22 เม.ย. 2021 เวลา 00:19 • ประวัติศาสตร์
ทำไมคนไทยไม่ควรเกลียดพม่า
..
3
จากเจ้าปลวกไต่สู่พระเจ้าบุเรงนองมหาราชสิบทิศ เรียนประวัติศาสตร์ผ่านประวัติจักรพรรดิราช
..
ผมดูข่าวเหตุการณ์ในเมียนม่าแล้วทำให้มักจะนึกถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ของแผ่นดินแห่งนี้
โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง ผู้ได้รับการขนานนามว่า "มหาราชผู้ชนะสิบทิศ"
...
เราต้องยอมรับว่า เด็กไทยที่เติบโตมากับการเรียนประวัติศาสตร์ด้านเดียว คือประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างไทยกับพม่าตำราไทย มักจะมีอคติเล็ก ๆ กับความเป็นพม่า
เพราะเราถูกสอนให้เข้าใจว่า เราเสียเอกราชเพราะถูกพม่ารุกราน
2
เราถูกแย่งชิงทรัพย์สมบัติ ถูกเผาทำลายบ้านเมืองด้วยน้ำมือพม่ารามัญในครั้งอดีต
เราถูกปลูกฝังเช่นนี้ เราจึงไม่ชอบพม่า
วันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านบทความในเว็บไซด์สารคดีที่เขียนถึงสถานที่ต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์พม่า
รวมทั้งประวัติความเป็นมาของพระเจ้าบุเรงนอง
พออ่านจบ ทำให้ผมมีความเข้าใจเกี่ยวกับที่มา ที่ไปว่า ทำไมไทยต้องรบกับพม่าและเข้าใจความหมายของคำว่า"ผู้ชนะสิบทิศ"มากขึ้น
1
วันนี้ผมจะมาสรุปย่อให้ทุกท่านลองอ่าน ลองพิจารณาตามดูว่าเหตุใด ผมจึงจั่วหัวเรื่องไว้ว่า...
1
ทำไมคนไทยไม่ควรเกลียดพม่า?
..
📜"จักรพรรดิราช"
ผมขอเริ่มต้นที่ การทำความเข้าใจว่า ในอดีตไม่มีไทย ไม่มีพม่า ......
บ้านเมืองในอดีตไม่มีประเทศไทยมีแต่กรุงศรีอยุธยากับเมืองต่าง ๆ รายรอบ พิษณุโลก เชียงใหม่ กาญจนบุรี จันทบุรี ล้านช้าง ละแวก เป็นต้น
เมืองต่าง ๆ ก็มีทั้งที่เป็นเอกราชและเป็นประเทศราชของอยุธยา
ส่วนฝั่งพม่าในปัจจุบันก็เช่นกัน มีทั้งมอญ อังวะ ตองอู แปร ยะไข่ หงสาวดี ฯ
ซึ่งก็เช่นเดียวกับฝั่งกรุงศรีอยุธยาคือบางเมืองก็เป็นเอกราช บางเมืองก็เป็นประเทศราชของเมืองใหญ่อย่างอังวะหรือตองอู
คติความเชื่อสำคัญของกษัตริย์ในยุคนั้น ที่ได้รับมาจากฝั่งอินเดียก็คือ ความเชื่อเรื่อง"จักรพรรดิราช"
กษัตริย์ทุกพระองค์ต่างต้องการเป็นจักรพรรดิราช ด้วยการมีรัตนะ 7 ประการ อันประกอบด้วย จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว นางแก้ว แก้วมณี ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว  และต้องแสดงแสนยานุภาพด้วยการแผ่อำนาจไปยังเมืองน้อยใหญ่ รายรอบ
3
ซึ่งคติความเชื่อนี้ก็มีในตองอูและกรุงศรีอยุธยาด้วยเช่นกัน
..
📜จะเด็ดเป็นใคร?
ข้อมูลเรื่องชาติกำเนิดของบุเรงนองหรือจะเด็ดนั้นมีหลายแหล่ง
แต่ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือกล่าวว่า จะเด็ดเกิดที่ตองอูในวังหลวง สมัยพระเจ้ามิงกินโย
1
จะเด็ดถูกเลี้ยงให้เป็นพระพี่เลี้ยงของตะเบงชะเวตี้ พระราชโอรสของพระเจ้ามิงกินโย
1
ส่วนชื่อ"จะเด็ด"นั้น แท้จริงแล้วต้องอ่านว่า"จะเต็ด" อันมีความหมายว่า เจ้าปลวกไต่
ทำไมจึงเป็นเจ้าปลวกไต่?
มีเรื่องเล่าว่า ตอนท่านยังเป็นทารก บิดาเคยนำท่านไปวางไว้ใต้ต้นตาล ยามที่ต้องขึ้นไปปาดงวงตาล
ครั้นเมื่อลงมาดู พบว่ามีปลวกมาไต่ที่ตัวทารกเต็มไปหมด แต่กลับไม่มีปลวกตัวไหนที่กัดท่าน เป็นความอัศจรรย์ยิ่งนัก
นับแต่นั้นมา ท่านจึงได้ชื่อว่าจะเต็ดหรือจะเด็ด
3
..
📜ที่มาของพระนาม"บุเรงนอง"
จะเด็ด เติบโตคู่มากับเจ้าชายตะเบงชะเวตี้ จนกลายมาเป็นขุนพลคู่พระทัยในยามออกทัพจับศึก
แถมจะเด็ดยังเป็นพี่เขยของเจ้าชายตะเบงชะเวตี้อีกด้วย เพราะพระเจ้ามินกิงโย พระบิดาได้ยกพระธิดาที่เป็นพระพี่นางของตะเบงชะเวตี้ ให้เป็นคู่ครองของจะเด็ด
1
สำหรับชื่อ บุเรงนอง นั้นมีความหมายว่า พี่ชายของพระมหากษัตริย์ อันมีที่มาดังนี้..
1
เมื่อครั้งพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งให้จะเด็ด ขุนพลคู่พระทัยมีตำแหน่ง "จอเดงนรธา" อันแปลว่า แม่ทัพคู่บัลลังค์
4
ครั้นต่อมาจะเด็ดได้นำทัพออกศึกกับหงสาวดีที่มีกษัตริย์มอญปกครองอยู่ ด้วยความเฉลียว ฉลาดและกล้าหาญ จะเด็ดหรือจอเดงนรธา ได้รับชัยชนะในการศึกครั้งนั้น
1
สร้างความพอพระทัยยิ่งแก่พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ พระองค์จึงมอบรางวัลด้วยการแต่งตั้งให้
"จอเดงนรธา" ได้ขึ้นเป็น"บาเยง
นองดอ"หรืออีกชื่อว่า"บุเรงนอง" ตามคำเรียกแบบไทยเรา
1
และชื่อหรือตำแหน่ง"บุเรงนอง"นั้น
ก็มีเพียงหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์
1
..
📜เราเป็นประเทศราชก่อนจะเสียกรุง
ตามความเข้าใจเดิม เราจะเข้าใจกันว่ากรุงศรีอยุธยาตกเป็นของพม่าเมื่อคราวกรุงแตก จนถูกเผาเรียบ
เรื่องนี้หากไปดูตามพงสาวดารพม่านั้นเขียนต่างออกไป ชวนให้เราลองพิจารณา
เมื่อราชวงศ์ตองอูย้ายเมืองหลวงมาหงสาวดี พระเจ้าตะเบงชะเวตี้เกิดหวาดระแวงอยุธยาอยู่ระดับหนึ่ง ด้วยเพราะอยุธยามีศักยภาพพอที่จะเข้ารุกรานหัวเมืองมอญ ด้านใต้ติดชายฝั่งทะเล
พระเจ้าตะเบงชะเวตี้จึงมีพระราชโองการให้ยกทัพไปปราบกรุงศรีอยุธยาเสียก่อน
ทัพหน้าที่นำโดยจะเด็ดหรือบุเรงนอง เข้าล้อมกรุงศรีฯสลับยกทัพตีอยู่ถึง 4 เดือนแต่กรุงศรีฯก็ไม่ยอมแพ้
ในการศึกครั้งนั้นเองที่ทำให้กรุงศรีอยุธยาต้องเสียพระสุริโยไทไปด้วยศึกยุทธหัตถี
เมื่อพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ มองว่าคงยากจะชนะศึก จึงเปลี่ยนแผนให้บุเรงนองยกทัพไปปราบหัวเมืองด้านเหนือที่ส่งกำลังบำรุงอยุธยาเสียก่อน
1
ทัพบุเรงนอง ที่มีไพร่พลเรือนแสนจึงขึ้นไปปราบกำแพงเพชร สุโขทัยและพิษณุโลก
2
ฝ่ายพระมหาจักรพรรดิ กษัตริย์อยุธยา เห็นช่องทางจะเอาชนะทัพพม่า จึงส่งทัพหน้าเข้าไปหวังตีตลบหลัง แต่กลศึกนี้กลับไปเข้าทางแม่ทัพบุเรงนอง
บุเรงนองเห็นอยุธยา จะเข้ามาตีตลบแถวกำแพงเพชร จึงแกล้งให้ทหารส่วนน้อยรับศึกและทำเป็นพ่ายแพ้ หนีถอยร่นเพื่อล่อทัพอยุธยาให้มาติดกับทัพหลวงพม่าที่ล้อมไว้ก่อนแล้ว
4
สุดท้ายในศึกครั้งนั้น กรุงศรีอยุธยาสู้ไม่ได้ จึงต้องยอมแพ้และยินดีส่งบรรณาการแก่หงสาวดีเพื่อขอแลกกับเชลยศึก
1
จุดนี้เองที่อาจมองได้ว่า เราได้เสียเอกราช กลายเป็นประเทศราชแก่พม่าในทางการเมืองไปแล้ว ก่อนที่จะเกิดศึกครั้งต่อมา จนกรุงศรีอยุธยาแตกและถูกเผาราบเสียอีก
2
..
1
📜ผู้ชนะสิบทิศ ที่แท้จริง
งานหลักของบุเรงนองคือออกรบ ปราบปรามหัวเมืองน้อยใหญ่ รวบรวมแผ่นดินให้พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ จนแทบจะไม่ได้มีเวลากลับหงสาวดี
ชะตาชีวิตจุดเปลี่ยนที่ทำให้ เจ้าปลวกไต่อย่างจะเด็ด ต้องกลายมาเป็นบุเรงนองมหาราชสิบทิศ เริ่มต้นขึ้นเมื่อพระเจ้าจะเบงชะเวตี้ถูกขุนนางมอญลวงไปฆ่าจนสิ้นพระชนม์ แผ่นดินราชวงศ์ตองอูสั่นสะเทือน ประเทศราชทั้งหลายแข็งเมือง ทั้งแปร ยะไข่ มอญ รวมทั้งหงสาวดีเองด้วย
2
บุเรงนองต้องเริ่มต้นจากทหารผู้ภักดีเพียงหยิบมือ กลับไปตั้งต้นยึดคืนตองอู ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าบุเรงนอง แล้วกลับไปตีพุกาม หงสาวดี ยะไข่ แปร มอญ เรื่อยไปจนถึงพม่าฝั่งเหนือทั้งหมด
1
ไม่เพียงเท่านั้น พระองค์ยังทรงยกทัพไปตีล้านนา อยุธยา พิษณุโลก ข้ามไปจนถึงล้านช้าง ไกลสุดแบบที่ไม่เคยมีกษัตริย์พระองค์ใดไปถึง อันเป็นไปตามคติความเชื่อจักรพรรดิราช
ด้วยมีสายพระเนตรอันยาวไกล ยามที่ทำสงครามยึดเมืองใด
หากเจ้าเมืองไม่แข็งขืน ยินยอมแต่โดยดี พระองค์จะสมานไมตรีด้วยการให้เจ้าเมืองผู้นั้นครองเมืองต่อไปและเชื่อมแผ่นดินทั้งสองด้วยการขอบุตรีมาเป็นมเหสีและขอราชบุตรมาอนุเคราะห์เลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม
5
ความที่เป็นกษัตริย์นักรบและนักปกครองชั้นเลิศ ทำให้พระองค์มองว่า การรวบรวมเมืองใหญ่น้อยให้เป็นปึกแผ่นเดียวกัน ย่อมจะสร้างความร่มเย็น อยู่ดีกินดีแก่อาณาประชาราษฎรในทุกอาณาจักร มากกว่าการแบ่งแยก ปกครองกันเอง
3
หากบ้านเมืองใดมีผู้ปกครองดี ก็ดีไป หากแต่บ้านเมืองใดที่มีผู้ปกครองไร้ศีล ไร้ธรรม ประชาชนก็จะต้องตกระกำ ลำบากยากเข็ญ เป็นที่น่าเวทนา
3
หลายคนอาจจะสงสัยว่า
ทิศทางปกติที่เราเข้าใจกันจะมีอยู่แค่ 8 ทิศทางคือ
เหนือ
ใต้
ตะวันออก
ตะวันตก
บวกกับทิศเฉียงอีก 4 ทิศ
กลายเป็น 8 ทิศ เท่านั้น
2
การที่พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้รบชนะทุกอาณาจักรรอบทิศ
ก็น่าจะเป็นผู้ชนะแปดทิศมิใช่หรือ?
แล้วทำไม มหาราชบุเรงนองจึงได้รับสมญานามว่า"ผู้ชนะสิบทิศ"
มาจากไหนอีก 2 ทิศ?
สองทิศที่เพิ่มเข้ามานั้นก็คือ ทิศเบื้องบน(สวรรค์) และทิศเบื้องล่าง(บาดาล) ถือเป็นการแสดงถึงบุญญาบารมีของพระองค์ นั่นเอง
2
..
ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการศึกษาของนักประวัติศาสตร์ไทย ที่ศึกษาประวัติศาสตร์ทั้งสองด้าน(ไทยและพม่า) นำมาตรวจสอบ ซึ่งกันและกัน ร่วมกับการสำรวจหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตามสถานที่จริง
เพื่อนำมายืนยันความถูกต้องอีกครั้ง
..
ติดตามอ่านบทความได้ที่
โฆษณา