22 เม.ย. 2021 เวลา 10:10 • คริปโทเคอร์เรนซี
Bitcoin คืออะไร? ทำไมถึงเป็นสกุลเงินแห่งโลกอนาคต
.
ช่วงนี้ไม่ว่าไปที่ไหนก็เห็นแต่คนพูดถึง Bitcoin หลายๆธุรกิจก็เริ่มเปิดให้ใช้ Bitcoin ซื้อสินค้าและบริการได้แล้ว
.
แบบนี้อีกไม่นาน Bitcoin จะมาแทนเงินในปัจจุบันรึเปล่านะ โพสนี้มีคำตอบ...
.
ที่มา : Facebook Stocker Day
1
จริงแล้ว Bitcoin นั้นมีเรื่องให้พูดเยอะมากและละเอียดมาก ๆ แต่วันนี้แอดจะมาสรุปประเด็นหลัก ๆ แบ่งเป็นหัวข้อให้เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น อ่านโพสนี้จบก็เหมือนอ่านหนังสือเกี่ยวกับบิทคอยไปแล้วเล่มนึง แอดแทบจะกลั่นความรู้ทั้งหมดมาถ่ายทอดไว้ในโพสนี้แล้ว 555
.
หัวข้อมีดังนี้
1.จุดกำเนิด Bitcoin
2.Satoshi Nakamoto ชายผู้ให้กำเนิด Bitcoin
3.transaction แรก และ Pizza 10,000 BTC
4.ทำความรู้จัก Blockchain Technology
5.Bitcoin ต่างจาก Blockchain ยังไง?
6.นักขุดเหมือง Bitcoin
7.สรุปการทำงานของ Bitcoin Blockchain
8.อยากมี Bitcoin บ้างต้องทำอย่างไร?
9.สุดท้าย Bitcoin จะมาเป็นอนาคตการเงินของโลกได้ไหม?
.
ไม่ต้องอ่านหมดรวดเดียวก็ได้นะ แชร์ไว้แบ่งอ่านวันละหัวข้อก็ยังดี แล้วคุณจะเข้าใจในโลก Bitcoin และ Crypto มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องลงเรียนคอร์สแพงๆหรือซื้อหนังสือมาอ่านเลย
.
ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันได้เลย คำอธิบายแบบละเอียดอยู่ในแคปชั่นใต้รูปนะคะ
.
สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องอื่นเกี่ยวกับ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัล ฝากกดไลค์ กดติดตามเพจเราไว้ด้วยนะคะ เราจะมีสาระความรู้แบบนี้มาอัพเดตให้ตลอดทุกๆสัปดาห์เลย
5
บทที่ 1 จุดกำเนิด bitcoin
จุดเริ่มต้นของ Bitcoin
.
.
ต้องย้อนไปปี ค.ศ. 2008 ตอนนั้นเกิดวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ ที่เรียกว่าวิกฤตซับไพรม์ หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่คนไทยรู้จักกัน
.
โดยตัวเอกที่ทำให้เกิดวิกฤตนี้ก็คือ ‘ธนาคาร’
1
ตอนนั้นธนาคารอเมริกาหัวหมอมากเลย ด้วยความอยากจะทำกำไรให้มากจากดอกเบี้ยเงินกู้ เลยปล่อยข่าวว่าอสังหาริมทรัพย์ ในอนาคตขึ้นแน่นอน พอคนทั่วไปได้ยินเท่านั้นแหละ ก็แห่ไปกู้เงินจากธนาคารเพื่อไปซื้ออสังหาริมทรัพย์
.
ส่วนธนาคารก็แกล้งให้กู้ผ่านง่ายๆ จะได้ได้กำไรเยอะๆฟังดูก็เหมือนจะไปด้วยดีใช่ป่าว...
.
แต่คำว่า ‘ขึ้นแน่นอน’ คำนี้รับประกันความชิบหาย เมื่อทุกคนซื้อเพราะคิดว่าจะขึ้นแน่นอน มันก็จะลงแน่นอน เมื่อสิ่งที่ซื้อราคาลง แต่ต้องจ่ายดอกเท่าเดิม ความหายนะก็มาเยือน ‘ธนาคาร’ แล้ว
2
เพราะเมื่อจ่ายไม่ไหวคนกู้ก็พากันเบี้ยวหนี้ ธนาคารก็ต้องยึดทรัพย์ไป แต่ที่ได้คือบ้านที่ราคากำลังลงไปเรื่อยๆ สรุปแล้วงานนี้ทั้งคนกู้ และธนาคารก็เจ็บไปตามๆกัน ครั้งนั้นคิดมูลค่าความเสียหายต่อสถาบันการเงินถึง 4.35 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ GDP ของไทยทั้งปี
เหตุการณ์นี้ก็ทำให้คนเชื่อมันตัวกลางอย่างธนาคารน้อยลงมาก(ก็เล่นไปหลอกเค้าเอากำไรเข้าตัว) และเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวของระบบการเงินแบบมีศูนย์กลางนี้มากขึ้นอย่างมีนัยยะ
บทที่ 2 Satoshi Nakamoto ชายผู้ให้กำเนิด Bitcoin
Satoshi Nakamoto ชายผู้ให้กำเนิด Bitcoin
.
.
หลังจากเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ไม่นานนัก ก็ได้มีชายปริศนานามว่า Satoshi Nakamoto ได้เขียน White Paper เกี่ยวกับ Bitcoin ให้สาธารณะชนได้อ่านกัน หลังจากวันนั้นชายผู้นี้ก็ได้เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล
.
การเงินแบบไร้ศูนย์กลางเริ่มเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ คนกำลังเห่อของใหม่กันสุดๆ
จนในวันที่ 3 มกราคม 2009
หน้าประวัติศาตร์ก็ต้องจารึกไว้อีกครั้ง เพราะวันนี้คือวันที่ Satoshi ได้ทำสำเร็จ เค้าได้คลอด Bitcoin Block0 ออกมาแล้ว โดยชื่อของมันคือ ‘Genesis Block’
.
ซึ่งถามว่ามาได้ไง บอกเลยว่า Satoshi แกเสกมาจากอากาศเลย มาพร้อมกับ bitcoin 50 BTC ที่อยู่ในมือคนสร้างอย่าง Satoshi Nakamoto
.
เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีศาลท้ารบกับระบบการเงินแบบเก่า เขียนไว้ว่า ‘The Time 03/Jan/2009 Chanceller on brink of second bailout for bank’
.
ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเนื้อข่าวที่มาจากหนังสือพิมพ์ Time ที่บอกว่ารัฐมนตรีกระทรวงการคลังกำลังจะพิมพ์เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่หลังจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ คุ้นๆม่ะ เหมือนวิกฤตโควิดปัจจุบันเลย นั่นหมายความว่าเงินที่ถือมูลค่ากำลังจะลดลงจากเงินที่อัดฉีดเพิ่มเข้ามาในระบบนั่นเอง
.
ซึ่งคนก็ต้องหาวิธีที่ทำให้เงินไม่ลดลง และนั่นก็ตรงกับช่วงที่ Satoshi ได้เปิด open soure ให้คนทั่วไปได้มาลองใช้ Bitcoin Blockchain ของเขาได้
.
แล้วก็มีผู้ใช้คนแรก..
1
บทที่ 3 ผู้ใช้คนแรก และพิซซ่า 10,000 Bitcoin
ผู้ใช้คนแรก และพิซซ่า 10,000 Bitcoin
.
.
ผู้ใช้คนแรกมีชื่อว่า Hal Finney ซึ่งเขาได้ลองโหลด open source ของ Satoshi มาใช้เล่นๆดู
.
หลังจากนั้นไม่กี่วัน Satoshi ผู้ถือ 50 BTC ก็ได้โอน bitcoin ให้ Hal Finney เป็นจำนวน 10 BTC เป็นค่าตอบแทนสำหรับผู้ใช้คนแรก และเกิดเป็น Transaction แรกบน Bitcoin Blockchain ขึ้นมา
.
และหลังจากวันนั้นก็มีคนใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปหนึ่งปี..
ในปี 2010 ได้เกิดการแลกเปลี่ยน Bitcoin กับของบนโลกจริงขึ้นเป็นครั้งแรก
.
โดยนาย laszlo ได้ไปตั้งกระทู้ใน bitcointalk ประมาณว่าตนเองได้ใช้ 10,000 Bitcoin ซื้อพิซซ่าสองถาดสำเร็จแล้ว ซึ่งตอนนั้นราคา bitcoin คือถูกมาก 10,000 Bitcoin มูลค่าเท่าพิซซ่าแค่สองถาด
.
แต่เวลาผ่านไปแต่ 11 ปี Bitcoin ที่ซื้อพิซซ่านั้นไป มีมูลค่ากว่า 600 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,800 ล้านบาท ซื้อเรือดำนำ้ได้ 100 ลำเลย 555
แล้วหลังจากนั้น Bitcoin ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆจนมีสถาบันการเงินใหญ่ๆเข้ามาลงทุนมากมายอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้
บทที่ 4 ทำความรู้จัก Blockchain Technology
ทำความรู้จัก Blockchain Technology
.
.
หลังจาก Intro ไปพอสมควรแล้ว เรากลับมาที่ประเด็นหลักกันดีกว่า จริงแล้ว Bitcoin มันคืออะไร? ต้องมารู้จักกับ blockchain กันก่อน
.
**หลังจากนี้ไปเนื้อหาค่อนข้าง technical แนะนำให้ถอดสมองก่อนอ่านเด้อ**
.
จริงๆแล้ว blockchain เป็นอะไรที่กว้างและใช้ได้หลากหลายรูปแบบมาก โดยคอนเซปต์หลักๆคือปลอดภัย ว่องไว แล้วก็ไร้พรมแดน
.
แต่ในวันนี้เราจะขอพูดในเรื่องการเงินที่นำเทคโนโลยี blockchain มาใช้ก่อน
.
=====================
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพของ 'ธนาคาร' ก่อน
.
ณ หมู่บ้านทะลุฟ้า มีประชากรอยู่ด้วยกัน 100 คน หนึ่งในนั้นคือ นาย A และ นาย B
.
ทีนี้นาย A ต้องการยืมเงินนาย B แต่นาย B ก็ไม่ยอมให้เพราะไม่มีพยายานกลัวโดนโกง ก็เลยต้องหาคนที่เป็นพยานมายืนยัน นั่นคือผู้ใหญ่บ้านยุท มาเป็นคนจดบันทึกให้ว่าใครยืมใครเท่าไหร่
.
แต่วันดีคืนดียุทไม่อยากทำฟรีแล้ว เลยขอเก็บค่าธรรมเนียม 1% จากเงินที่โอน นาย A กับ นาย B ก็ต้องยอมรับอย่างเสียไม่ได้
.
แน่นอนว่าผู้ใหญ่ยุทมีความสำคัญอย่างมากกับระบบการเงินแบบนี้ อำนาจทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับยุทอย่างเบ็ดเสร็จ เหมือนกับเป็นระบบเผด็จการทางการเงินเลยก็ว่าได้ และนี่คือโมเดลของ 'ธนาคาร'
====================
1
ที่นี้มาดูโมเดล 'Blockchain' กันบ้าง
.
ต่อมาประชาชนหมู่บ้านทะลุฟ้าเริ่มทนไม่ไหวกับการกดขี่ของผู้ใหญ่ยุท จึงไล่ผู้ใหญ่ออกไป แล้วปกครองกันเอง แบบประชาธิปไตย
.
ต่อจากนี้ใครจะโอนเงินให้ใครหรือยืมเงินใคร ให้มาประกาศกลางหมู่บ้าน ทุกคนในหมู่บ้านให้พกสมุดไว้เล่มนึง ถ้ามีการประกาศให้จดบันทึกลงในสมุดตัวเองด้วย
.
ดังนั้นถ้า A โอนเงินให้ B 10,000 บาท ทุกคนในหมู่บ้านก็ต้องจดไว้ ถ้าอยู่ดีๆ A มาบอกว่าโอนเงินให้ B 100,000 บาท ก็จะทำไม่ได้เพราะหลักฐานในสมุดทุกคนตรงกันว่าโอนไปแค่ 10,000 บาท
.
และนี่คือโมเดลของ Blockchain นั่นเอง..
2
บทที่ 5 แล้ว Bitcoin ต่างจาก Blockchain ยังไง?
จริงๆแล้ว Satoshi Nakamoto ไม่ได้สร้างแค่ Bitcoin แต่เค้าสร้างสิ่งที่เรียกว่า Bitcoin Blockchain ขึ้นมาตังหากล่ะ Bitcoin เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้นเอง
.
ซึ่ง Bitcoin Blockchain ก็พัฒนาต่อมาจาก Blockchain เทคโนโลยีนั่นเอง แต่ได้เพิ่มบางส่วนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ bitcoin เข้าไป
1.ระบบนักขุด(mining)
นักขุดจะทำหน้าที่เป็นเหมือนนักตรวจสอบบัญชีให้กับ blockchain ว่าธุรกรรมที่เข้ามาถูกต้องรึเปล่า
2.สกุลเงิน bitcoin
เป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกของโลก และจะจ่ายเป็นผลตอบแทนให้กับนักขุดที่เสียสละทรัพยากรมาช่วยตรวจสอบธุรกรรม
3.Bitcoin จะมีจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น
4.blockใหม่จะถูกสร้างทุกๆ10นาที โดย block จะทำหน้าที่เก็บธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้น
5.ทุกๆ 210,000 block ที่เกิดขึ้น(ประมาณ 4 ปี) จะมีสิ่งที่เรียกว่า Halving คือการลดลงของผลตอบแทนที่ได้ จากครั้งก่อนคือ 12.5 ปัจจุบันก็เหลือ 6.25 ครั้งต่อไปก็จะเหลือ 3.125 หมายความว่ายิ่งเวลาผ่านไป btc ก็จะออกมาน้อยลงเรื่อยๆ
**เหรียญคริปโตอื่นๆก็มีระบบและข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป อาจไม่ใช่ได้เหรียญด้วยการขุดเหมือน bitcoin ดังนั้นความศึกษา White paper แต่ละเหรียญก่อนลงทุน**
บทที่ 6 เรื่องราวของนักขุดเหมือง
นักขุดเหมือง Bitcoin
.
.
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ขอเปรียบเทียบบิทคอยกับทองละกัน
.
ถ้าพูดถึงทองก่อนที่เราจะมีทองมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน ก็ต้องมีคนทำหน้าที่ขุดเหมืองทองเพื่อค้นหาทองจากกองดินกองหินเป็นหมื่นๆแสนๆกอง แต่ถ้าเจอก็คุ้มค่ากับการลงทุน
.
แต่ในทางกลับกัน Bitcoin ก็คล้ายๆทอง แต่นักขุดไม่ได้ขุดหา Bitcoin อย่างที่หลายๆคนเข้าใจผิดกันนะ...
.
ในทุกๆ10นาทีจะมี Block ใหม่เกิดขึ้น Block นั้นแหละคือกล่องสมบัติที่มี bitcoin อยู่ด้านใน สิ่งที่นักขุดหาคือต้องการหา Key มาเปิดกล่องสมบัตินี้ให้ได้ ซึ่ง Key จริงๆมีอยู่อันเดียว แต่ Keัy ปลอมมีอีกเพียบ ดังนั้นมันก็เลยคล้ายๆกับการขุดหาทองในกองดินมากมายมหาศาลนั่นเอง ใครเจอคนแรกก็ได้ไป
ทีนี้สำหรับการขุดก็ไม่ใช่เราถือจอบถือเสียมไปขุดเอง แต่เราจะใช้พลังของคอมพิวเตอร์ในการขุด ซึ่งคำว่าขุดในที่นี้คือให้คอมพิวเตอร์สุ่มเลขมาลองเปิดดู
.
หมายความว่าคอมใครแรงก็มีโอกาสสุ่มเลขได้มากกว่า แต่ใช่ว่าจะเจอนะมันขึ้นอยู่กับดวงด้วย
.
ยกตัวอย่าง
นาย A ใช้ GPU RTX 3070 เพื่อขุด สามารถสุ่มเลขได้ 1 ร้อยล้านเลข/1 นาที
นาย B ใช้ Gameboy รุ่นเก่า สุ่มได้ 100 เลข/1 นาที
.
แน่นอนว่า A มีโอกาสมากกว่า B เป็นล้านเท่า แต่ถ้า B โชคดีก็อาจจะเจอคนแรกก็ได้เหมือนกัน
.
ดังนั้นเมื่อการแข่งขันดุเดือดมากขึ้น คนให้ความสนใจกับการขุดมากขึ้น โอกาสจะเป็นผู้ชนะก็น้อยลง รายเล็กๆจะไปขุดก็ลืมไปได้เลย
.
จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า Mining Pool ขึ้นมา..
.
Mining Pool คือเครือข่ายของนักขุดที่รวมตัวกันเพื่อเพิ่มโอกาสให้มากขึ้น ถ้าเกิดกลุ่มนี้ได้ Bitcoin ก็จะไปแบ่งให้ทุกคนในกลุ่มคนละเท่าๆกัน ดังนั้นเครือข่ายใครใหญ่ก็มีโอกาสที่จะได้ Bitcoin มากนั่นเอง
1
แล้วรางวัลต่อ Block หนึ่งเป็นเท่าไหร่?
.
ในปัจจุบันรางวัลของนักขุดอยู่ที่ 6.25 BTC ต่อหนึ่ง Block ที่จะเกิดขึ้นทุกๆ 10 นาที แต่ในทุก ๆ 210,000 Block ที่เกิดขึ้น หรือประมาณ 4 ปี จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า 'Halving' ขึ้นมา
.
Halving คือสิ่งที่ Satoshi Nakamoto เขียนคำสั่งไว้ใน Blockchain ให้ลดจำนวนรางวัลที่ได้ต่อ Block ลงครึ่งหนึ่ง แสดงว่าเมื่อก่อนคนขุดจะได้ 12.5 BTC และหลังจาก Halving ครั้งต่อไป ก็จะเหลือแค่ 3.125 BTC
.
เพราะ Satoshi รู้ดีว่าราคา Bitcoin จะต้องสูงขึ้นหลายเท่าเทียบจาก 10 ปีก่อน ดังนั้นถ้าคงรางวัลให้เท่ากันก็คงไม่ยุติธรรมนักกับคนที่ขุดก่อน
1
สรุปการทำงานของ Bitcoin Blockchain
.
.
ขอ Recap กันอีกที เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะคะ หลังจากเราได้เล่าเป็นส่วน ๆ ไปแล้วเราลองเอาจิ๊กซอมาต่อกันเป็นภาพใหญ่ดู
.
สมมุตินาย A ต้องการโอนบิทคอยให้นาย B จำนวน 0.01 BTC นาย B ก็จะให้ Address wallet ของตัวเองไป นาย A ก็กดโอนเข้ามาที่บัญชี B โดยอาจจะมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย
.
แต่ในขณะโอนจะอยู่ในสถานะรอการยืนยันเงินจากนาย A จะยังไม่ออกไป โดยคำขอเหล่านั้นจะถูกรวบรวมเก็บไว้ในกล่องหรือ Block เพื่อส่งไปให้นักขุดตรวจสอบ
.
สิ่งที่นักขุดทำตือทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง และใช้เครื่องตัวเองเป็นเครื่อง server ให้กับ Bitcoin Blockchain
.
แต่ในเมื่อนักขุดไม่ได้มีแค่คนเดียว และมีคนเดียวไม่ได้ด้วยเนื่องจาก blockchain ต้องการผู้ใช้จำนวนมากเพื่อมาทำให้เกิดความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
.
ดังนั้น Block ที่เกิดขึ้นใหม่นั้นจะถูกเข้ารหัสลับไว้อยู่ นักขุดจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ขอตัวเองมาสุ่มเลขไปเรื่อยๆจนกว่าจะเปิดกล่องนั้นได้ และที่เหลือก็แค่ตรวจสอบ ถ้าถูกแล้วก็เอาไปต่อไว้เป็น chain ใน Bitcoin Blockchain ซึ่งการตรวจสอบจะใช้เวลาไม่นาน แต่ที่นานคือการหา key เพื่อเปิด ตังหลักการของ Satoshi ที่ว่า "ตรวจสอบง่าย แต่เดาคำตอบยาก"
.
ส่วนผู้ที่ชนะเปิดกล่องได้ก็จะได้เป็นคนตรวจสอบธูรกรรมนั้น และได้ค่าธรรมเนียม + บิทคอยเป็นของรางวัล
.
หลังจากนั้นเมื่อ Block ถูกอัพเดตลงใน Blockchain แล้ว นาย B ก็จะได้รับ 0.01 BTC ที่นาย A โอนมาเรียบร้อย เป็นอันเสร็จพิธี
2
บทที่ 7 (บทสุดท้ายแล้ว ) อยากมี Bitcoin บ้าง ต้องทำยังไง?
1.สมัครเป็นนักขุด
.
มีโปรแกรมมากมายที่สามารถทำให้คุณเป็นนักขุดได้ แต่ก่อนหน้านั้นจะต้องมีการ์ดจอที่ดีด้วยนะถึงจะขุดได้เยอะ หรืออีกทางคือเข้าร่วมกับเครือข่ายนักขุดหรือ mining pool ที่สามารถเข้าผ่านเว็บได้ เช่น Cryptotab แต่จะเข้าร่วม pool ไหนก็ต้องตรวจสอบดูให้ดีก่อนนะไม่งั้นมัลแวร์แถมมาด้วย หรือดีไม่ดีคอมอาจจะพังเลยก็ได้ ไม่คุ้มกันนะ
1
2.ใช้เงินเปย์
.
อยากได้มากใช่ป่ะ ใช้เงินซื้อสิ!! ตอนนี้เราสามารถหาซื้อ Bitcoin ได้ง่ายมาก ๆ ผ่านเว็บเทรดต่าง ๆ ของไทยอย่างเช่น Bitkub Zipmex เป็นต้น หรือเว็บเทรดอันดับ 1 ของโลกอย่าง Binance
.
ใครสนใจสมัครเพื่อซื้อได้ตามลิงค์ข้างล่างเลย
.
.
3.ขายของรับเงินเป็น Bitcoin
.
จะขายอะไรก็ได้ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือดำน้ำ ตอนนี้ก็เห็นหลายๆธุรกิจเริ่มมารับ Bitcoin แล้ว
.
เช่น ตั๋วหนังเมเจอร์ รถยนต์เทสล่า นันยาง รวมไปถึงค่าตัวหญิงแย้
.
ดังนั้นถ้าเราอยากจะรับเป็น Bitcoin บ้าง ให้เปิดบัญชีคริปโตก่อนดูวิธีได้ตามลิงค์นี้เลย https://www.facebook.com/stockerday/posts/142167617808892
.
โดยเราก็จะได้ publish key กับ private key มา เวลาจะส่งให้ใครโอนมาก็ให้ Publish key ไป ส่วน Private key ต้องเก็บไว้อย่างดีอย่าให้ใครรู้เลย ไม่งั้นอาจจะหายหมดบัญชีได้เลย
========================
แต่อย่าลืมนะว่าราคาบิทคอยนั้นไม่ได้ขึ้นอย่างเดียว มีจังหวะที่ราคาลงด้วย ดังนั้นถ้ายังไม่แน่ใจ หรือเชื่อใจบิทคอยแนะนำว่าอย่าพึ่งลงทุนดีกว่า อาจจะทำให้คุณหัวร้อนได้
สุดท้าย Bitcoin จะมาเป็นอนาคตการเงินของโลกได้ไหม
.
.
ในมุมมองของแอด ตอบไว้เลยว่า ‘ยังห่างไกล’
.
จุดอ่อนของบิทคอยหลักๆเลยที่ทำให้ Bitcoin ไม่สามารถใช้แทนเงินจริงได้คือ ‘ความผันผวนสูง’
.
ลองคิดดูถ้าเราขาย ปลาทูแม่กรอง ตั้งราคาไว้ 0.0001 btc สมมุติว่าราคา 30 บาท แต่อีกไม่กี่วันราคาบิทคอยร่วงลงไป จากปลาทูที่ขายได้ 30 บาทอาจจะเหลือแค่ 20 บาท เป็นต้น
.
กองแช่ง : เห้ยแบบนี้แสดงว่า Bitcoin มันไม่มีค่าอะไรเลยนี่หว่า? มันหลอกลวงนิ ใช้จริงไม่ได้ อย่าไปลงทุนเลย
ใครคิดแบบนี่หยุดก่อนเลย กรุณาอ่านให้จบก่อน
.
ที่คนไม่นิยมใช้ Bitcoin แทนเงิน ไม่ใช่เพราะ Bitcoin ไม่มีค่า ในทางกลับกันมันกลับมีมูลค่ามหาศาลจนคนอยากเก็บไว้ มากกว่าเอาไปใช้จ่ายแลกเปลี่ยนกับคนอื่นตังหาก
.
กองแช่ง : มันจะมีมูลค่าได้ไง เงินยังเป็นกระดาษ ทองก็ยังเป็นของที่เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ Bitcoin มันไม่มีอะไรเลย ไม่ต่างกับเหรียญในเกม
.
จริงแล้วเงินก็เป็นแค่กระดาษใบหนึ่ง ทองก็เป็นแค่ก้อนโง่ๆก้อนหนึ่ง แต่ที่มันมีมูลค่าขึ้นมาเพราะคนให้คุณค่ากับมันตังหาก และ Bitcoin ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้ แต่มันระบุความเป็นเจ้าของได้ ดังนั้นก็คงไม่ต่างกับสินทรัพย์อย่างอื่นที่มีมูลค่า
.
กาแฟขี้ชะมดยังราคาเป็นแสน ก็เพราะว่ามีคนให้คุณค่าในสิ่งนั้นนั่นแหละ มันอยู่ที่คน ไม่ใช่สิ่งของ วันนึงอากาศก็มีค่าได้ถ้าคนต้องการ
.
.
กลับมาเรื่อง Bitcoin กันต่อ ถึงแม้ว่า Bitcoin จะยังไม่สามารถเป็นเงินแห่งอนาคตได้ แต่ตอนนี้ Bitcoin ได้เป็นทองแห่งอนาคตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉายของ Bitcoin ที่นักลงทุนเรียกกันก็คือ new gold ด้วยคุณสมบัติหลายๆอย่างที่คล้ายกับทองมาก
.
เช่นมีจำนวนจำกัด ราคาขึ้นเรื่อยๆทุกปี ต้องมีการขุดถึงจะเจอ แต่สิ่งที่ทำให้ Bitcoin ดีกว่าทองคือ ไม่มีทองเนี้ยแหละ เพราะ bitcoin จะอยู่บน Blockchain ไม่ต้องกลัวหาย หรือมีคนมาขโมยไป ไม่ต้องขุดดินฝังไว้หรือหาที่เก็บที่ปลอดภัยเหมือนทอง และสามารถโอนย้ายได้สะดวกและไร้พรมแดนด้วย
.
.
แล้วอะไรละจะมาเป็นเงินที่ใช้ในโลกอนาคต?
.
ขอแนะนำให้รู้จักกับ Stable coin เป็นเหรียญดิจิทัลเหมือน Bitcoin แต่มีคุณสมบัติหนึ่งที่เหมือนกับเงินที่เราใช้อยู่คือราคามันคงที่ ไม่ผันผวนเหมือน bitcoin และที่มากกว่านั้นคือตอนนี้ stable coin ก็ถูกใช้เหมือนเป็นเงินจริงๆในโลกของคริปโตด้วย
.
สรุปเลยในความคิดของแอด Bitcoin คือทองแห่งโลกอนาคต Stable coin คือเงินแห่งโลกอนาคต และอีกไม่กี่ปีคนจะหันมาเก็บ Bitcoin มากกว่าสะสมทองแน่นอน
1
โฆษณา