มีบัญชีอยู่แล้ว?
ไม่บ่อยนัก ที่จะเราจะเห็นคนไทยเป็นฮีโร่ของชาวต่างชาติ แต่ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นขวัญใจเบอร์ 1 ของชาวเวียดนามตอนนี้ เรื่องราวเป็นอย่างไร วิเคราะห์บอลจริงจังจะเล่าให้ฟัง
7
2 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสโมสรฮองอัน ยาลาย ในเวียดนาม ข้อแรกชื่อสโมสร "ฮองอัน" เป็นชื่อลูกสาวของประธานสโมสร ส่วน "ยาลาย" เป็นชื่อจังหวัด เอามารวมกันเป็น ฮองอัน ยาลาย มีตัวย่อภาษาอังกฤษคือ HAGL
1
และข้อ 2 คือ ถ้าไม่มี ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เราบอกได้เลยว่า ฮองอัน ยาลายคงไม่สามารถเป็นแชมป์ลีกเวียดนามได้สำเร็จ
2
ผลงานในยุคแรกของฮองอัน ยาลาย เป็นแบบนี้ครับ
- ปี 2001 (ก่อตั้งสโมสร) : จบอันดับ 5 ในดิวิชั่น 2 เลื่อนชั้นไม่สำเร็จ
- ปี 2002 (ซิโก้ย้ายไปปีแรก) : จบอันดับ 3 ในดิวิชั่น 2 เลื่อนชั้นมาเล่นดิวิชั่น 1 หรือ วีลีก ได้สำเร็จ
- ปี 2003 (ซิโก้ย้ายไปปีที่ 2) : คว้าแชมป์ลีกสูงสุด
- ปี 2004 (ซิโก้ย้ายไปปีที่ 3) : คว้าแชมป์ลีกสูงสุด
จะเห็นได้ว่า ซิโก้ย้ายไปปั๊บ ฮองอัน ยาลาย เลื่อนชั้นได้ในปีเดียว ไม่ใช่แค่นั้นยังได้แชมป์ 2 สมัยติดต่อกันทันทีอีกต่างหาก นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดในวงการฟุตบอลเวียดนาม
2
ก่อนหน้านี้ยาลายเหมือนเป็นจังหวัดทางผ่าน เวลาคนไปเที่ยวก็จะมองข้ามไปเลย คือมักจะนึกถึงเมืองอย่างฮอยอัน ดานัง หรือ ดาลัตมากกว่า แต่เมื่อฮองอัน ยาลายได้แชมป์ลีกสูงสุด มันทำให้ชาวเมืองรู้สึกภาคภูมิใจ เพราะคุณสามารถป่าวประกาศได้ว่า เมืองยาลาย มีทีมฟุตบอลที่ดีที่สุด ยิ่งกว่าใครในประเทศ
4
ด้วยการนำความภูมิใจนี้มาสู่เมือง ทำให้สถานภาพของเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จึงกลายเป็นเหมือนเทพแห่งเมืองยาลาย ใครๆก็รักและชื่นชมในความสามารถของเขา
2
จุดเริ่มต้นของซิโก้ กับ ฮองอัน ยาลาย เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2001 ซิโก้หมดสัญญากับสโมสรสิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ ซึ่งเจ้าตัว ณ เวลานั้นอายุ 28 ปี และยังไม่ตัดสินใจว่าไปเล่นที่ไหนต่อ เขากับแฟนสาว เปิ้ล-อัสราภา จึงไปพักผ่อนชาร์จแบตกันก่อน ที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย
ซิโก้ ติดต่อกับบริษัททัวร์เพื่อขอรายละเอียดไฟลต์ตั๋วเครื่องบินไปเพิร์ธ บริษัททัวร์ส่งข้อมูลกลับมาทางแฟ็กซ์ เขาก็เปิดอ่านดู แต่ก็พบว่า ในแฟ็กซ์ปึกนั้นมีเอกสารหนึ่งแผ่นมาจากประเทศเวียดนาม มีใจความว่า "สโมสรฟุตบอลฮองอัน ยาลาย ขอเชิญเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ย้ายไปเล่นที่เวียดนาม โดยเราพร้อมจะเซ็นสัญญาระยะสั้น 4 เดือน หรือจะเซ็นมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าคุณสนใจ" ลงชื่อโดย เหงียน วัน ดึ๊ก ประธานสโมสร
3
แต่ซิโก้ตอนแรกยังไม่สนใจ ลีกเวียดนามไม่เคยอยู่ในความคิดของเขาเลย นั่นทำให้ซิโก้เดินทางไปเที่ยวออสเตรเลียกับแฟนโดยลืมความคิดเรื่องสโมสรฮองอัน ยาลายไปเลยจากสมอง
1
จากนั้นวันที่ 14 มกราคม 2002 ซิโก้เข้าพิธีสมรสกับเปิ้ล-อัสราภา ที่โรงแรมเรดิสัน โดยในวันนั้นคนใหญ่คนโต ก็มาร่วมพิธีเพียบ ทั้งพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรือ บิ๊กหอย-ธวัชชัย สัจจกุล รวมทั้งสื่อมวลชนอีกคับคั่ง แต่หนึ่งคนที่มาร่วมงานแบบเซอร์ไพรส์มากที่สุด คือ เหงียน วัน ดึ๊ก ประธานสโมสรฮองอัน ยาลาย เขามามอบของขวัญวันแต่งงานให้ซิโก้ และมาถามในงานแต่งเลยว่า อ่านแฟ็กซ์ของเขาแล้วใช่ไหม
3
เมื่อเห็นถึงความจริงจังขนาดนี้ วันรุ่งขึ้น 15 มกราคม 2002 ซิโก้จึงนัดคุยกับเหงียน วัน ดึ๊ก โดยประธานสโมสรชาวเวียดนาม ใช้เวลา 3 ชั่วโมงชักจูงซิโก้อย่างสุดความสามารถ ณ จุดนั้น ซิโก้ก็รับรู้ได้ว่า คนคนนี้อยากร่วมงานกับเขาจริงๆ และเมื่อประกอบกับตัวเองยังว่างงานอยู่พอดี จึงตัดสินใจลองดูก็ได้ที่จะไปเล่นกับฮองอัน ยาลาย ในสัญญา 4 เดือน ด้วยค่าเหนื่อยเดือนละ 440,000 บาท
2
เงื่อนไขเดียวของซิโก้ คือสโมสรต้องเซ็นชูเกียรติ หนูสลุง กองหลังทีมชาติไทยอีกคนเข้าไปเสริมทัพด้วย คือจะให้เขาไปต่างแดนคนเดียวลำพัง มันก็โดดเดี่ยวเกินไป ซึ่งทางเหงียน วัน ดึ๊ก ก็ตอบตกลง เพราะสโมสรเองต้องการกองหลังฝีเท้าดีมาเสริมอยู่แล้ว
การได้ซิโก้มาเสริมทัพ ถือเป็นการคว้าตัวผู้เล่นระดับเมเจอร์มากๆ ของลีกเวียดนาม เพราะ ซิโก้ตอนนั้น มีดีกรีแชมป์ซูซูกิคัพ (ในชื่อเดิมไทเกอร์ คัพ) 2 สมัย รวมถึงแชมป์ซีเกมส์ 4 สมัย และเพิ่งได้แชมป์เอสลีก สิงคโปร์มาจากทีมอาร์มฟอร์ซ คือเกียรติประวัติโชกโชนมาก
1
วันแรกที่ไปถึงสนามบินเปลกู ในจังหวัดยาลาย สโมสรจับซิโก้กับชูเกียรตินั่งรถเปิดประทุน แห่ไปรอบเมือง มีมอเตอร์ไซค์มากกว่า 3 พันคันขี่ตามรถเปิดประทุน ผู้คนสองข้างทางตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยสำเนียงเวียดนามว่า "เกียรติสุก เกียรติสุก" เป็นบรรยากาศที่เหลือเชื่อมาก และซิโก้ก็ปลื้มใจ ที่ได้รับการต้อนรับอันอบอุ่นขนาดนี้
5
ปีแรกของซิโก้ (2002) เขาพาฮองอัน ยาลาย จบอันดับ 3 จาก 12 ทีม ของดิวิชั่น 2 ซึ่งดีพอที่จะเลื่อนชั้นมาสู่ลีกสูงสุด โดยจุดแข็งของทีมคือเกมรุกที่อันตรายสุดๆ ในซีซั่นนั้น ฮองอัน ยาลาย ยิงได้ถึง 38 ลูก จาก 22 เกม เป็นทีมที่มีเกมรุกอันดับ 1 ในดิวิชั่น 2
1
เมื่อทีมเลื่อนชั้น คราวนี้ยาลายแทบจะปิดจังหวัดฉลอง ตัวซิโก้ก็มีความสุขมาก ที่เห็นชาวเมืองได้เฮฮากันอย่างยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งเหงียน วัน ดึ๊ก ก็ถามว่าซิโก้จะอยู่ต่อได้ไหมในฤดูกาลหน้า เพราะน่าจะเห็นแล้วว่าคนทั้งเมืองรักเขาแค่ไหน
1
ในมุมของซิโก้ จริงๆก็อยากอยู่เวียดนามต่อ อุตส่าห์พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นลีกสูงสุดได้แล้ว ก็อยากจะดูต่อว่าทีมจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่ปัญหาคือ ณ เวลานั้น เปิ้ล-อัสราภา กำลังท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว ซิโก้จึงตอบเหงียน วัน ดึ๊กไม่ได้ เพราะเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าควรจะไปอยู่ต่างแดนจริงๆหรือ เขาควรใช้ชีวิตที่เมืองไทย กับภรรยาและลูกสาวแรกเกิดมากกว่าหรือเปล่า
4
พอจบซีซั่นของลีกเวียดนาม ในเดือนพฤษภาคม 2002 ซิโก้จึงกลับมาไทยก่อน เพื่อตั้งหลักแล้วคิดทบทวนให้ดี ว่าเขาควรจะเดินหมากชีวิตต่อไปอย่างไรกันแน่ เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเหงียน วัน ดึ๊ก ว่าจะเล่นที่เวียดนามต่อหรือไม่
3
29 กรกฎาคม 2002 ที่โรงพยาบาลพระราม 9 เปิ้ล-อัสราภา ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยน่ารักชื่อ "น้องเพิร์ธ" แน่นอน ใจซิโก้ก็อยากอยู่ไทยแหละ ไม่มีพ่อคนไหนอยากอยู่ห่างจากลูกคนแรก ในขวบปีแรกกันหรอก อย่างไรก็ตาม พอซิโก้ เปิ้ล และน้องเพิร์ธกลับจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้าน ก็มีแฟ็กซ์หนึ่งฉบับ ส่งมาจากเวียดนาม เป็นเหงียน วัน ดึ๊ก ที่ส่งข้อความมาว่า
3
"ดีใจด้วยที่คุณได้ลูกสาว และเชื่อว่าชาวเมืองยาลายทุกคน ก็คงดีใจกับเกียรติสุกด้วยเหมือนกัน คุณรู้ว่ายาลายคือชื่อจังหวัด แต่คุณไม่รู้ใช่ไหมว่า ฮองอันคือชื่อลูกสาวคนโตของผม มันแปลว่าลูกของผม เธอคือแรงบันดาลใจให้ผมสร้างสโมสรฟุตบอลทีมนี้ และฤดูกาลหน้าเราได้เลื่อนมาเล่นลีกสูงสุด คงเต็มไปด้วยความท้าทาย ผมอยากให้คุณมาช่วยให้ทีมนี้เดินหน้าต่อไป และลูกสาวของคุณสามารถเป็นพลังผลักดัน ให้คุณสร้างความยิ่งใหญ่ที่เวียดนามได้"
9
ซิโก้บอกว่า "นี่เป็นข้อเสนอการต่อสัญญาที่แปลกประหลาดที่สุด และดีที่สุดที่ผมเคยเจอมาในชีวิต" กล่าวคือลูกสาวจะรู้สึกภูมิใจมากแค่ไหนนะ ถ้าพ่อของตัวเอง จารึกประวัติศาสตร์บางอย่างไว้ในวงการฟุตบอลเวียดนามได้ นั่นทำให้เขาตัดสินใจต่อสัญญากับฮองอัน ยาลายออกไปอีก 2 ปี โดยซิโก้จะบินมาเล่นฟุตบอลเพียงลำพัง ส่วนหน้าที่เกี่ยวกับลูก ภรรยาก็จะเป็นคนดูแลให้ที่เมืองไทย
2
บอลลีกเวียดนามในปี 2003 เริ่มออกสตาร์ตเกมแรก 19 มกราคม ไปสิ้นสุดเกมสุดท้ายคือ 22 มิถุนายน ตอนนั้นลูกสาวซิโก้เพิ่งจะ 5-6 เดือน กำลังวัยน่ารักเลย ถือว่าเขาเองก็ต้องใจแข็งไม่น้อย ที่อำลาเมืองไทยมาค้าแข้งที่เวียดนาม แต่ด้วยคำสัญญาที่ให้ไว้กับประธานสโมสร เขาเองไม่สามารถผิดคำพูดตัวเองได้
4
ในซีซั่นนี้ เหงียน วัน ดึ๊ก ดึงนักเตะไทยมาอีก 2 คน คือ ดุสิต เฉลิมแสน และศักดา เจิมดี กลายเป็น 4 ประสานชาวไทย ซึ่งทุกคนเล่นได้อย่างสุดยอดมาก ต่อให้เลื่อนชั้นมาเจอทีมในลีกสูงสุด ก็ไม่ได้หวั่นกลัวแม้แต่น้อย ฮองอัน ยาลาย เดินหน้าชนะรัวๆ ก่อนจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้สำเร็จอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลย
5
ทีมที่เพิ่งก่อตั้งได้ 2 ปี แต่กระโดดมาคว้าแชมป์ลีกได้ขนาดนี้ เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก และจุดแข็งของฮองอัน ยาลาย ก็คือเกมรุกอันดับ 1 ของลีกเช่นเคย ด้วยจำนวน 41 ประตู ซึ่งซิโก้ ซัดคนเดียว 6 ลูก
2
จากนั้นซีซั่น 2004 ศักดา เจิมดี ย้ายไปอยู่ทีม ดองอา แบงค์ แต่ฮองอัน ยาลาย ก็ไปดึงเอาตะวัน ศรีปาน เข้ามาแทนที่ ในภาพรวมฮองอัน ยาลายก็ยังคงสุดยอดต่อไป และป้องกันแชมป์ลีกเอาไว้ได้สำเร็จ
ซิโก้ปีนี้ยิงไป 14 ประตู คว้ารางวัลส่วนตัวเพียบ ทั้ง MVP ของลีก และนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยม เขากลายเป็นขวัญใจอันดับ 1 ของคนเวียดนาม ไม่ใช่แค่แฟนฮองอัน ยาลายเท่านั้น แต่กับสโมสรอื่นๆก็ยังศรัทธาในความสามารถ
4
ซิโก้อยู่กับฮองอัน ยาลาย 5 ปี รับรายได้ทั้งหมด เงินเดือนบวกโบนัส ไปทั้งสิ้น 26.4 ล้านบาท ซึ่งจริงๆเขาจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆก็ได้ อย่างไรก็ตามซิโก้มองว่า ได้เวลาแล้วที่เขาจะกลับเมืองไทย โดยเจ้าตัวไปขอประธานสโมสรเหงียน วัน ดึ๊ก โดยกล่าวว่า "คุณก็รู้ว่าผมคิดถึงบ้าน" ซึ่ง ประธานสโมสรตอบกลับมาว่า "เกียรติสุก ยาลายก็คือบ้านของคุณ" เป็นการยืนยันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่อยากกลับมา ซิโก้จะเป็นที่ต้อนรับเสมอ
2
หลังจากปี 2006 ซิโก้ก็กลับมาที่ไทย และเริ่มต้นอาชีพโค้ชด้วยการคุมจุฬา ยูไนเต็ด ตามด้วยชลบุรี เอฟซี ก่อนจะไปโด่งดังที่สุด เมื่อได้โอกาสคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ คว้าแชมป์ซูซูกิคัพ กับสไตล์การเล่นติ๊กต่อก
2
ความสำเร็จอยู่ได้ไม่นานนัก ซิโก้ต้องเจ็บตัวหนัก จากฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ตามด้วยล้มเหลวกับการคุมท่าเรือ จนต้องพักใจจากการคุมทีมไป 3 ปี โดยไปโฟกัสงานของมูลนิธิซิโก้ อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปี 2020 ประธานสโมสรเหงียน วัน ดึ๊ก โทรถามซิโก้ว่า "กลับเวียดนามไหม?" สาเหตุเพราะในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา ฮองอัน ยาลาย ผลงานย่ำแย่มาก ทีมไม่เคยอยู่สูงกว่าอันดับ 7 ดังนั้นประธานสโมสร จึงต้องการคนไปกู้วิกฤติ และแน่นอน คนแรกที่เขานึกถึงก็ย่อมต้องเป็นลูกมือที่รู้ใจอย่างซิโก้
5
ซิโก้นั้นห่างหายการคุมทีมมา 3 ปี เจ้าตัวก็คิดว่าเป็นโอกาสดีเหมือนกัน ที่จะ "ลับมีด" ของตัวเองให้คมขึ้น หลังจากว่างเว้นการคุมทีมมานาน และเวียดนามลีก ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเขาพูดภาษาได้อยู่แล้ว และรู้จักกับคาแรคเตอร์ของสโมสรเป็นอย่างดี จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธ
1
สยามสปอร์ตรายงานว่า รายได้ในฐานะเฮดโค้ชซิโก้ได้รับเงินเดือน 8 แสนบาท และถ้าอยู่ครบสัญญา 2 ปี เขาก็จะทำเงิน 19 ล้านบาทเน้นๆ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโค้ชที่ทำเงินสูงสุดในภูมิภาคอาเซียนด้วย
3
ด้วยความที่ซิโก้ เป็นอดีตนักเตะของทีมมาก่อน เขาจึงได้รับการซัพพอร์ทอย่างดีมากๆ จากทั้งผู้บริหาร และแฟนบอล เช่นเดียวกับเหล่านักเตะก็ต้องฟังที่เขาพูด เพราะซิโก้พิสูจน์ตัวเองมาแล้วในระดับอาเซียนทั้งการเป็นนักเตะและโค้ช นั่นทำให้การทำงานของเขาง่ายขึ้นมาก
3
ฮองอัน ยาลาย ในซีซั่น 2021 ถือเป็นทีมที่ทำเซอร์ไพรส์ได้มากที่สุด เมื่อลงสนาม 10 นัด ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 นำเป็นจ่าฝูงของเวียดนามลีก ทั้งๆที่ปีก่อน ยังกระท่อนกระแท่นอยู่กลางตารางด้วยซ้ำ
3
สิ่งที่ซิโก้เข้ามาเปลี่ยนฮองอัน ยาลาย คือเรื่องสไตล์การเล่น โค้ชปีที่แล้วของสโมสรชื่อ อี แต-ฮุน ถูกเปรียบเทียบว่าเป็นแซม อัลลาร์ไดซ์แห่งเกาหลี จากสไตล์โยนบอมบ์เข้าสู้ แต่ซิโก้โละแนวทางนั้นทิ้งไป แล้วใช้การโจมตีที่เน้นความเร็วแทน โดยซิโก้ให้สัมภาษณ์ว่า "ตอนผมย้ายมารับงานเป็นผู้จัดการทีมฮองอัน ยาลาย ผมรู้ว่าเจ้าของทีมต้องการเห็นฟุตบอลที่สวยงาม แต่สำหรับผมสวยอย่างเดียวไม่พอ เราต้องชนะการแข่งด้วย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงให้ทีมเล่นเกมบุก ด้วยลูกส่งสั้นๆเท้าสู่เท้าที่แม่นยำ ปรัชญาการทำทีมของผมตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ คือต้องเล่นเกมรุกด้วยความเร็ว และสิ่งที่ผมย้ำกับทีมเสมอคือ อย่าทำฟาวล์โดยไม่จำเป็นเด็ดขาด เพราะมันจะเป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งเราได้โจมตี"
9
จากนั้นแผนการเล่น จากแต่เดิมใช้แบ็กโฟร์มาตลอด ซิโก้เปลี่ยนมาใช้ 3-5-2 แนวรับใช้ คิม ดง-ซู จากเกาหลีใต้, ดาเมียร์ เมโมวิช จากเซอร์เบีย และ เหงียน ฮู ตวน จากเวียดนาม คือเน้นตัวต่างชาติเอาให้แกร่งในกองหลัง ส่วนตัวรุก ใช้ผู้เล่นเวียดนามที่คล่องแคล่วอยู่แล้วได้
5
เหงียน คอง เฟือง จากที่เล่นกองหน้าตัวเป้ากับทีมชาติเวียดนาม หลายๆนัด ซิโก้ถอยลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง คอยคุมจังหวะ และกระชากเข้าในถ้ามีโอกาส ซึ่งแทนที่จะจับยืนห้อยเหมือนเดิม พอคองเฟือง ได้วิ่ง ได้เคลื่อนที่ เขาสร้างประโยชน์ให้กับทีมขึ้นมาก ประตูที่ฮองอัน ยาลาย ยิงเวียตเทล คองเฟืองวิ่งมาจากกองกลาง แล้วซัดนอกเขตโทษเสียบมุมเข้าไป ถือว่าซิโก้ ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก
7
นักเตะหลายๆคน เก่งขึ้นอย่างชัดเจน กองหน้า เหงียน ตวน อันห์ ซีซั่นที่แล้วทั้งปี ยิงได้ 6 ลูก มาปีนี้ลงเล่นแค่ 10 เกม ยิงได้ 6 ลูกเท่ากันแล้ว
2
ตอนนี้ที่ยาลาย ถือว่าอยู่ในช่วงฟุตบอลฟีเวอร์ ความต้องการตั๋วเข้าชมในสนามเกิดขึ้นมหาศาล ราคาตั๋วปั่นกันไปถึงใบละ 1.5 ล้านด่อง (2,040 บาท) ซึ่งถือว่าแพงมหาโหดสำหรับฟุตบอลลีก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนซื้ออยู่ดี เพราะนี่เป็นครั้งแรกจริงๆในรอบเกือบ 20 ปี ที่แฟนๆ ฮองอัน ยาลาย อาจจะหวังถึงแชมป์ลีกได้
1
อย่างไรก็ตาม แม้ทุกอย่างจะดูดี แต่ซิโก้ยังระมัดระวังตัวอย่างมาก ล่าสุดเขากล่าวว่า "เราตั้งใจจะไปถึงเป้าหมายท็อปโฟร์ให้ได้ก่อน และจากนั้นเราค่อยคิดถึงเรื่องการลุ้นแชมป์ทีหลัง" คือไม่ต้องรีบโยนแรงกดดันให้ตัวเองตอนนี้ แต่ให้ทีมเล่นให้สนุกทุกนัด เดี๋ยวโอกาสไปถึงแชมป์มันก็มาเอง
1
ที่เวียดนาม แน่นอนว่าซิโก้ฟีเวอร์ และชื่นชมความสามารถของโค้ชไทย แต่ที่ไทย ในโลกออนไลน์เราจะไม่ได้เป็นไปทางนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเรายังมีดราม่าเรื่องอดีตกันอยู่เลย
7
เวลาไปอ่านข่าวซิโก้ ยังลากเขามาด่าอยู่เลยประมาณว่า เก่งจังนะ ทีตอนคุมท่าเรือไม่เก่งอย่างงี้บ้างล่ะ เป็นต้น
8
คือผมเลยรู้สึกแปลกใจว่า เฮ้ย เรื่องมันผ่านมานานมากๆแล้วนะ โลกมันมูฟออนไปไกลแล้ว ทำไมประเด็นท่าเรือถึงถูกหยิบมาใช้ในการแขวะกันได้อีกล่ะ?
6
ช่วงเวลาที่คุมท่าเรือ มันผ่านไป 3 ปีแล้ว โอเค เขาพลาดจริง ทำทีมไม่ชนะจริง แต่ประเด็นคือโค้ชเก่งแค่ไหน ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะคุมทุกทีมแล้วได้แชมป์หมด บางสโมสรเคมีมันอาจไม่เข้ากันจริงๆ แบบนี้ก็มีเยอะแยะ โชเซ่ มูรินโญ่ได้แชมป์มาทุกสโมสร ยังล้มเหลวที่สเปอร์สได้เลย ดังนั้นซิโก้กับท่าเรือ ก็เป็นแค่เหตุการณ์หนึ่ง ผมไม่รู้สึกว่าต้องหยิบยกมาดิสเครดิตความสามารถเขาในปัจจุบันด้วย
19
อยากให้นึกถึงเคลาดิโอ รานิเอรี่ ครั้งหนึ่งเคยทำทีมชาติกรีซแพ้หมู่เกาะแฟโรเลยนะครับ แต่ตอนเขาย้ายไปคุมเลสเตอร์ ก็ไม่ได้มีใครหยิบโมเมนต์เรื่องแพ้หมู่เกาะแฟโรมาขยี้กันซ้ำๆแบบไม่หยุด เพราะใช่ มันเกิดขึ้นจริง แต่มันก็จบไปแล้ว
6
หรือประเด็นเรื่อง บริษัทสปอร์ตฮีโร่ ที่เคยมีประเด็นเรื่องผลประโยชน์กับสมาคมฟุตบอล ถามว่าน่าแขวะอยู่ไหม คำตอบคือไม่ เพราะมันก็จบไปนานมากแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ได้มีข้อขัดแย้งใดๆกันอีก สิทธิประโยชน์ของสมาคมอยู่กับแพลนบีแล้ว
4
ในอดีตตอนแอดมินทำงานสยามกีฬา จำได้เลยว่าเขียนคอลัมน์วิจารณ์ซิโก้หลายครั้งเลยแหละ ตั้งแต่การจัดทัพที่ล้มเหลว ในเกมเจอยูเออีกับอิรัก ตามด้วยเรื่องเอาภรรยามาก้าวก่ายมากเกิน รวมถึงวิจารณ์กลยุทธ์ที่เขาอยากให้ เรียกแฟนบอลไทยว่า BLUE 13 ว่าเป็นไอเดียที่เล่นการเมืองมาก เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า กองเชียร์คือ "ผู้เล่นคนที่ 12" แต่ซิโก้จงใจใช้เลข 13 ที่เป็นเบอร์เจ้าตัวสมัยเป็นนักเตะ ก็สื่อความหมายได้อยู่แล้วว่า อยากเอากองเชียร์ทีมชาติมาเป็นพลังของตัวเอง
8
ผมก็วิจารณ์เขาอย่างตรงไปตรงมานะครับ แต่สุดท้ายเมื่อเหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว ก็จบตรงนั้น ไม่ได้ติดใจอะไรต่อ คือไม่เห็นรู้สึกว่าเราต้องตามอาฆาตกันสิบชาติขนาดนั้น
4
ณ เวลานี้ ความรู้สึกที่เห็นซิโก้ กับฮองอัน ยาลาย ผมคิดว่า การเห็นคนไทยสร้างชื่อในวงการกีฬาต่างประเทศ เป็นเรื่องที่น่าทึ่งจะตาย ความรู้สึกเหมือนเวลาเราส่งใจให้ชนาธิป หรือธีราทร ที่เจลีกนั่นแหละ เพราะการเห็นคนไทยถูกคนต่างชาติยอมรับ เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมออกนะ
16
และผมรู้สึกว่าต่อให้ไม่รัก ไม่ชอบ แต่การให้เกียรติใครสักคน ก็ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีอะไรหรอกนะครับ
10
#ZICO
1
    Tong Pongsakorn
    สนับสนุน20 เพชร
    Cheewin Hunsiri
    ชอบมากครับ