนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของเขา ส่วนใหญ่จะมี 2 เคส คือ เพื่อต้องการวุฒิ ม.6 สำหรับศึกษาต่อมหาวิทยาลัย หรือ สายอาชีวะ ปวส. อนุปริญญา กับเพื่อไปสอบอาชีพ ตำรวจ ทหาร เช่น นายสิบ
👉 ปัจจุบัน  ศูนย์การเรียนเซนต์ ยอห์นบอสโก บางขุนเทียน มีประมาณ 700 คน และศึกษาจบ 150 คนต่อภาคเรียน ซึ่งมีทั้งคนที่เคยมีปัญหาเรื่องยาเสพติด สถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวย ไปจนถึงระดับนักกีฬาทีมชาติที่ต้องจัดสรรเวลาเรียนให้เข้ากับตารางการฝึกซ้อม เป็นต้น
“ แต่ถ้ามาปกติแบบเบื่อไม่อยากเรียนในระบบ อันนี้เราต้องยกมือไหว้นะ เชิญกลับไปเรียนตามระบบก่อน ถ้าไม่ไหวแล้วค่อยมา ถ้าขี้เกียจแล้วมีเหตุผลอื่น เช่น ต้องทำงานขายก๋วยเตี๋ยวเพื่อเลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อแม่ โอเคอันนี้คือมีความประสงค์จะเข้าเรียน”
อยากผลักดันให้ “การศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย” เป็นที่รู้จักมากขึ้นเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย
ซึ่งเขาขยายความว่า ในกฎหมายกำหนดชัดเจนว่าการศึกษามี 3 รูปแบบ ดังนั้น การศึกษาทั้ง 3 รูปแบบต้องไปพร้อมกัน เราจะให้น้ำหนักระบบอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเราพิสูจน์กันมาแล้วว่า เราจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคบังคับ 9 ปี ขั้นพื้นฐาน 12 ปี มันก็ไม่ทำให้ประชาชนกินดีมีสุข แสดงว่า
“การศึกษาในระบบไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด  การศึกษานอกระบบตามอัธยาศัยก็ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนว่าแบบไหนเหมาะสมกับเขามากที่สุดเท่านั้นเอง”
🎉ชื่นชมเลยค่ะ ท่านเก่งจริง
ขอบคุณภาพค่ะ
🌼เราเอาฝากทุกท่านเผื่อใครมีญาติพี่น้องที่สนใจและมีเหุตผลตรงกับที่ผอ.กล่าวมาก็ลองดูค่ะ
😲ดีจังปัจจุบันมีทางเลือกให้เรียนได้เยอะมากขึ้น☺️
▶️และคลิปYouTubeได้ที่ https://youtu.be/ATHUqGRUkM0
ขอบคุณข้อมูลค่ะ
ขอบคุณwww. Sanook
storyคนอยากเล่า
โฆษณา