มีบัญชีอยู่แล้ว?
ดูแลความสะอาดในบ้านแบบไหนในช่วงโควิดระบาด
เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน...
ช่วงนี้ผมมั่นใจว่าทุกคนน่าจะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องโควิดแน่นอน ยิ่งเห็นเพื่อนในเฟซบุ๊คบอกว่าตัวเองติดกันมากขึ้น ก็ยิ่งหวั่นใจ ทำไมมันใกล้ตัวขนาดนี้!
ลำพังแค่ออกไปนอกบ้านก็ต้องป้องกันตัวหนักแล้ว พอกลับมาถึงบ้านก็วางใจไม่ได้อีกว่าเราเอาเชื้อโรคเข้าบ้านไปติดคนในบ้านหรือเปล่า... 😰
แล้วจะทำยังไงให้เรารู้สึกว่าบ้านปลอดภัย สะอาด ปราศจากเชื้อไวรัส โดยไม่ต้องติดเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่หน้าประตูบ้าน ผมมีคำแนะนำง่ายๆ มาฝากกันครับ โดยขอแบ่งเป็น 2 ส่วนในการดูแลความสะอาดบ้านให้ปราศจากโควิด 19
ส่วนที่ 1️⃣ ดูแลความสะอาดของตัวเอง
บ้านตั้งอยู่เฉยๆ ไม่มีเชื้อโรคมาแน่นอน เรานี่แหละจะพาเชื้อโรคมาที่บ้าน ดังนั้นก็ต้องเริ่มต้นจากตัวเองก่อน แล้วมีอะไรบ้างที่ต้องระวัง
1. 👠 รองเท้า มาถึงบ้านแล้วอย่าใส่รองเท้าเข้าบ้านครับ ถอดเก็บไว้หน้าบ้านนี่แหละ แต่ถ้าอยู่คอนโด มันเลี่ยงไม่ได้เนอะ ถอดทิ้งไว้หน้าห้อง นิติฯ จะมาด่าเอา ก็ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ ทุกครั้ง และใส่ในช่องหรือกล่องเก็บรองเท้าทันที
2. 👜 กระเป๋า มือถือ นาฬิกา หรืออุปกรณ์ที่ติดตัวเราออกจากบ้าน ที่ต้องสัมผัสตลอดเวลา ก่อนเก็บเช็ดด้วยแอลกอฮอล์แล้วแยกเก็บไว้ พยายามอย่าให้ปะปนกับของในบ้าน ถ้ามันยากไป ให้เก็บไว้ที่ประจำก็ได้ แล้วทำความสะอาดจุดนั้นด้วย
3. 😷 หน้ากากอนามัย ต้องระวังเลย ถ้าเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ก็ถอดทิ้งให้เป็นที่เป็นทางก่อนจะเข้าบ้าน ถ้าเป็นหน้ากากผ้าที่ใส่แล้วซักได้ เมื่อถอดออกแล้ว รีบนำไปซักทันที
4. 🧥 เสื้อคลุม หมวก หรือสิ่งที่ต้องใช้ซ้ำเพราะยังไม่สามารถซัก หรือทำความสะอาดได้ในทันที ให้แขวนเก็บไว้ในจุดที่อากาศปลอดโปร่ง หรือแสงแดดส่องถึง แต่ถ้าชิ้นไหนซักได้ ซักเลยครับ
5. 💧 เมื่อจัดการทุกอย่างแล้ว "อาบน้ำทันทีครับ" อย่าเพิ่งเดินไปทักใคร หรือแวะนั่งแหมะบนโซฟา เปิดยูทูปดูสักหน่อยแล้วค่อยไปอาบน้ำ ม่ายยย อย่าทำแบบน้านนนน
ส่วนที่ 2️⃣ ดูแลความสะอาดของบ้าน
เมื่อกี้เราจัดการตัวเองไปแล้ว มาถึงการจัดการทำความสะอาดบ้านกันบ้าง ลองจินตนาการดูว่า เมื่อเรามาถึงบ้านแล้ว ส่วนไหนของบ้านที่จะถูกเราสัมผัสด้วยมือ นั่นแหละจุดเสี่ยง ซึ่ง 4 จุดสำคัญในบ้าน ที่เสี่ยงมีตรงไหนบ้าง
1. 🚪ลูกบิด ไล่มาตั้งแต่หน้าประตูบ้าน ห้องครัว ห้องน้ำ ยันห้องนอน ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแอลกอฮอล์อย่างน้อยวันละครั้ง
2. 💡 สวิทช์ไฟ ก็เสี่ยงจะมีเชื้อไวรัส เพราะต่อจากเปิดประตู ก็ต้องเปิดไฟ ดังนั้นให้เช็ดทำความสะอาด ด้วยทิชชู่เปียกแบบที่มีน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวันก็ช่วยได้ แต่อย่าเอาแอลกอฮอล์ ไปพ่นใส่นะ
3. 📱 รีโมทต่างๆ คือแหล่งสะสมเชื้อโรคเลยครับ แล้วก็เป็นจุดที่มีความเสี่ยงที่เราจะเอาเชื้อโรคเข้าปาก สมมติบางคนดูทีวีไป กดรีโมทไป แล้วเผลอเอาหยิบขนมกินไปด้วย เรียบร้อย...เชื้อโรคมาทางนั้น ดังนั้นจัดการฆ่าเชื้อโล้ดดด
4. 📺 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ต้องใช้มือสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น ไมโครเวฟ แอร์ พัดลม คอมพิวเตอร์ จอย PlayStation ลองพิจารณาดูว่าพฤติกรรมของคุณ สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอันไหนบ่อยมากๆ ก็ทำความสะอาดตรงนั้นเลยวันละครั้ง
อ่านดูแล้วหมือนจะวุ่นวายเลยเนอะ ชีวิตทำไมยากเย็นขนาดนั้น สองมือนำพาโควิดเข้าบ้านขนาดไหน นี่อยู่บ้านตัวเองนะ
แต่ถ้าลองไล่ตามพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคุณเองก็จะเห็นว่า จริงๆ แล้วมันก็แต่เพิ่มขั้นตอนในการเช็ดทำความสะอาด และดูแลทำความสะอาดเพิ่มเข้ามาเท่านั้น
ไม่ได้ทำให้เรามีงานงอกเพิ่มขึ้นมา แถมการทำความสะอาดทั้งตัวเอง และตัวบ้าน ไม่ได้แค่กันโควิด แต่ทำให้เราป้องกันเชื้อโรคอื่นๆ ด้วย
ลองทำดูครับ พอทำจนชินแล้ว คุณจะเห็นว่า...มันก็เรื่องปกตินี่นา 😊
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์เลยล่ะครับ เมื่อนักตกปลาคนหนึ่งได้ทวิตภาพ "ซากปลาแซลมอนที่ถูกจับมาผ่าท้องเอาไข่และตัวปลาถูกโยนทิ้งไว้ทางถนน"
      บริการแพ็กเกจดูแลบ้านอย่างไร้กังวล Ruejai Club บริการพิเศษจาก SC Asset ที่มอบความสะดวกสบายให้กับลูกบ้าน SC ด้วยฟีเจอร์ และบริการที่คิดค้นมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทำบ้าน ทำให้รู้ใจทั้งบ้านและผู้อยู่อาศัยมาดูแลบ้านให้น่าอยู่เหมือนวันแรกที่เข้าอยู่ ผ่านแอปพลิเคชั่นเดียว
      ไม่มีที่หลบภัย !!! ปีนี้ กระทั่งการลงทุนในพันธบัตร ก็ไม่ปลอดภัย
      การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อทุกวงการ โดยเฉพาะในหมู่คนทำงานที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จนกลายเป็นผลสืบเนื่องต่อมาเป็นปรากฏการณ์ของคนทำงานที่ส่งผลไปทั้งโลก ตั้งแต่การลาออกครั้งใหญ่ของลูกจ้าง ไปจนถึงการถูกนายจ้างบีบให้ลาออกเพื่อลดต้นทุน การแพร่ระบาดของโควิด-19 เปลี่ยนรูปแบบการทำงานของคนทั้งโลกไปอย่างสิ้นเชิง บริษัทและพนักงานต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขนานใหญ่ เพื่อให้สอดรับกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 หนึ่งในนั้นคือ “การทำงานระยะไกล” (Remote Working) และ “การทำงานจากที่บ้าน” (Work from Home) ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่จนกลายเป็น 5 ปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลง “ตลาดงาน” ในยุคปัจจุบันไปอย่างสิ้นเชิง
      ดูทั้งหมด