Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นิติปริญญ์ธรรม
•
ติดตาม
12 เม.ย. 2021 เวลา 10:00 • การศึกษา
การทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพของพนักงานสอบสวน
1
เอาง่าย ๆ นะครับ การทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพของพนักงานสอบสวน เป็นการแสดงสถานการณ์ขณะกระทำผิดของผู้ต้องหา โดยที่เราพบเห็นทั่วไป คือ ตำรวจจะนำผู้ต้องหาไปชี้ที่เกิดเหตุ และแสดงสถานการณ์ รวมถึงพฤติการแวดล้อมในการกระทำความผิด ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน สามารถอ้างส่วนหนึ่งของคำรับสารภาพได้ แต่ไม่มีกฎหมายวางหลักบังคับให้ต้องทำแผนฯ ผู้ต้องหาสามารถปฎิเสธไม่ทำแผนฯ นี้ได้
แล้วจำเป็นหรือไม่นั้น
ผมขอเริ่มจากกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมของผู้ต้องหาในคดีอาญา
มาตรา 29 วรรคสอง แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติว่า “ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้”
การนำผู้ต้องหาไปที่เกิดเหตุย่อมเป็นการประจานว่า นำผู้ต้องหาคือผู้กระทำความผิดแล้ว และสังคมเห็นในแนวทางเดียวกันว่านำผู้ต้องหานี่แหละคือผู้ร้าย โดยมีผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวและรายงานข่าว มีชาวบ้านและคนในชุมชนเข้าไปเพื่อจะดูพฤติการณ์การกระทำความผิดของผู้ต้องหา ทั้ง ๆ ที่ว่าการสอบสวนของพนักงานสอบสวนควรคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนที่คุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ
ในกรณีควรที่จะทำแผนฯ หรือไม่
1. พิจารณาตามสิทธิและกฎหมาย
การถูกละเมิดสิทธิของผู้ต้องหา : กรณีนี้สิทธิของผู้ต้องหาได้ถูกละเมิดอย่างแน่นอน เพราะสังคม และสื่อมวลชนได้ตัดสินผู้ต้องหาคนนี้เสียแล้วว่าเป็นผู้กระทำความผิด
ความปลอดภัยของผู้ต้องหา : กรณีหากไม่นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไประงับเหตุ ผู้ต้องหาจะต้องถูกรุมประชาทัณฑ์อย่างแน่นอน
ความครบถ้วนของพยานหลักฐาน : บางกรณีมีพยานหลักฐานแน่นหนา เช่นเป็นกล้องวงจรปิด หรือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ประกอบคำรับสารภาพก็เพียงพอที่ทำให้เห็นการกระทำของผู้ต้องหาแล้ว (เพียงพอที่ศาลจะใช้วินิจฉัยได้แล้ว) ไม่จำเป็นต้องนำตัวผู้ต้องหาไปทำการแสดงบทบาทสมมติในที่เกิดเหตุ และอาจจะบังเอิญที่มีสื่อมวลชนมาทำข่าวจำนวนมาก ซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายและกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของครอบครัวผู้เสียหาย
1
การรับฟังและการชั่งน้ำหนักแผนประกอบคำรับสารภาพในฐานะพยานหลักฐาน :ในคดีอาญามีหลักกฎหมายที่ว่าจะต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำควมผิดจริง และถึงแม้จำเลยจะรับสารภาพ ศาลก็ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานจนสิ้นสงสัยด้วยเช่นกัน โดยแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพนั้น หากเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แต่ก็มีน้ำหนักน้อยกว่าประจักษ์พยานหลักฐานอื่น ๆ อยู่ดี
2. พิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน
คำถาม : สื่อมวลชนและชาวบ้านรู้ได้อย่างไรว่า ตำรวจจะทำการทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ …. ระหว่างสิทธิในการรับข้อมูลข่าวสารกับสิทธิของผู้ต้องหาและผลกระทบอื่น ๆ ... พนักงานสอบสวนควรไตร่ตรองให้ดีหรือไม่ ??? ….
1
การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิทั้งของผู้ต้องหาและผู้เสียหาย
การถูกละเมิดสิทธิต่อตัวผู้ต้องหา การนำเสนอข่าว มีภาพใบหน้า ชื่อ และข้อมูลอื่น ๆ ของผู้ต้องหาปรากฏในสื่ออย่างชัดเจน ทำให้ผู้ต้องหาได้รับการดูถูกเยียดหยาม ครอบครัวได้รับการดูถูกดูแคลน สังคมประณาม
ด้านผู้เสียหาย (โดยเฉพาะในกรณีข่มขืน) ก็ได้รับความอับอายจากการกระทำของผู้ต้องหาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่ผู้สื่อข่าวไปประโคมข่าวเช่นนี้ย่อมทำให้ผู้เสียหายหรือครอบครัวได้รับความอับอายมากขึ้น
เพราะฉะนั้น จริงอยู่ที่การทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพของพนักงานสอบสวนยังพอมีประโยชน์ในทางคดีอยู่บ้าง แต่เมื่อพิจารณาตามหลักความจำเป็นแล้ว มิได้มีความจำเป็นที่จะต้องกระทำ ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างทั้งต่อครอบครัวผู้เสียหาย ครอบครัวผู้ต้องหา และโดยเฉพาะต่อตัวผู้ต้องหา เมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมากกว่าประโยชน์ที่ได้จากการมีแผนฯ พนักงานสอบสวนจึงไม่ควรทำการทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพในลักษณะเช่นนี้
สุดท้ายผมขอนำลิงก์บทความทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับประเด็นที่คล้ายคลึงกันนี้ มาให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูกันนะครับ ว่า เราควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างไร
http://www.marutbunnag.com/article/363/
https://ilaw.or.th/node/3303
บันทึก
6
1
6
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย