มีบัญชีอยู่แล้ว?
อาการโควิด 19 สายพันธ์อังกฤษ มีอาการอย่างไร ?
เรื่องดีดี
จากที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า จุดเริ่มต้นมาจากคลัสเตอร์สถานบันเทิง (แถวย่านทองหล่อ) เป็นที้มาของ “ โควิดสายพันธุ์อังกฤษ ” แล้วมีการระบาดไปในแวดวงกว้างมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะดารา ไฮโซ นักธุรกิจ หรือลามไปจนถึงนักการเมือง
ทีนี้หลายคนอาจจะยังสงสัยและยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ " โควิดสายพันธุ์อังกฤษ " กันมากนัก วันนี้ฟางจะมาบอกรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของ “ โควิดสายพันธุ์อังกฤษ ” กันค่ะ ว่ามันมีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อที่ทุกคนจะได้ระมัดระวังและป้องกันตัวเองนะคะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ “ โควิดสายพันธุ์อังกฤษ ” กันก่อนค่ะ
www.freepik.com
หลายคนได้ยินกันมาสักพักแล้วแหล่ะว่ามี “ โควิดสายพันธุ์อังกฤษ ” แต่คงจะยังไม่ทราบว่ามาจากไหนกัน จริงๆ ก็ตามชื่อเลย เกิดขึ้นมาได้เพราะ โควิดสายพันธุ์อังกฤษที่กลายพันธุ์  มีชื่อว่า B.1.1.7 พบครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา
และผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆมากมาย จนมาถึงประเทศไทย
และล่าสุดส่งผลให้เกิดโควิดระลอกใหม่ ที่คลัสเตอร์สถานบันเทิง (ย่านทองหล่อ) นั่นเอง ทีนี้มาดูกันว่ามันร้ายแรงแค่ไหนกัน
1
จากการศึกษาพบว่า “ โควิดสายพันธุ์อังกฤษ ” นั้น ตำแหน่งที่กลายพันธุ์ เป็นตำแหน่งที่พิเศษอยู่บนผิวไวรัส ซึ่งมันทำให้ไวรัสมีคุณสมบัติจับผิวเซลล์มนุษย์ได้ดีขึ้นและง่ายขึ้นค่ะ
และเป็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ "โปรตีนหนาม" (spike protein) ของเชื้อไวรัส ซึ่งเรียกกันว่าการกลายพันธุ์  N501Y ทีนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนสำคัญส่วนที่ใหญ่ของหนามที่เรียกว่า "ส่วนยึดจับกับตัวรับบนผิวเซลล์" (receptor-binding domain)
ซึ่งมันเป็นส่วนแรกที่หนามของไวรัสจะสัมผัสกับพื้นผิวเซลล์ในร่างกายของคนเรานั่นเอง และเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 17 ประการในเชื้อโควิด-19 พันธุ์กลาย VUI-202012/01 และ “ โควิดสายพันธุ์อังกฤษ ” นี้สามารถระบาดได้รวดเร็วขึ้น กว่าสายพันธุ์ปกติถึง 1.7 เท่าค่ะ
และขณะนี้ได้พบว่า “ โควิดสายพันธุ์อังกฤษ ” ได้แพร่กระจายไปในหลายๆประเทศ เช่น เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ออสเตรเลีย อิตาลี ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ สวีเดน เยอรมนี แคนาดา เลบานอน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และสิงคโปร์ เป็นต้นค่ะ
www.freepik.com
ส่วนในประเทศไทยของเรานั้น ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาเปิดเผยว่า โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ พบครั้งแรกที่ประเทศไทยจาก
ครอบครัวชาวอังกฤษ 4 คน เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2564 เดินทางเข้าประเทศไทย และอยู่ในสถานกักตัวทางเลือก โดยโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการควบคุมอย่างดีไม่ให้เชื้อแพร่กระจายออกไปในวงกว้างค่ะ
และล่าสุด จากคลัสเตอร์สถานบันเทิง (ย่านทองหล่อ) ที่ได้มีการแพร่กระจายของโควิดสายพันธ์อังกฤษ จึงทำให้ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการตรวจพันธุกรรม SARS –CoV-2 จากตัวอย่าง ด้วยวิธี Specific probe Real Time RT-PCR เพื่อแยกสายพันธุ์อังกฤษ กับสายพันธุ์ปกติ (Wild type)
และได้ค้นพบออกมาแล้วว่า สายพันธ์ที่พบในคลัสเตอร์สถานบันเทิง (ย่านทองหล่อ) นั้น เป็น โควิด 19 สายพันธ์อังกฤษจริง และทำให้เกิดการระบาดได้รวดเร็วกว่า สายพันธุ์ปกติถึง 1.7 เท่า และปริมาณไวรัสในผู้ป่วยถึงแม้จะไม่แสดงอาการ ก็จะมีปริมาณไวรัสที่สูงมากเช่นกัน ซึ่งอ้างอิงจากการสังเกตจากค่า Ct ของสายพันธุ์สถานบันเทิง ก็เห็นได้ชัด มีค่า ct ต่ำแสดงว่ามีไวรัสจำนวนมาก นั่นเองค่ะ
อาการของ “ โควิดสายพันธุ์อังกฤษ ” เป็นอย่างไร
www.freepik.com
จากล่าสุด วันที่ 10 เมษายน 2564 พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร แพทย์อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ ได้มีการโพสต์ถึงวิธีการสังเกตอาการของคนติดโควิด-19 ในระลอกนี้เอาไว้ และฟางได้รวบรวมข้อมูลเพื่อที่ทุกคนจะได้ทราบข้อมูลและจะได้ป้องกันตัวเองและคอย check อาการของตัวเองและคนรอบข้างได้ว่าเข้าข่ายหรือไม่ ? โดยนับจากสถิติของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ที่ค่อนข้างจะมีอาการที่หลากหลายพอสมควร และมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
💥 ระยะเวลาอาการแสดง 💥
อาการแสดงของโรค มักจะแสดงอาการได้ชัดเจน 2-3 วันหลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อ หรือมีอาการไข้สูงมาถึง 38.5 - 39.0 องศาเซลเซียส หลังจากร่างกายได้รับเชื้อผ่านไป 3-4 วันค่ะ
💥 ประเภทของอาการ 💥
- ในช่วงแรก จะมีอาการของการปวดเมื่อยตามร่างกายก่อนเป็นหลัก และมีไข้ต่ำๆ และมีอาการเจ็บคอนิดหน่อย แต่จะยังไม่แสดงอาการมากนัก
- มีระยะเวลาในการฟักตัวนานกว่า 14 วัน
- มีไข้สูง ตั้งแต่ 38.5 - 39.0 องศาเซลเซียส แลพมีอาการตาแดง ผื่นขี้นตามตัว
- มีผู้ป่วยประมาณ 5% ที่มีอาการเกี่ยวกับบริเวณท้อง เช่น มีอาการจุกเสียด แน่นท้องท้องอืด ท้องผูก และผู้ป่วยเหล่านี้ก็มักจะมีอาการท้องเสียมาก่อน
- มีอาการปวดมื่อยตามตัว ปวดหนักๆ เหมือนกับปวดกระดูกเป็นพักๆ
- มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ ไป และจาม ไม่เยอะมากเหมือนตอนที่เป็นหวัดธรรมดา
- ในส่วนของกลิ่น จะยังได้กลิ่นต่างๆเหมือนเดิม แต่จะกินข้าวไม่ค่อยอร่อย ยังพอสามารถรับรสได้
- มีอาการ ไอ หายใจลำบาก หอบ เหนื่อยบ้าง
- และมีผู้ป่วยอีกประมาณ 5% ที่ไม่แสดงอาการใดๆเลย
ในช่วงสถานการณ์โควิดระบาดระลอกใหม่แบบนี้ สิ่งที่ทำให้เรารอดพ้นจากโรคนี้ได้ คือ เราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันช่วยหยุดการแพร่เชื้อ และป้องกันตนเอง ด้วยการ กักตัวอยู่บ้าน เว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย ทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้าน หมั่นล้างมือด้วยน้ำยาล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ กันด้วยนะคะ
www.freepik.com
หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างเข้าข่ายอาการตามที่กล่ามาข้างต้นแล้ว แล้วเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ฟรีที่ รพ.รัฐและเอกชนทุกแห่ง และหากเคยเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง หรือเคยสัมผัสกับผู้ติดเชื้อและสงสัยว่าจะติดเชื้อ แม้ไม่มีอาการก็อย่านิ่งนอนใจนะคะ ท่านสามารถติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ได้ตลอดค่ะ
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ หากไม่จำเป็นอย่าเพิ่งออกไปไหน เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อค่ะ ^^
อ้างอิง
    สาวเมืองลิง🐒
    รอบนี้...กลัวจริง ขอบคุณข้อมูลแน่นๆจ้าา