Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WAY
•
ติดตาม
19 เม.ย. 2021 เวลา 11:25 • หนังสือ
ซ้ายขวาหลีกไป อนาธิปไตยมาแล้ว เขียนโดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ เป็นหนังสือที่พาไปรู้จักแนวคิดที่ร้อนแรงแห่งยุคสมัย แต่เพื่อให้เป็นธรรมกับผู้อ่าน นอกจากผู้เขียนจะเป็นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส มีประสบการณ์และฝีมือช่ำชองมายาวนาน ทั้งในบทบาทบรรณาธิการตั้งแต่อายุเพียง 27 ปี และในฐานะอดีตจำเลยที่ถูกขังด้วยข้อหาการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
หนังสือเล่มนี้ ยังถูกเขียนขึ้นหลังเหตุการณ์ล้อมปราบคนเสื้อแดงในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ซึ่งอาจจะทำให้นักเขียนซึ่งมีจุดยืนตรงข้ามคนเสื้อแดงท่านนี้ได้แถมคำพ่วง คำสร้อย ไว้ให้ผู้อ่านฟรีๆ ตลอด 380 หน้าของหนังสือเล่มนี้มาด้วย
เมื่อรับรู้รับทราบเช่นนี้ ผู้อ่านไม่ว่าจะยืนอยู่ข้างขวาหรือข้างซ้าย เทใจให้สีเหลืองหรือสีแดง ก็สามารถอ่านหนังสือไป ยกนิ้วให้ผู้เขียนไปด้วยได้ ตามสะดวกใจว่าจะเป็นนิ้วไหน
กระนั้น เมื่อพ้นไปจากข้อมูลข้างต้น ต้องยอมรับว่าเนื้อหาและลีลาการเขียนของชัชรินทร์ ย่อมการันตีความหนักแน่นและความบันเทิงไว้เต็มสต็อก รูปแบบหนังสือก็ถูกออกแบบให้อ่านง่าย มีเชิงอรรถ อธิบายศัพท์เฉพาะพอประมาณแต่ครบถ้วนกระบวนความ การลำดับเรื่องก็สวยงามอ่านเพลิดเพลิน
สำหรับเนื้อหา สามารถแบ่งเป็น 2 ลักษณะที่ประกอบขึ้นมา
หนึ่ง - เป็นการนำเสนอแนวคิดอนาร์คิสต์อย่างคล้องจองไปกับบริบท ประสบการณ์ของนักคิด นักปฏิวัติต่างๆ ทำให้เห็นโอกาสและข้อจำกัดของชีวิตและนักคิดหนึ่ง ในแต่ละยุคละสมัย ช่วยให้ผู้อ่านไม่เห็นตัวละครที่มีหลักคิดอะไรขึ้นมาลอยๆ ราวกับนักปฏิวัติไปนั่งตรัสรู้เอาเองใต้ร่มโพธิ์ และ
สอง - คือการเชื่อมร้อยเหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์โลก วิธีการเขียนเช่นนี้ช่วยให้ผู้อ่านไม่พลาดฉากตอนสำคัญอันเป็นจุดหักเหของการต่อสู้ทางความคิดทางการเมือง
ไดโอจีนัสถึงปรูดอง
ความบันเทิงเปิดฉากตั้งแต่บทแรกของหนังสือ เมื่อผู้เขียนเปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์เมื่อ 3,000 ปีก่อน อันเป็นการพานพบกันระหว่างกษัตริย์นักรบอย่างอเล็กซานเดอร์มหาราช กับไดโอจีนัส เสรีชนผู้ไม่สนใจไยดีต่อการมาเยือนของกษัตริย์ที่ยึดครองพื้นที่เกือบครึ่งโลก และไดโอจีนัสเองก็ถูกยอมรับว่าเป็นต้นตำรับของชาวอนาร์คิสต์จนถึงปัจจุบัน
ถึงกระนั้น จุดเปลี่ยนที่ทำให้อนาร์คิสต์กลายเป็นที่รับรู้ในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่นั้น มาเกิดเอาในการต่อสู้ระหว่างชาวฝรั่งเศสกับชนชั้นนำจารีต ซึ่งเป็นการปฏิวัติที่กินเวลาเกือบ 100 ปี
การประกาศตัวเป็น ‘อนาร์คิสต์รายแรก’ ของลูกเจ้าของโรงเหล้าที่เติบโตขึ้นมานักปฏิวัติชาวฝรั่งเศสนาม ปิแอร์ โจเซฟ ปรูดอง ได้ฝากวาทะคลาสสิกว่า “ใครก็ตามที่คิดจะปกครองหรือควบคุมตัวฉัน บุคคลผู้นั้นถ้าหากไม่ใช่ผู้กดขี่ ก็คือทรราชย์นั่นเอง” ก็ย่อมทำให้เห็นสายป่านการปฏิวัตินับแต่นั้น
เหล่าอนาร์คิสต์ยุคนั้นเริ่มต้นการเผยแพร่แนวทางอนาธิปไตยจากปรูดอง เมื่อเผยแพร่แนวคิดออกไปอย่างกว้างขวางในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสหลังโค่นล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของหลุยส์ที่ 16 ก็ใช่ว่าจะได้รับการยอมรับโดยง่าย ตรงกันข้าม
ถัดจากนั้นแนวคิดจำนวนมากยังคงขับเคี่ยวกันเพื่อแย่งธงนำในการปฏิวัติ
การปฏิวัติไม่เคยจบลงในวันเดียว เรื่องนี้พอทราบกัน ฝรั่งเศสชนจึงใช้เวลาอีกหลายสิบปีในการห้ำหั่น ย้อนหลังไปสู่ระบอบเดิมก็มี ระหว่างทางนั้นเกิดการนองเลือดก็มี เรียกในภาษาของชัชรินทร์คือ ‘เลือดนองท้องช้าง’
จนแล้วจนเล่า การลุกฮือก่อการปฏิวัติของชนชั้นแรงงานในกรุงปารีสและเมืองลียงอันมีอนาร์คิสต์เป็นคัมภีร์นำทางก็เกิดขึ้นในปี 1848 หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘July Revolution’ ซึ่งชัชรินทร์เรียกว่า เป็นการจองกฐินร่วมกันของชาวอนาร์คิสต์และคอมมิวนิสต์เพื่อโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ฟิลลิปที่ 1 ในช่วงเวลาเช่นนี้แนวคิดของปรูดองขจรขจายเป็นเชื้อไฟให้แก่พื้นที่อื่นๆ ด้วย
text: อิทธิพล โคตะมี
อ่าน อาณาจักรที่ปราศจาก...นาย: ‘ซ้ายขวาหลีกไป อนาธิปไตยมาแล้ว’
ฉบับเต็ม
https://wayofbook.org/2021/04/19/anarchist-review/
สั่งซื้อหนังสือได้ที่
https://wayofbook.org/
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย