14 เม.ย. 2021 เวลา 00:00 • กีฬา
[ #มนุษย์ถ้ำผู้สง่างาม ]
การ์เลส ปูโยล เกิดที่หมูบ้านเล็กชื่อว่าลา โปบลา เดอ เซกูร์ตั้งอยู่ในแคว้นกาตาลัน
เริ่มเล่นบอลกับทีมท้องถิ่นนั่นแหล่ะ เริ่มจากเป็นผู้รักษาประตูก่อนเลย แต่เผอิญเจ็บไหล่ ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้แน่ เลยขยับไปยืนกองหน้าคอยล่าตาข่าย
แม้ครอบครัวไม่สนับสนุนเรื่องฟุตบอลเท่าไรนัก อยากให้ตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่า แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร จนกระทั่งมีโค้ชแนะนำให้ไปคัดที่ลา มาเซียอะคาเดมี่อันเลื่องชื่อของบาร์เซโลน่า
ปรากฎว่าทดสอบฝีเท้าผ่านได้เข้าไปอยู่ประจำในปี 1995 ก่อนจะโดนจับปรับตำแหน่งอีกครั้งคราวนี้มาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับก่อน
อีกสองปีต่อมาถูกโปรโมตขึ้นชุดบี โยกมาประจำการแบ็กขวา ซึ่งเขาสนุกมากๆ เพราะได้เติมเกมรุกอย่างที่โปรดปรานเต็มที่ แม้สต๊าฟฟ์จะพร่ำบอกเสมอว่าจุดเด่นอยู่ที่การเล่นเกมรับก็ตาม
ในปี 1998 บาร์เซโลน่ารับข้อเสนอมาลาก้าเพื่อขอซื้อ ปูโยล ซึ่งเวลานั้นเป็นตัวสำรองแบบถาวร อยู่ภายใต้ร่มเงาของ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ และ มิเชล ไรซีเกอร์ แทบไม่มีโอกาสได้เล่นในทีมชุดใหญ่
อย่างไรก็ดีเป็นเขาตัดสินใจปฏิเสธในนาทีสุดท้าย เพราะเห็นเพื่อนสนิท ชาบี เอร์นานเดซ ซึ่งโตมาด้วยกัน ก้าวขึ้นชุดใหญ่เต็มตัวแล้ว ยังไงก็ต้องทำให้ได้สำเร็จบ้าง นั่นคือแรงบัลดาลใจอย่างดี
โชคดีของ ปูโยล เพราะช่วงดังกล่าว หลุยส์ ฟานกัล คือกุนซือซึ่งมักจะชอบเฟ้นหาเด็กดาวรุ่งฉายแววดันขึ้นมาเสมอ
ผลงานของ ปูโยล เองก็เข้าตากุนซือดัตช์ด้วย ประตูโอกาสจึงเปิดกว้างกว่าเดิม แต่ผมเผ้าที่กระเซอะกระเซิงไม่มีทรงเกือบทำให้หมดอนาคตเหมือนกัน
วันหนึ่ง ฟานกัล ถามกองหลังดาวรุ่งรายนี้ว่า -- "แกมีปัญหาอะไรกับทรงผมนี้นักหรือ ไม่มีเงินจะไปตัดให้เรียบร้อยหรือไง"
ปูโยล ตอบไปสั้นๆว่าเปล่าครับ แต่ถึงที่สุดแล้วก็ไม่เคยตัด ซึ่งมันก็ไม่ได้กระทบต่อผลงานในสนาม
เขาได้ประเดิมสนามในเดือนตุลาคม 1999 เจอเรอัล บายาโดลิด โดยหุบจากแบ็กขวามายืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก โชว์ให้เห็นว่าดีพอกับตำแหน่งที่สำคัญ รวมถึงไม่เกี่ยงว่าจะเล่นตรงไหน ล้วนแต่ทำผลงานอย่างน่าพอใจ
ไม่ใช่แค่ฟอร์มการเล่นที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเททุกวินาที แต่เขายังเปี่ยมไปด้วยมาดของความเป็นผู้นำ สุขุมเยือกเย็น มีบุคลิกที่เหมาะสมปกป้องเพื่อนร่วมทีมและสโมสรด้วย
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดรู้สึกประทับใจมาก อยากได้มาร่วมทีมและในช่วงปรีซีซั่นของปี 2003 ต่อสายทาบทามมาหา เพราะรู้ว่าบาร์เซโลน่ากำลังมีปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนัก
แต่เขายืนกรานไม่ขอย้ายไปไหนทั้งสิ้น แม้จะรู้ว่ามีความมั่นคงและได้รับค่าจ้างมากกว่าก็ตาม กระทั่งได้รับสัญญาฉบับใหม่เป็นรางวัลตอบแทนยาวนานถึง 5 ปีเต็ม
พอฤดูกาล 2003/04 ปิดฉากลง หลุยส์ เอ็นรีเก้ กัปตันทีมประกาศรีไทร์จากค้าแข้ง ปูโยล ได้สืบทอดปลอกแขนแทน โดยทุกคนต่างยอมรับไม่มีใครคัดค้านเลย
เพราะรู้ดีว่านี่คือคนเหมาะสุดแล้ว หาจุดด้อยแทบไม่เจอเลย
เพื่อนร่วมทีมเรียก ปูโยล ว่าเป็น Captain Caveman หรือ "ลูกพี่มนุษย์ถ้ำ" ด้วยทรงผมที่รุงรัง รวมทั้งไลฟ์สไตล์ที่ไม่ค่อยเหมือนคนอื่นดูเฉยเฉิ่มตกยุคสมัย
เขารู้ตัวดีว่าฝีเท้าอยู่ระดับไหน เข้าใจประสิทธิภาพที่มีอยู่ รวมถึงมีวิธีการดึงออกมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด
เมื่อคุณมีปลอกกัปตันบาร์เซโลน่าอันทรงเกียรติรัดแน่นบนต้นแขน เวลาเดินมันต้องยืดด้วยความภาคภูมิใจ บางทีอาจเผลอไผลหลงระเริงไปบ้าง
1
แต่สำหรับ ปูโยล มีสติตลอดเวลาและรู้ดีว่าบทบาทขอบเขตของตนมีอยู่แค่ไหน
"ผมไม่มีเทคนิคอันยอดเยี่ยมเหมือน โรมาริโอ , ฝีเท้าเลิศเลออย่าง มาร์ค โอเวอร์มาร์ส หรือร่างกายแข็งแกร่งทรงพลังเหมือน พาทริค ไคลเวิร์ต"
"แต่ผมใช้การทำงานหนักมากกว่าคนอื่น เปรียบไปแล้วผมคือนักเรียนที่ไม่ได้เฉลียวฉลาดอะไรหรอก ทว่าผมการเรียนโอเค สอบผ่านเมื่อจบเทอมเท่านั้นเอง"
เพราะรู้ดีว่าไม่ได้มีพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้เหมือนเพื่อนอีกหลายคน ปูโยล จึงต้องทดแทนด้วยการทำงานหนักกว่าคนอื่นสองเท่าอย่างที่เคยเล่าเอาไว้
นอกจากขยันหมั่นเพียรฝึกซ้อมแล้ว ยังเตรียมความพร้อมตลอดเวลา ดูแลร่างกายตัวเองอย่างดี แทบไม่เคยไปเที่ยวไนต์คลับตอนกลางคืน ดื่มบ้างตามมารยาทแก้วเดียวจบ ส่วนใหญ่มักจะไปร้านอาหารประจำนั่งคุยกับเพื่อนสนิท ถึงเวลาค่อยกลับบ้าน
ไม่ใช่แค่นั้น สิ่งที่ขับให้ ปูโยล โดดเด่นมองเห็นคุณค่าอีกคือความเป็นสุภาพบุรุษ ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างมาก
หลายเหตุการณ์สามารถยืนยันความจริงข้อนี้ได้เป็นอย่างดีและสร้างความประทับใจจนต้องจำไว้ไม่มีลืม
อย่างในปี 2012 เกมลีกที่เจอราโย บาเยกาโน บาร์ซ่านำห่างไปแล้ว 4-0 ก่อนที่จะได้ประตูที่ 5 จากช็อตที่ ดานี่ อัลเวส ครอสให้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า โขกจมตาข่าย
จากนั้นทั้งคู่ไปฉลองด้วยการแดนซ์อย่างสนุกสนาน ปูโยล รีบวิ่งมาห้ามปรามให้พอได้แล้ว มันดูไม่งามนัก เหมือนไม่ให้เกียรติคู่แข่ง ออกไปทางเยาะเย้ยมากกว่า
อีกครั้งคือหลังจบเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2011 ที่เวมบลีย์ บาร์เซโลน่าเข่นแมนฯยูไนเต็ดราบคาบ ปูโยล ในฐานะกัปตันทีมต้องได้ขึ้นรับโทรฟี่อย่างยิ่งใหญ่
แต่เขาให้ เอริก อบิดัล แบ็กซ้ายเพื่อนร่วมทีมที่เพิ่งต่อสู้กับการผ่าตัดมะเร็งที่ตับ จนฟื้นตัวกลับมาลงเล่นได้อีกอย่างน่าทึ่ง สวมปลอกแขนกัปตันทีมให้เอง นำเพื่อนขึ้นสัมผัสเจ้าบิ๊กเอียร์
"มันตื่นเต้นมากๆ ผมไม่รู้จะกล่าวคำขอบคุณเขาอย่างไร" -- อบิดัล ว่าเอาไว้เช่นนี้
ในเกมโจน กัมเปร์ โทรฟี่ 2010 ซึ่งเป็นศึกประจำปีของบาร์เซโลน่า ได้เชิญเอซี มิลานมาร่วมโม่แข้งด้วย ระหว่างที่เห็น โรนัลดินโญ่ เพื่อนเก่าเดินผ่านเข้ามา เลยรีบเรียกมาชักรูปหมู่ด้วยกัน เป็นภาพที่น่ารักสำหรับแฟนบอลมากๆ
เกมเอลกลาซิโก้กับเรอัล มาดริด มีไฟแช็คลอยมาจากทางฝั่งกองเชียร์ราชันชุดขาว เคราร์ ปีเก้ เห็นแล้วไปหยิบขึ้นมา พยายามจะฟ้องผู้ตัดสิน แต่โดน ปูโยล มาแย่งไว้ก่อน แล้วโยนกลับออกไปนอกสนาม
เหมือนบอกว่าให้ก้มหน้าก้มตาเล่นตามเกมของตัวเองไป การมาฟ้องอย่างนี้มันไม่แมนเท่าไรนัก
หลายต่อหลายเหตุการณ์ ปูโยล แสดงให้เห็นถึงความเป็นสุภาพบุรุษ รู้จักเคารพนับถือและให้เกียรติทุกคนเสมอมา
เขาช่วยทำให้เกมลูกหนังสวยงามมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันตัวเขาเองก็สง่างามไม่แพ้กัน ชัยชนะใครก็อยากได้ทั้งนั้นแต่สำหรับ ปูโยล ต้องแฟร์และสะอาดมากพอ
1
กัปตันทีมที่หัวกระเซิง ไว้ผมทรงเดียวมาตลอด หน้าตาไม่ได้หล่อเหลา แต่ความยิ่งใหญ่ของเขาไม่เป็นรองใครแน่นอน
ในยุคที่ฟุตบอลต่อสู้กันด้วยกลยุทธ์ทุกรูปแบบ ห้ำหั่นกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด ยากนักที่เราจะได้เห็นเรื่องราวอย่างนี้อีก
ปูโยล ได้บันทึกเอาไว้และทุกคนจำได้ไม่รู้ลืม
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
.
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
ขอบคุณครับ
โฆษณา