ถอดรหัส Super League!!! ภาพลักษณ์ที่พังทลายของ JPMorgan ที่จะปล่อยกู้ให้ Super League
เมื่อยอดทีมแห่งยุโรปต้องการจะแยกตัวออกมาจัดระบบแข่งขันของตัวเองที่ชื่อ Super League สถาบันการเงินทั่วโลกก็พยายามเสนอตัวเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้กับพวกเขาโดยหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกรรม แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือการต่อต้าน Super League อย่างรุนแรงจนหลายสโมสรถอนตัวไปในที่สุด สิ่งที่ทำให้ยอดสถาบันทางการเงินแดนเสรีภาพอย่าง JPMporgan ถึงกับยอมรับว่าตัดสินใจพลาดอย่างรุนแรงคืออะไร เรามาดูกันครับ
จากกีฬาสู่ธุกิจ เมื่อเงินเป็นปัจจัยสำคัญเหนือกว่าความรักในวงการลูกหนัง
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฟุตบอลคือกีฬายอดนิยมของโลกครับ มีผู้เล่นไปจนถึงสโมสรมากมายทั่วโลก และมีการเล่นตั้งแต่ระดับสันทนาการ ไปจนถึงระดับอาชีพที่มีคนติดตามทั่วโลกหลายล้านคน จุดเปลี่ยนของวงการฟุตบอลเริ่มจากเมื่อแฟนบอลมีความรักและคลั่งไคล้ในสโมสรของตน ทำให้สโมสรต้องหานักเตะที่มีความโดดเด่นและมีทักษะมากขึ้น เมื่อนักเตะมีความเก่งมากขึ้นสโมสรก็สามารถเข้าแข่งขันในลีกหรือการแข่งขันระดับสูงมากขึ้นนำไปสู่แฟนบอลที่มากขึ้นเป็นเงาตามตัว และนี่คือจุดที่ทำให้วงการลูกหนังเปลี่ยนไปจากกิจกรรมกีฬา สู่ธุรกิจกีฬาที่สำคัญของโลกครับ
1
ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากการที่สโมสรต้องการนักเตะที่มีทักษะสูงที่สุดเท่าที่จะหาได้ ทำให้ค่าเหนื่อยของนักเตะตัว top ของโลกราคาแพงมากครับ หากแต่เงินที่ได้มาจากการชนะการแข่งขัน เงินอุดหนุนจากลีก เงินค่าเข้าชมการแข่งขัน เงินค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดวิดีโดการแข่งขัน ไปจนถึงของที่ระลึกต่างๆ ไม่เพียงพอต่อค่าตัวนักเตะแข้งทองเหล่านั้นครับ
เมื่อสถานการณ์ COVID-19 ปะทุขึ้นมาตั้งแต่ปี 2020 ที่ผ่านมาทำให้หลายประเทศต้องงดการแข่งขันไปหลายเดือน เมื่อเปิดให้กลับมาแข่งขันกันได้ใหม่ก็ห้ามไม่ให้มีผู้ชมในสนาม ทั้งนี้ส่งผลให้สโมสรที่มี Superstar ทั้งหลายได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ เมื่อรายได้ลดลงเป็นอย่างมาก แต่ค่าตัวนักเตะยังเท่าเดิม ไม่รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่สโมสรต้องใช้ เช่น ค่าจ้างโค้ชและเจ้าหน้าที่ต่างๆ ไปจนถึงค่าบำรุงรักษาสนามแข่ง ส่งผลให้เหล่าสโมสรต้องรีบหาวิธีที่จะทำให้ได้เงินเพิ่มขึ้นครับ
Super League ลีกที่แฟนบอลต่อต้าน
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สโมสรระดับโลกจากประเทศอังกฤษ (Arsenal, Chelsea, Liverpool, Manchester City, Manchester United และ Tottenham Hotspur) ประเทศอิตาลี (AC Milan, Inter Milan, และ Juventus) ประเทศสเปน (Atletico Madrid, Real Madrid, และ Barcelona) ได้หารือกันเพื่อจัดการแข่งขันด้วยตัวของพวกเขาเองครับ โดยตั้งชื่อลีกใหม่ที่จะรวบรวมสโมสรชั้นนำดังกล่าวว่า Super League ครับ
ระบบการแข่งขันของ Super League จะมีทีมเพิ่มเข้ามาอีก 8 ทีมทำให้รวมสมาชิกก่อตั้งก็รวมแล้ว 20 ทีม โดยมีการจัดการแข่งขันคล้าย UEFA Champions League เพื่อใช้เป็นตัวต่อรองกับสปอนเซอร์และลิขสิทธิ์ต่างๆ ครับ โดยทาง Super League ต้องการแย่งรายได้โฆษณาและลิขสิทธิ์ของ UEFA Champions League ที่มีรายได้กว่า 1 แสนล้านบาทในปี 2018 – 2019 ที่ผ่านมาครับ
1
อย่างไรก็ตามการจัดตั้ง Super League ดังกล่าวได้รับการต่อต้านจากแฟนลูกหนัง องกรณ์ฟุตบอลต่างๆ ไปจนถึงผู้นำประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสครับ ซึ่งทาง JPMorgan ผู้สนับสนุนเงินกู้กว่า 4,200 ล้านดอลล่าห์สหรัฐก็โดนต่อต้านในฐานะผู้ที่ร่วมแผนการนำเงินเข้ากระเป๋ามหาเศรษฐีเจ้าของสโมสรในยุโรปครับ
ทำไม JPMorgan ถึงคาดการกระแสตอบรับของ Super League ผิดพลาดขนาดนี้
หลังจากที่อนาคตของ Super League ดูเหมือนจะไม่สดใสเสียแล้ว สมาชิกก่อตั้งเริ่มทยอยถอนตัวออกไปเรื่อยๆ และประธานสโมสรเริ่มออกมาขอโทศแฟนบอล ทำให้ JPMorgan โดนวิจารณ์และถากถางจากแฟนบอลในสังคมสื่อสาร online ว่าการทำธุรกิจจะต้องให้ความสำคัญกับความเชื่อใจของลูกค้า และต้องดำเนินการในกรอบของศีลธรรมและจริยธรรมอันดีครับ ท้ายที่สุดทาง JPMorgan ออกมายอมรับว่าพวกเขา “ตัดสิน” วงการลูกหนังผิดไปครับ
โฆษกของ JPMorgan กล่าวว่าทางบริษัทได้ตัดสินสังคมแฟนบอลลูกหนังผิดไปครับ และประเมินผลกระทบที่มีต่อพวกเขาในอนาคตพลาดไปครับ ถึงแม้ว่า JPMorgan คาดการณ์ไว้แล้วว่าการให้กู้ครั้งนี้อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรไปจนถึงคความน่าเชื่อถือของตัว JPMorgan เอง แต่เรื่องนี้มันขึ้นกับแฟนบอลอย่างแท้จริงครับ
ถึงแม้ว่าทาง JPMorgan จะมีความสัมพันธ์กับเหล่าสโมสรต่างๆ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนทางการเงิน เช่น ให้เงินกู้แก่ Real Madrid ในการสร้างสนามฟุตบอล แต่การสนับสนุนทางการเงินกับ Super League ก็ยังมีความเสี่ยงมากๆ ครับ เพราะการให้สัญญาเงินกู้ที่จะใช้คืนใน 23 ปีข้างหน้าแลกกับการใช้สิทธิในการถ่ายทอดสดในอนาคตมาค้ำครับ
ทาง JPMorgan กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของอารมณ์แฟนบอลครับ ซึ่งแตกต่างจากการวิเคราะห์ทางการเงินที่จะต้องตัดอารมณ์ออกไปครับ โดยทาง JPMorgan แจ้งว่าถึงแม้จะมีความพยายามในการสร้าง Super League มาหลายปีแต่ทาง JPMorgan ไม่มีส่วนร่วมในการต่อรองระหว่างสโมสรครับ
ถึงแม้ทาง JPMorgan จะไม่ได้รับผลกระทบทางการเงินหาก Super League ไปต่อไม่ได้จริงๆ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทางภาพลักษณ์ของ JPMorgan ก็เสียหายอย่างหนักเลยครับ และอาจส่งผลกระทบอย่างหนักกับโครงการในอนาคตหาก JPMorgan ต้องการจะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศอังกฤษ สเปน และอิตาลีครับ
ต่อจากนี้การบริหารความเสี่ยงและการศึกษาโครงการต่างๆ ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเรื่องความชื่นชอบและพฤติกรรมของคนในแต่ละวงการอย่างถ่องแท้ครับ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาในระยะยาวเช่นที่ JPMorgan โดนครับ
    เล่าจากใจ by พี่จิน
    ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ค่ะ มองกันคนละมุม