22 เม.ย. 2021 เวลา 20:59 • ศิลปะ & ออกแบบ
Dear Diary 01 : คิดถึงสงกรานต์
เมื่อสงกรานต์ (ที่ไม่ใช่สงกรานต์) ที่ผ่านมา ไม่ได้กลับไปหาครอบครัวที่ต่างจังหวัดค่ะ. นั่งเหงาๆอยู่กับแมวที่ห้อง แล้วก็นึกถึงสงกรานต์ในแต่ละปีที่ผ่าน นึกไปนึกมาย้อนไปนู้นนนน ตั้งแต่ตอนเด็กๆ. ความทรงจำมันพรั่งพรู. จนต้องหยิบไดอารี่มาเขียนเลยทีเดียว
คิดถึงสงกรานต์
เราเติบโตที่จังหวัดระยองค่ะ บ้านและครอบครัวอยู่ที่ระยอง แต่ทุกๆสงกรานต์ เราและครอบครัวจะลงใต้ ไปพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อ ไปหาปู่ ย่า และญาติๆ มันเป็นครั้งเดียวของปีที่พวกเราจะได้เจอกัน. เป็นแบบนี้เรื่อยมาตั้งแต่จำความได้เลยค่ะ
ประเพณีสงกรานต์ของครอบครัวเรา เป็นสงกรานต์แบบ สงกรานต์จริงๆเลยอ่ะ ไทยๆบ้านๆ
เช้ามาทุกคนก็จกยกขโยงกันไปวัดใกล้บ้านค่ะ. ที่นั่นก็จะมีชาวบ้านมากมายไปรวมตัวกันค่ะ ไปฟังพระสวด ทำบุญ. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในตำบล แล้วก็ปิดท้ายด้วยการไปไหว้บรรพบุรุษที่บัวเก็บกระดูก (ภาษากลางคือ ธาตุเก็บกระดูก ) ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน
ลงสีหัวข้อก่อนเลยแล้วกัน
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ไม่ชอบไปวัดเลย เพราะว่าร้อนมากกก บรรยากาศวัดคือเป็นลานกว้างๆที่เป็นทราย ซึ่งมันแผ่ความร้อนออกมาระอุมาก แล้วหน้าร้อนในภาคใต้นี่คือ โอ้โห..
ชาวบ้านไปรวมตัวกันที่วัดเยอะมากๆ ทุกคนหาที่หลบแดดตามใต้ต้นไม้และศาลานั่งพักต่างๆ บางคนก็พนมมือรับเสียงพระสวดที่ผ่านมาตามลำโพง บางคนก็นั่งโบกพัด เลี้ยง ลูก คุยกัน หัวเราะ เฮฮา. ตอนนั้นไม่มีโทรศัพท์ให้นั่งเล่นเหมือนปัจจุบันนี้
ถ้าตัดเรื่องความร้อนแสนหฤโหดออกไป บรรยากาศตอนนั้นเป็นยังไงนะ?... เรานั่งคิด
ลงพื้นขาว ตามด้วย ดอกชบาสีชมพู
ฉันจำภาพเด็กๆวิ่งเล่นฉีดน้ำกันได้. ฉีดกันเองบ้าง.ผู้ใหญ่บ้าง แล้วไปเติมน้ำที่โอ่งของวัด คลังกระสุนชั้นเยี่ยม
ชาวบ้านบางคนได้โอกาส ยกโต๊ะ มากางขายอาหาร ลูกชิ้นย่าง น้ำหวาน น้ำอัดลม ฉันซื้อชาเย็นเป็นประจำ ราคาถูกๆแต่อร่อยเหลือเกิน ในอากาศแบบนี้
นอกจากนี้ก็มีโต๊ะขายของเล่นเด็กค่ะ ปืนฉีดน้ำหลายขนาด ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ ที่เป่าฟองสบู่ ลูกเด็กเล็กแดงนี่กรูกันเข้าไปเลย
เริ่มเติมใบไม้จ้า
พวกผู้ใหญ่ก็มีความสุขไม่แพ้เด็กๆค่ะ ด้วยความที่เป็นตำบลเล็กๆ หมู่บ้านเล็กๆ. หลายๆคนเติบโตมาด้วยกัน ทุกคนรู้จักกันหมด ป้าๆลุงๆ ถามสารทุกข์สุขดิบกัน. บางทีพ่อของเราก็ได้เจอเพื่อนเก่าๆที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ประถม
บรรยากาศพวกนี้นี่เอง ที่ทำให้ลืมความร้อนไปเลย ฉันรู้สึกว่านี่แหละ คือ ‘ความเป็นสงกรานต์’ ในความทรงจำของฉัน มันเรียบง่าย จริงใจ และชุ่มฉ่ำหัวใจ
เก็บรายละเอียด ลงเลเยอร์ถัดไป
กิจกรรมที่วัดเป็นแบบเดิมทุกปีๆ ค่ะ เราไปที่วัดทุกปีและเห็นความเปลี่ยนเรื่อยๆ พี่คนนั้นแต่งงาน. น้องคนนี้มีลูก. มีเด็กๆหน้าใหม่ๆมาเล่นฉีดน้ำกัน. เด็กๆที่เคยเล่นน้ำในตอนนั้นก็ค่อยๆโตเป็นหนุ่มเป็นสาว จับกลุ่มคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้
พวกผู้ใหญ่คุยกันเรื่องลูกหลาน บางคนก็พาหลานตัวน้อยมาโชว์เพื่อนๆ คุณย่าคุณยายแก่ขึ้น....มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น และบางครั้งสมาชิกเก่าก็จากไป.....
หลังจากนั้น คนก็มาวัดน้อยลงเรื่อยๆค่ะ คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของการมาวัดน้อยลง. เพราะอากาศร้อน. ขี้เกียจมาฟังพระสวด. ขี้เกียจมารอ. หรือเหตุผลอื่นๆ. เด็กๆยุคใหม่ ก็ไม่ค่อยเล่นฉีดน้ำกัน เพราะมีโทรศัพท์และแทบเลต นั่งเล่นเกมในร่มสนุกกว่ากันเยอะ
ถ้าย้อนกลับไปตอนนั้นเราก็ไม่ได้สนุกอะไรมากมายกับการไปวัดหรอกค่ะ แต่พอมานึกย้อนกลับไป เราผูกพันกับบรรยากาศเหล่านั้นมากกว่าที่เราคิด...เราคิดถึงความชุ้มฉ่ำหัวใจในวันนั้นมากกว่าที่เราคิด
เสร็จแล้ว
ลึกๆแล้ว อยากให้สงกรานต์แบบไทยๆของเรายังมีอยู่ต่อไปเรื่อยๆค่ะ. โอเคมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยไปบ้าง แต่ยังอยากให้สงกรานต์เป็นวันที่สนุกสนาน ครึกครื้น พร้อมหน้าพร้อมตา และชุ่มฉ่ำหัวใจไปเรื่อยๆค่ะ
ก็เลยเขียนไดอารี่ ออกมาประมาณนี้ค่ะ แรงบันดาลใจจากลายบนเสื้อสงกรานต์นี่แหละ เพราะภาพเสื้อสงกรานต์ เสื้อลายดอก มันเด่นชัดที่สุดแล้วล่ะในความทรงจำของเรา
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน มาดูกันนะคะ
ยังไงฝากรีแอค. คอมเมนต์ และติดตามกันด้วยนะคะ
นี่เป็นไดอารี่ของเราจริงๆนะคะ อาจจะมีการปิดเนื้อหาส่วนตั๊วส่วนตัวบ้าง แค่อยากจะแชร์หน้าตาของไดอารี่ การจัดวาง และงานศิลปะค่ะ. ถ้าชอบก็มารอติดตามกันเรื่อยนะ
ปล.ใช้สีอะครีลิคค่ะ
แถมๆ งานภาพวาดสีน้ำ สองศรีพี่น้องในวันสงกรานต์ค่ะ ใครสนใจไปดูผลงานสีน้ำของเราเพิ่มเติมได้นะคะ
🌝ที่อินสตาแกรม ชื่อ chu_sisters 🌝
แฮปปี้สงกรานต์ย้อนหลังค่ะ
โฆษณา