18 เม.ย. 2021 เวลา 17:26 • สัตว์เลี้ยง
โรคจุดขาวน้ำเค็ม กับ กระเทียมผง
บทความนี้เขียนเพื่อเป็นสคริปต์สำหรับ YouTube Channel ช่อง VET Edutainment ถ้าขี้เกียจอ่าน กดไปฟังได้นะครับ https://youtu.be/0PQwj4WiZ8A
สวัสดีครับยินดีต้อนรับเข้าสู่ Journal Talk อีกครั้งนะครับ โดยเนื้อหาที่ผมจะนำมาเล่าในวันนี้เนี่ยเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระเทียมซึ่งมักจะถูกนำมาใช้เพื่อรักษาปลาอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อปลามีปัญหาโรคจุดขาวนะครับ ถ้าหากว่าใครยังไม่รู้จักโรคจุดขาวน้ำเค็มนะครับสามารถคลิกไปที่คลิปแนะนำด้านบนนี้ได้เลยครับผมทำลิ้งค์เอาไว้ให้แล้ว
เป็นความจริงครับว่าเรามียาและสารเคมีหลายอย่างมากในการรักษาโรคจุดขาว แต่ว่าในบางครั้งเนี่ยเราก็มีข้อจำกัดในการใช้ยาเหล่านี้มากเหมือนกันเช่นในตู้ทะเลอาจจะต้องระวังเรื่องของระบบแบคทีเรียที่เซ็ตเอาไว้ หรือให้บางครั้งเราอาจจะต้องระวังพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในตู้ เช่นกุ้ง หรือปะการัง ทำให้หลายหลายครั้งก็มีการเสนอเอากระเทียมขึ้นมาใช้เพื่อเป็นการส่งเสริมภูมิคุ้มกันของปลา จริงๆเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นยาผีบอกในหมู่คนเลี้ยงชาวไทยเท่านั้นแต่เป็นเรื่องราวที่สามารถพบเจอได้ทั่วโลกนะครับ แม้กระทั่งในร้านขายอุปกรณ์ปลาสวยงามเราก็จะเห็นกระเทียมผงขายเอาไว้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มียี่ห้อเป็นทางการระดับโลกเพื่อใช้ในการเสริมในอาหารให้ปลากิน แต่มันใช้ได้จริงหรือเปล่าใช้กับกรณีไหนได้บ้างหรือเป็นแค่ความเชื่อมาลองดูที่งานวิจัยชิ้นนี้กันดูครับ
ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์นั้นไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป ในบางครั้งเนี่ยในอนาคตอาจจะมีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่แสดงออกถึงประสิทธิภาพที่ไม่เหมือนกัน และหักล้างความรู้เดิมได้อยู่เสมอนะครับ ดังนั้นเนี่ยการที่ผมนำเอาหลักวิจัยชิ้นนี้มาเล่าให้ฟังไม่ได้หมายความว่านี่คือความรู้ที่ตายแล้วที่ต้องเป็นแบบนี้เสมอไปนะครับหากว่าใครที่ได้มีประสบการณ์ลองใช้กระเทียมในการรักษาแล้วรู้สึกถึงประสิทธิภาพประสิทธิผลอย่างไรสามารถนำมาแบ่งปันกันได้ และผมยินดีที่จะเห็นลักษณะของการอยู่เป็นสังคมของการแบ่งปันถกเถียงและได้รับความรู้เรียนรู้สิ่งใหม่ใหม่ร่วมกันนะครับ ถ้าหากว่าพร้อมกันแล้วมาตามผมไปดูงานวิจัยชิ้นนี้กันเลยครับ
งานวิจัยชิ้นนี้มีชื่อว่า Evaluating the use of garlic (Allium sativum) for the remedy of Cryptocaryon irritans in guppies (Poecilia reticulata) ซึ่งเป็นงานวิจัยจากประเทศอิสราเอลนะครับในปี 2018 ตีพิมพ์ในวรสารวิชาการที่ชื่อว่า aquaculture research นะครับ
Evaluating the use of garlic (Allium sativum) for the remedy of Cryptocaryon irritans in guppies (Poecilia reticulata) ซึ่งเป็นงานวิจัยจากประเทศอิสราเอลนะครับในปี 2018 ตีพิมพ์ในวรสารวิชาการที่ชื่อว่า aquaculture research นะครับ
ก่อนอื่นผมขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับกระเทียมก่อนนะครับ กระเทียมเนี่ยจัดว่าเป็นพืชสมุนไพรเก่าแก่ดั้งเดิมมากๆแล้วก็มีหลักฐานว่ามีการใช้ในทางการแพทย์เนี่ยมามากกว่า 1000 ปีแล้ว สารประกอบหลักที่ออกฤทธิ์คือ Allicin หรือ (diallyl thiosulfinate) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดกลิ่นของกระเทียมนั่นเองครับ โดยธรรมชาติแล้วจะไม่เจอสาร allicin นะครับ แต่ว่าเมื่อเรานำกระเทียมมาบทจะทำให้เอนไซม์ allinase เปลี่ยน alliin เป็น Allicin ได้ ในคนเนี่ย สาร Allicin มีบทบาทในการต้านมะเร็ง ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดระดับ cholesterol ในเลือด ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งพบว่ายังมีฤทธิ์ต่อต้านพยาธิหลายชนิด
ในปลาน้ำจืดเนี่ยมีการศึกษานะครับ แล้วก็พบว่ากระเทียมสามารถต่อต้านเชื้อเห็บระฆัง รวมไปถึงเชื้อจุดขาวน้ำจืดได้ด้วย แต่หมายเหตุนะครับงานวิจัยดังกล่าวเนี่ยที่เขากล่าวอ้างผมตามย้อนไปดูแล้วเป็นการศึกษาการใช้กระเทียมเพื่อรักษาโรคจุดขาวในปลาไหล ซึ่งปลาไหลเป็นปลาที่มีเมือกมากน่าจะค่อนข้างทนทานกับจุดขาวมากอยู่แล้วและการศึกษาดังกล่าวก็ใช้กระเทียมเข้มข้นมากในการรักษา ไว้ถ้ามีโอกาสผมจะลองเอางานวิจัยนี้มาเล่าให้ฟังแล้วกันแต่ ณ ตอนนี้เนี่ยผมไม่สามารถเข้าไปโหลดงานวิจัยที่ว่านี้ได้แบบเต็มเต็มครับ จึงอาจจะขอข้ามไปก่อน กลับมาโฟกัสที่งานวิจัยหลักของเราในวันนี้ต่อดีกว่าครับ
งานวิจัยชิ้นนี้นะครับได้ทำการทดลองในปลาหางนกยูงที่ปรับสภาพให้เลี้ยงในน้ำเค็ม และศึกษาการใช้กระเทียมสามรูปแบบด้วยกัน รูปแบบแรกคือทดลองศึกษาผลของกระเทียมต่อเชื้อจุดขาวน้ำเค็มในหลอดทดลอง รูปแบบที่สองคือการให้ปลาที่ติดเชื้อจุดขาวน้ำเค็มได้รับการแช่ด้วยกระเทียมหรือให้กินกระเทียม และรูปแบบสุดท้ายคือการให้ปลาได้รับกระเทียมล่วงหน้าเป็นเวลาประมาณสองถึงสี่สัปดาห์ก่อนการติดเชื้อเพื่อดูผลของการป้องกันการติดเชื้อ
ผลการทดลองนะครับ ส่วนแรกคือการใช้ Allicin หรือว่าสารสกัดกระเทียมว่ามีผลอะไรกับเชื้อจุดขาวน้ำเค็มหรือ Cryptocaryon irritans บ้างนะครับ การศึกษานี้นะครับพบว่าการใช้สารสกัดที่ 5 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรเนี่ยสามารถทำให้ตัวอ่อนของเชื้อเป็นอัมพาตไม่สามารถเคลื่อนที่ได้นะครับ แล้วก็ตายในที่สุด แต่ว่าแต่ละระยะของเชื้อต้องการเวลาสัมผัสกับสารสกัดที่ไม่เท่ากันครับ โดยจากการค้นคว้านะครับเค้าบอกว่า Allicin สามารถทะลุผ่านเยี่ยหุ้มเซลล์ได้ และเข้าจับกับ Thiol groups ในเซลล์ จนทำให้โปรตีนและเอนไซม์หลายชนิด เช่น glutathione ไม่สามารถเข้าจับได้ ซึ่งทำให้การทำงานของเซลล์ปรสิตเหล่านี้ เสียสมดุลบางอย่างไป และตายลง แต่ว่าจากการทดลองนี้เค้าพบว่าการทำงานของสารสกัดกระเทียมนี้จะได้ผลกับเฉพาะปรสิตระยะ tromont และ protomont เท่านั้น ในขณะที่ tomont กับ trophont จะไม่ได้ผล เพราะปรสิตถูกปกคลุมด้วยเมือกของปลาอยู่
ถ้าดูจากข้อมูลตรงนี้ดูเหมือนว่าการใช้กระเทียมอย่างต่อเนื่องน่าจะสามารถควบคุมโรคนี้ได้ เช่นอาจจะต้องมีการเติมสารตัวนี้วันเว้นวัน เพราะว่าจากการศึกษาเนี่ยเขาก็พบว่าสารตัวนี้มันก็สลายตัวไปค่อนข้างเร็วเหมือนกันทำให้ต้องเติมอยู่เรื่อยเรื่อย แต่กลายเป็นว่าการทดลองรูปแบบที่สองที่พยายามใช้กระเทียมมาแช่ปลาที่ป่วยเพื่อรักษานั้นกลับไม่ได้ผล ทีมวิจัยเนี่ยก็คิดว่าหรือว่ามันแรงไม่พอ เขาก็เพิ่มความถี่ในการเติมสารสกัดกระเทียมลงไปจากแทนที่จะเป็นวันเว้นวัน จากในการทดลองในจานเพาะเชื้อว่าวันเว้นวันก็กลายเป็นเติมทุกวัน แต่ก็พบว่าไม่สามารถควบคุมการติดเชื้อได้อยู่ดี ทีมวิจัยลองผสมกระเทียมลงไปในอาหารให้ปลากินก็ยังพบว่าไม่สามารถคุมการติดเชื้อได้อยู่ดี แม้ว่าจะผสมกระเทียมลงไปถึง 10% ของอาหารก็ตาม ก็คืออัตราการตายของกลุ่มควบคุม และกลุ่มที่ได้รับกระเทียม ไม่แตกต่างกันเลย
เปเปอร์นี้นะครับก็ยังได้เล่าต่อว่าจากประสบการณ์ในแล็บของเค้าเนี่ยที่ได้ทำการศึกษามา กระเทียมสามารถจัดการกับเห็ดระฆังสามารถจัดการกับปลิงใสได้ แต่ก็ต้องใช้ความเข้มข้นของสารสกัดกระเทียมที่สูงมาก ซึ่งก็ไม่ใช่การศึกษาแรกนะครับเคยมีคนทำการศึกษาประมาณนี้มาแล้วในปลิงใส ซึ่งก็สอดคล้องกันครับว่าระยะตัวอ่อนที่เพิ่งฟักออกจากไข่เนี่ยสามารถถูกทำลายด้วยสารสกัดกระเทียมได้ แต่เมื่อปลิงใสเข้าไปเกาะที่ปลาแล้ว ประสิทธิภาพของกระเทียมก็ลดลงอย่างมาก
ไม่เพียงแค่การรักษา แต่การใช้กระเทียมในรูปแบบที่สามคือให้กินก่อนการติดเชื้อเป็นเวลาสองอาทิตย์และสี่อาทิตย์โดยผสมในอาหารไม่ว่าจะ 10% หรือ 20% ก็พบว่าไม่สามารถป้องกันปลาจากการติดเชื้อได้
จากการทดลองทั้งหมดนะครับ ทางนักวิจัยก็ได้สรุปว่ากระเทียมนั้นมีคุณสมบัติในการทำให้ตัวอ่อนของเชื้อตายได้จริงแต่ว่าการนำมาใช้กับปลาจริงๆนั้นใช้ได้ยาก เชื้อที่อยู่บนตัวปลาไม่สามารถถูกทำลายด้วยกระเทียม แต่การจะนำมาใช้เพื่อแช่รักษาก็พบว่าสารออกฤทธิ์มีการเสื่อมสลายที่รวดเร็วอาจจะต้องมีการเติมเพิ่มเป็นประจำ แต่ปัญหาก็คือว่า การตรวจวัดระดับสารประกอบ Allicin ก่อนการเติมใหม่นั้นทำได้ยาก และต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาแพง การใช้กระเทียมจึงน่าจะไม่เหมาะกับในทางปฏิบัติเท่าไหร่
ทีนี้มันก็มีทฤษฎีของบางท่านที่บอกว่าการที่เรานำกระเทียมมาเป็นส่วนผสมของอาหารนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องการจะให้กระเทียมไปฆ่าเชื้อจุดขาวโดยตรงแต่การใส่กระเทียมเข้าไปนั้นเป็นการกระตุ้นความอยากอาหารของปลาและทำให้ปลาได้รับสารอาหารที่มากขึ้นจึงมีการพัฒนาของระบบภูมิคุ้มกันขึ้นมาสู้กับการติดเชื้อได้ดี และหายจากโรคได้เอง เรื่องนี้จริงหรือไม่ผมไม่แน่ใจ เพราะมีผู้รู้ได้บอกเล่าจากประสบการณ์ว่าเค้าแอบนำกระเทียมออกจากอาหารแต่ปลาก็ยังกินดีตามปกติ เขาจึงคิดว่ากระเทียมไม่น่ามีส่วนช่วยตรงนี้
อย่างไรก็ตามผมได้ตามหางานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ในปี 2012 ชื่อว่า Effects of Dietary Garlic Extract on Growth, Feed Utilization and Whole Body Composition of Juvenile Sterlet Sturgeon (Acipenser ruthenus) ในวารสารวิชาการ Asian-australasian journal of animal sciences งานวิจัยนี้ได้ทดลองผสมสารสกัดกระเทียมลงไปในอาหารที่ให้ปลากิน 0.5% และ 1% ตามลำดับ ผลการทดลองเค้าพบว่า เมื่อเทียบกันแล้วปลาที่ได้รับกระเทียมเป็นเวลา 10 สัปดาห์มีน้ำหนักตัวที่มากกว่าปลากลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้รับกระเทียมอย่างมีนัยยะสำคัญ พูดง่ายง่ายก็คือโตเร็วกว่านั้นเอง และนั่นก็ส่งผลให้ปลามีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อหรือว่า feed conversion rate ที่ดีกว่ากลุ่มควบคุม แต่ที่น่าสนใจก็คือในกลุ่มที่ผสมกระเทียมในอาหาร 0.5% กับกลุ่มที่ผสม 1% ผลการทดลองไม่ต่างกัน ถึงแม้ว่าการทดลองนี้จะเป็นการศึกษาในลูกปลาสเตอร์เจียน แต่ว่าเค้าก็ได้พบว่ามันมีการศึกษาก่อนหน้าเขามาแล้วในปลานิลแล้วก็ได้ผลในลักษณะเดียวกัน
วิจัยอีกชิ้นหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ในปี 2012 ชื่อว่า Effects of Dietary Garlic Extract on Growth, Feed Utilization and Whole Body Composition of Juvenile Sterlet Sturgeon (Acipenser ruthenus)
อีกดัชนีหนึ่งที่นักวิจัยกลุ่มนี้ได้ศึกษาคือการเปรียบเทียบน้ำหนักของตับกับน้ำหนักตัวของปลา โดยเราทราบกันดีครับว่าตับเนี่ยเป็นอวัยวะที่เก็บสำรองพลังงานให้ร่างกายเหมือนเป็นแบตเตอรี่ การที่ตับมีลักษณะปกติ แต่ขนาดใหญ่นั่นหมายความว่ามีพลังงานสะสมอยู่ในร่างกายของปลามากขึ้น นักวิจัยกลุ่มนี้ครับพบว่าน้ำหนักตับของปลาที่ได้รับสารสกัดกระเทียมนั้นมีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้รับสารสกัดกระเทียมด้วยครับ
ยังไม่หมดแค่นั้นครับ นักวิจัยเนี่ยยังพบด้วยว่าปลาที่ได้รับกระเทียมผสมลงไปในอาหารเนี่ยมีการสังเคราะห์โปรตีนมีการสร้างโปรตีนในเนื้อเยื่อที่มากกว่ากลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้รับกระเทียมด้วยครับ ไม่แน่ใจว่ากระเทียมนั้นช่วยในการย่อยหรือช่วยในการดูดซึมหรือช่วยอะไรในร่างกายของปลา แต่เมื่อนำปลาทั้งตัวมาหาสัดส่วนของสารอาหารต่างๆก็พบว่าปริมาณไขมันมีเปอร์เซ็นต์ที่ลดลง และเป็นโปรตีนมากขึ้นนั่นเองครับ
ที่จริงแล้วก่อนที่ผมจะค้นหางานวิจัยเนี่ยผมก็เจอบล็อกของนักเลี้ยงปลาบางคนที่ได้แบ่งปันเอาไว้เหมือนกันว่าเค้าได้สอบถามผู้รู้มา ว่าเรื่องของกระเทียมนั้นเป็นเรื่องที่คิดไปเอง เป็นเรื่องของความบังเอิญ จริงๆหลายหลายเว็บบอร์ดของเมืองนอกก็มีความเห็นทำนองนี้ แต่จากลักษณะของงานวิจัยที่ผมได้หามาก็เป็นหลักฐานที่ค่อนข้างแน่นอนว่ากระเทียมมีผลต่อการได้รับสารอาหารของปลา ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ครับที่ปัจจัยนี้จะทำให้ปลามีสุขภาพที่ดีขึ้นและสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคจุดขาวได้ด้วยตัวเอง นอกจากนั้น ในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเนี่ยก็มีรายงานนะครับว่ากระเทียมนั้นสามารถต่อต้านพยาธิในทางเดินอาหารบางชนิดได้ ซึ่งก็เป็นผลทางอ้อมให้ปลาได้รับสารอาหารจากการกินที่มากขึ้นเป็นผลให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ย้ำว่านี่คือความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาแรกในปี 2018 นั้นได้บ่งชี้ให้เราเห็นครับว่าการใช้กระเทียมโดยมุ่งหวังจะใช้รักษาโรคหรือใช้ป้องกันโรคอาจจะไม่ได้ส่งผลโดยตรง อาจใช้เป็นเครื่องเสริมสุขภาพของปลาพอจะได้ แต่จะหวังให้ใช้เพื่อเป็นยาหลักในการจัดการกับปัญหานี้น่าจะยาก น่าจะเสี่ยงเกินไปครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับเรื่องราวของกระเทียมที่เป็นสมุนไพรบ้านบ้านของเรากับการนำมาใช้เพื่อจัดการกับปัญหา “ระดับโรค” ถ้าหากว่าใครอยากได้ข้อมูลที่มากกว่านี้สามารถลงไปดูในช่อง Description ได้ ผมจะแปะงานวิจัยที่ผมนำมาอ้างอิงถึงเอาไว้ให้ครับ และหากว่าใครมีประสบการณ์การใช้กระเทียมเพื่อจัดการกับปัญหาสุขภาพของปลาเนี่ยก็สามารถคอมเม้นต์เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์กันได้นะครับ ส่วนตัวผมเองเนี่ยยังไม่เคยมีโอกาสได้ใช้จริงๆจังจังสักที ถ้าหากว่าคลิปนี้มีประโยชน์ถูกใจก็รบกวนช่วยกดไลท์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ YouTube ของผมไม่ได้มีไว้เพื่อหารายได้เป็นหลัก ไม่มีระบบสมาชิก แต่ถ้าหากว่าไม่อยากจะพลาดเนื้อหาดีดีที่จะนำมาลงในอนาคตก็รบกวนช่วยกด subscribe เอาไว้ด้วยนะครับ
วันนี้ผมขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
อ้างอิง
1. Ji Hyun Kim, Sophie Fridman, Hamutal Borochov-Neori, Tamar Sinai, and Dina Zilberg. 2018. Evaluation the use of garlic (Allium sativum) for the remedy of Cryptocaryon irritant in guppies (Peocilia reticulate). Aquaculture Research. 2018: 1-8.
2. Dong-Hoon Lee, Chang-Six Ra, Young-Han Song, Kyung-Il Sung, and Jeong-Dae Kim. 2012. Effects of Dietary Garlic Extract on Growth, Feed Utilization and Whole Body Composition of Juvenile Sterlet Sturgeon (Acipenser ruthenus). Asian-Australas Journal of Animal Sciences. 25(4): 577-583.
โฆษณา