หลายครั้งเราก็ได้เห็นว่าพระเยซูได้ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน ความรัก ความสัมพันธ์ มากกว่าความเป็นทางการ ความถูกต้องตามธรรมเนียมกฏเกณฑ์ศาสนา
-พระเยซูไม่ได้โวยวายในวันที่คนเจาะหลังคาแล้วหย่อนเพื่อนมาให้พระองค์รักษา (มาระโก 2:1-12)
-พระเยซูรักษาคนมือลีบในวันสะบาโต แม้ว่าพระองค์จะรักษาวันสะบาโตก็ตาม พระองค์เลือกที่จะแหกกฏธรรมเนียมของมนุษย์ที่ตั้งไว้เกี่ยวกับวันสะบาโตเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อื่น (มาระโก 3)
-พระเยซูไม่ได้ตำหนิหญิงที่มาแอบจับชายเสื้อพระองค์เพื่อจะได้รับการรักษาว่าการที่มาแอบจับชายเสื้อมันไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นทางการ ไม่เคารพ (มาระโก 5) ทั้งสองคนนี้ที่ปฏิบัติต่อพระองค์อย่างไม่เป็นทางการ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับคนเคร่งๆอย่างพวกฟาริสี แต่พระเยซูก็ยังเรียกเขาว่าลูก
-พระเยซูไม่ได้ใยดีกับการกราบนมัสการของผีที่เข้าสิงคนที่ดูจะเป็นการกระทำที่น่ายอมรับมากแต่กลับเรียกผีตนนั้นว่า "ไอ้ผีโสโครก" (มาระโก 5) มารก็ดูเหมือนจะเคร่งกว่าเรานะ แต่เคร่งแล้วไปทำร้ายคนอื่นพระเยซูก็ซัดเลยนะนั่น
-พระเยซูได้หยิบยก โฮเชยา 6:6 มาพูดถึง 2 ครั้ง กล่าวว่า"เราประสงค์ความเมตตา ไม่ประสงค์เครื่องสัตวบูชา" เป็นการตอบกลับในข้อกล่าวหาที่ฟาริสีมีต่อพระองค์จากการทำสิ่งที่สวนเทรนด์ศาสนาในยุคนั้น (มันธิว 9,12)
-โดยการกระทำเหล่านี้พระเยซูเป็นคนบอกเองด้วยว่า 'อย่าคิดว่าเรามาล้มเลิกธรรมบัญญัติและคำของบรรดาผู้เผยพระวจนะ เราไม่ได้มาล้มเลิก แต่มาทำให้สมบูรณ์ทุกประการ ' (มัทธิว 5:17) พระเยซูไม่ได้สนับสนุนการละเมิดธรรมบัญญัติหรือความบาป บทความนี้ก็เช่นกัน แต่พระเยซูมาทำให้มาตรฐานการดำเนินชีวิตในฐานะผู้ที่เชื่อในพระเจ้าสูงขึ้นด้วยซ้ำ