DJ Shadow เบสไลน์แบบคาดเดาไม่ได้ว่าจะหยุดและเล่นตรงไหนแบบวง Dub ในยุค 70's เนื้อหาอ้างอิงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และการกำเนิดใหม่ได้แรงบันดาลใจจากบทความ "An Airbag Saved My life" ในนิตยสาร และหนังสือ The Tibetan Book of the Dead ทอม ยอร์คเขียนเพลงนี้เกี่ยวกับ ภาพของความปลอดภัยที่นำเสนอผ่านมุมมองแบบสมัยใหม่ และ "ความคิดที่ว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนคุณสามารถถูกฆ่าตายได้ทุกเมื่อ" BBC อ้างถึงอิทธิพลจากนวนิยาย Crash ของ J.G.Ballad ในปี 1973 ส่วน Tim Footman นักข่าวดนตรีให้ทรรศนะว่า เทคนิคสุดล้ำในเพลงกับเนื้อหาที่ดูวิตกกังวล
6.23 นาที หนึ่งในเพลงที่ยาวที่สุดของวง โครงสร้างของเพลงได้แรงบันดาลใจมาจาก Happiness is a warm gun ของ The Beatles และ Bohemian Rhapsody ของ Queenที่ปฏิเสธโครงสร้างแบบปรกติ "ร้อง-คอรัส-ร้อง"พาร์ทดนตรีได้รับอิทธิพลมาจาก The Pixes ส่วนชื่อเพลงและเนื้อร้องอ้างอิงถึง Marvin the Paranoid Android จากซีรี่ย์เรื่องThe Hitchhiker's Guide to the Galaxy ของ DouglasAdams
ในท่อน "Don't get sentimental / It always ends up drivel" ทอม ยอร์คบอกว่า "การแสดงความเห็นใจคือช่วงอารมณ์ที่ทำออกไปเพราะคิดว่าอยากทำ เราถูกจู่โจมด้วยความเห็นอกเห็นใจ,อารมณ์ของมนุษย์ นั่นแหละคือความผิดหวัง คิดว่าทุกอย่างคือสิ่งจอมปลอมหรือคิดว่าทุกอารมณ์นั้นเหมือนอยู่บนเครื่องบินลำเดียวกัน ทั้งโฆษณารถยนต์และเพลง
ป็อบ ทอม ยอร์ค รู้สึกว่าความระแวงสงสัยในอารมณ์ความรู้สึกเป็นบุคลิกของคนยุค Gen X เขาพูดถึงเรื่องนี้ไม่เฉพาะแค่ในเพลง Let Down แต่ทางวงต้องการให้มันกระจายอยู่ทั้งอัลบั้ม
น่าจะเป็นเพลงแรกของวงที่อธิบายถึงความน่าสะพรึงกลัว การวางเลเยอร์ของพาร์ทเครื่องสาย เสียงแอมเบียนต์ เสียงนอยส์ เครื่องเคาะโลหะ ที่วนเวียนอย่างไม่รู้จบ พาร์ทเครื่องสาย 16 ชิ้น แต่งโดยจอนนี่ กรีนวู้ดได้รับอิทธิพลจากผลงานชื่อ Threnody to the Victims of Hiroshima ของนักประพันธ์เพลงคลาสสิคหัวก้าวหน้า Krzysztof Penderecki
"No surprises คือเพลงที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับคนฟัง ไอเดียของเราคือ เขย่าขวัญคนฟังด้วย 'Climbing up The Walls' ก่อนที่จะทำให้พวกเขาผ่อนคลายด้วยเพลงป็อบที่มีท่อนคอรัสแบบเพลงกล่อมเด็ก" ทอม ยอร์คบอกว่า "ผมใช้เวลาอยู่นานเพื่อพยายามไม่ให้เสียงร้องเป็นแค่เสียงของตัวเอง ในเพลงอย่าง 'Karma Police','Paranoid Android' และ'Climbing uo the Walls' ก็เป็นเสียงของคนที่มีบุคลิกต่างกันไป สำหรับ No Surprises เป็นอีกคนนึงที่พยายามจะเก็บรักษาทุกสิ่งไว้ด้วยกัน แต่ไม่สามารถจะทำได้" เนื้อร้องเหมือนเป็นบทกวีที่อ้างอิงถึงการฆ่าตัวตาย หรือชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบ ความไม่พอใจกับสังคมแบบสมัยใหม่ และมาตรการของรัฐบาล บางท่อนกล่าวถึงชีวิตในชนบทหรือชานเมือง หนึ่งในท่อนที่อุปมาถึงเรื่องเหล่านี้คือประโยคแรกในเพลง
"A heart that's full up like a landfill(สถานที่ทิ้งขยะแถวชานเมือง)" ทอม ยอร์คบอกว่านี่เป็น "เพลงกล่อมเด็กยอดแย่" ที่เกิดมาจาก "ความอึดอัดในเรื่องสุขภาพชีวิต ว่าเราจะทำยังไงกับกล่องหรือขวด
เนื้อหาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก สงครามบอสเนีย กล่าวถึงชายคนนหนึ่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตก และความกังวลในระบบขนส่งของ ทอม ยอร์ค พวกเขาบันทึกเสียงเพลงนี้ในวันที่ 4 ก.ย. 1995 แต่งขึ้นเพื่ออัลบั้มการกุศล Help: A Charity Album For The Children Of Bosnia ถูกเลือกเป็นซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้ม ก่อนจะมาอยู่ใน OK Computer โครงสร้างหลักของเพลงนี้คือการประสานกันของกีต้าร์ทั้ง 3 ตัว ที่พัฒนาต่อมาจากคอร์ดเพี้ยนๆของ โอ เบรียน ด้วยการดีดสายกีต้าร์หลังนัทบริเวณหัวกีต้าร์ ทำให้ได้ซาวด์ประหลาดๆเหมือนที่เราได้ยินตอนอินโทรของเพลง
The Tourist
เพลงปิดอัลบั้มแต่งโดยจอนนี่ กรีนวู้ด "เพลงนี้คือเพลงของผมเอง แปลกใจเหมือนกันที่อีก 4 คนที่เหลือยอมให้ผมทำเพลงนี้ 'The Tourist' ซาวด์ไม่