8 เม.ย. เวลา 13:33
Work from Home ทีไร อยากได้ Work Life Balance แต่กลับได้ Work ไร้ Balance แทน
มารู้จัก 6 วิธี ช่วยแยกชีวิตส่วนตัวออกจากการทำงานกันดีกว่า
.
.
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของการ Work from Home คือ ‘การจัดการเวลางานและเวลาส่วนตัว’ เมื่อที่ทำงานกับที่บ้านกลายเป็นที่เดียวกัน การเข้างาน-ออกงานก็ไม่ชัดเจนเหมือนไปทำงานที่บริษัท รู้สึกว่าจะต้องแสตนด์บายให้พร้อมตลอดเวลา แล้วจะทำอย่างไรที่จะแยกการทำงานที่บ้านออกจากการใช้ชีวิตส่วนตัว เมื่อเราต้องมี Work Life Balance บ้าง
.
มาดู 6 วิธีที่จะทำให้การ Work from Home ไม่มาพร้อม Work ไร้ Balance อีกต่อไป
.
1. ระบุเวลางานที่ชัดเจน
.
การ Work from Home ของบริษัทบางที่ก็คงไม่มีเวลาเข้า-ออกงานที่ชัดเจนเหมือนเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศ บางทีเพื่อนร่วมงานก็ทักมาถามเรื่องงานในเวลาพักหรือหลังเวลางาน ทำให้เรารู้สึกไม่ได้พักจากงานจริงๆ จังๆ ดังนั้น การทำความเข้าใจเรื่องเวลางานร่วมกันจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งในการที่จะแบ่งเวลางานและเวลาพักผ่อนออกจากกันอย่างชัดเจน อาจจะเริ่มลองคุยกับทีมในการตั้งเวลาเข้างานและเวลาออกงาน รวมถึงเวลาพักเที่ยง และหลีกเลี่ยงการทักเรื่องงานที่ไม่เร่งด่วนนอกเวลา
.
2. สังเกตว่าคุณใช้เวลาอย่างไรในแต่ละวัน
.
คุณอาจจะลองสังเกตการใช้เวลาของตัวเองว่าคุณใช้เวลาไปกับอะไรบ้างและระยะเวลาเท่าไหร่ในแต่ละวัน ลองจดบันทึกเป็นเวลาหนึ่งถึงสองอาทิตย์ว่าคุณใช้เวลาไปกับการทำงาน การประชุม การพักผ่อน หรือการนอนเท่าไหร่บ้าง แล้วกลับมาดูว่าคุณอยากที่จะปรับตารางเวลาของคุณอย่างไรให้ตอบโจทย์ Work Life Balance
.
3. ลดระยะเวลาการประชุมที่ไม่จำเป็น
.
บางทีประชุมออนไลน์ถี่ๆ หรือนานๆ ก็เหนื่อย อาการเหล่านี้เรียกว่า Video Chat Burnout ประชุมเยอะเกินไปก็ไม่มีประสิทธิภาพ แถมยังเสียเวลาการทำงาน ตารางงานก็ต้องขยับ ทำให้เวลางานกินเวลาพักผ่อน ซึ่งมันก็เป็นธรรมดาที่การทำงานที่บ้านอาจจะต้องมีการประชุมเยอะขึ้น เนื่องจากไม่ได้เจอกันตัวต่อตัว แต่ก็ควรอยู่ในความพอเหมาะพอดี อาจจะลองคุยกับทีมว่าเราสามารถที่จะลดการประชุมไหนบ้างหรืออาจจะหาวิธีประชุมที่รวบรัดแต่ครบถ้วน เพื่อไม่ให้กินเวลาการทำงานหรือทำให้เกิดอาการ Video Chat Burnout ที่จะยิ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของคุณ
.
4. แยกบัญชีติดต่อสื่อสารส่วนตัวออกจากงาน
.
บางคนใช้บัญชีติดต่อสื่อสารเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวรวมกัน ก็อาจจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่กับงานตลอดเวลา หรือบางทีก็ทำให้เราไม่เห็นการแจ้งเตือนส่วนตัวของเรา การแยกบัญชีงานและบัญชีส่วนตัวออกจากกันจึงเป็นการขีดเส้นกั้นบางๆ ระหว่างทั้งสองเรื่อง เมื่อเราทำงานที่บ้านและอยากที่จะโฟกัสกับงานและไม่อยากที่จะให้เรื่องอื่นๆ มารบกวนสมาธิ เราก็สามารถที่จะล็อกอินเข้าบัญชีสำหรับทำงานอย่างเดียว นอกจากนี้การแยกบัญชีติดต่อยังช่วยในเรื่องความเป็นระเบียบและทำให้เรื่องงานไม่มาปะปนกับเรื่องส่วนตัวอีกด้วย
.
5. สร้างพื้นที่ทำงานภายในบ้าน
.
ในการทำงานที่บ้าน ถ้าเราไม่หาพื้นที่แยกไว้ทำงาน ทุกๆ พื้นที่ก็จะกลายเป็นที่ทำงานโดยทันที ลองหาพื้นที่เงียบๆ ที่คุณสามารถแยกตัวออกมาเพื่อทำงานโดยเฉพาะ เพื่อสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการทำงานและยังทำให้เราโฟกัสได้มากขึ้นอีกด้วย อาจจะเริ่มจากการลองมองหาที่ที่เหมาะกับสไตล์การทำงานของคุณ
.
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถมีพื้นที่ทำงานเป็นของตัวเอง บางคนอาจจะต้องนั่งทำงานที่โต๊ะอาหาร แต่คุณก็สามารถหาเก้าอี้ออฟฟิศตัวหนึ่งมานั่งหรือจัดโต๊ะให้พร้อมสำหรับการทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศให้คุณรู้สึกว่าเป็นการเริ่มทำงานเหมือนตอนอยู่ที่ออฟฟิศและจะช่วยทำให้คุณไม่วอกแวก และเมื่อคุณทำงานเสร็จก็อาจจะเก็บคอมพิวเตอร์ออกจากโต๊ะให้เรียบร้อย เพื่อทำให้คุณรู้สึกว่าคุณเลิกงานแล้วจริงๆ
.
6. ใช้วันหยุดให้เป็นวันหยุด
.
เมื่อบ้านของคุณกลายเป็นที่ทำงานแห่งที่สอง มันก็เป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่คุณจะหยิบคอมออกมานั่งทำงานในวันหยุด ทำให้วันหยุดของคุณกลายเป็นอีกหนึ่งวันทำงานไปซะอย่างงั้น แน่นอนว่าในบางที การทำงานในช่วงวันหยุดนั้นสำคัญ แต่การใช้เวลาพักและชาร์จแบตให้ร่างกายและสุขภาพจิตของเราสำคัญยิ่งกว่า ดังนั้นจงใช้วันหยุดให้เป็นวันหยุด ไม่ใช่วันทำงานอีกวันของคุณ
.
.
แปลและเรียบเรียง:
.
อ้างอิง:
.
#MissionToTheMoonPodcast
1