25 เม.ย. 2021 เวลา 03:06 • นิยาย เรื่องสั้น
EP.2 เพื่อนใหม่
https://www.facebook.com/LoongGunz/
วันรุ่งขึ้น  หลี่หมิงมายืนมองหลังคาห้องนำ้ บ้านเขาแล้วก็ต้องถอนใจเบาๆๆ
ตึง.... ตึง...
เสียงเคาะประตูหน้าร้านดังเข้ามาถึงตัวบ้านที่หลี่หมิงกำลังยืนคอตก
"หลี่หมิง  เจ้าตื่นยัง " แน่นอนจะเป็นใครไปไม่ได้จ้างจ้าวเพื่อนของเขานั่นเอง
"เปิดประตูให้ข้า เร็ว ๆ"
คนสั่งนำ้เสียงมีความสุขอย่างมากก็เพราะวันนี้เป็นวันหยุดจ้างจ้าวจึงมีความสุขเป็นพิเศษ ไม่ต้องทนสายตาจะจับเขากินของรุ่นพี่ในที่ทำงาน ที่ทุกวันชอบเกี้ยวพาเขา จนอยากจะลาออกจากงานที่ทำให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
คนฟังได้ยินก็เดินคอตกมาเปิดประตูเห็นรอยยิ้มเกือบจะถึงหูของจ้างจ้าว
เฮ้อ  " เป็นไร ไป  เพื่อนข้า" จ้างจ้าวถาม
แล้วคนคอตกคนงามก็พามาดูหลังคา  จ้างจ้าวเอามือปิดปากทำหน้าตาเหวอหันมายังหลี่หมิง ประมาณว่า  มันเกิดอะไรขึ้นวะ
หลี่หมิงก็เริ่มสาธยายให้เพื่อนของเขาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
"ทำไม เจ้า ไม่ถามชื่อแซ่เพื่อจะเก็บเงินเขา เขาได้ทีหลัง  " จ้างจ้าวถาม
"ก็..ข้า.. "คนพูดเบือนหน้านิดนึง "  ก็  ตอนนั้นเป็นเจ้าจะมีกะจิตกะใจถามริ " แล้วก็เบะปากให้คนถาม
"เอาน่า..เพื่อนรัก เดี้ยวข้า ช่วยซ่อม อีกรอบ"
"ไม่ต้องอะ"  ..(ไอ้ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะเจ้าส่วนนึงด้วยเจ้าปูกะเบื้องไม่ดี  ไม่ทนทาน ซิ คนเลยตกลงมาได้ หลี่หมิง ได้แต่พลำ่เพ้อในใจ)
ไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู
"มีใคร อยู่ไหม"
รู้สึกคุ้นเคยกับเสียงที่ถาม หลี่หมิงคิด แต่ก็ไปปิดประตู  ก็ต้องงงหันไปมอง จ้างจ้าวแบบส่งสายตาใครวะเนี่ย   จ้างจ้าวได้แต่ส่ายหัว
"เอ่อ  .. ท่านมาพบผู้ใดหรือ" หลี่หมิงถามอย่างสุภาพ
" ข้า คือคนเมื่อคืนนี้ ไงหล่ะ"  บอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
หลี่หมิงมอง คนที่อยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณานิดนึง เมื่อคืนปิดหน้าแต่ตอนนี้ดูรอยยิ้มเหมือนดั่งดวงอาทิตย์  ใบหน้า ขาวหมดจด นับว่ามีหน้าตาที่หล่อเหลาไม่น้อยเลยอยู่ในชุดสีนำ้เงินดำนิลตัดกับดวงตาสีนำ้ทะเล มีกะบี่ห้อยอยู่ลำ่ตัวสูงใหญ่ ตัวโตกว่าเขาได้ซักฟุตนึง
"อ้อ.. เข้ามาสิ  " หลี่หมิงกล่าวออกไปคนตรงหน้ายังมีรอยระเรื่อแดงนิดๆๆ เมื่อมองเขา
เมื่อเข้ามาก็จัดแจงนั่งลงในร้านหนังสือที่มีเบาะรองนั้งกับโต๊ะ ตัวเล็กตรงกลาง  หลี่หมิงขอตัวไปต้มนำ้ชาและทำของว่าง จ้างจ้าวจ้องมองกงหลงอ้าวแบบไม่วางตา  และก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
"ข้าชื่อ  จ้างจ้าว ส่วนเพื่อนข้าคนนั้นชื่อ หลี่หมิง" และก็ชี้ไปทางที่หลี่หมิงเข้าไป
สายตาของกงหลงอ้าวสอดส่องในร้านแบบตะลึง เพราะข้างในร้านดูให้ความรู้สึกเหมือนนอนอยู่บ้านพักผ่อน    " อ้อ.. ขออภัย  ข้าชื่อ  กงหลงอ้าว  เป็นองค์รักษ์วังหน้ายินดีที่รู้จักท่าน"
"โอ้ "
สายตาตื่นเต้นของจ้างจ้าว  เมื่อได้ยิน
"ข้าเป็นขุนนางเช่นกัน ทำงานอยู่กรมคลังฝ่ายจดบันทึกยินดี ที่รู้จัก "
"เอ่อ แล้ว"
กงหลงอ้าว มอง ยังคนข้างในที่ยังไม่ออกมา
"  อ้อ  หลี่หมิงเขาเป็นเจ้าของร้าน นี้ ข้างหลังเป็นบ้าน ของเขา "
ตาของกงหลงอ้าวมองตามมือที่ชี้ไป
"ร้าน นี้ ดูสบายตาเหมือนพักผ่อนอยู่บ้าน"
รู้สึกสดชื่นเพราะกลิ่นต้นไม้และดอกไม้ ข้างๆถ้าได้มาอยู่และมองคนงามข้าคงมีความสุขยิ่งนักกงหลงอ้าว คิดอยู่ในใจ
"ช่าย ไหมหล่ะ ! เพื่อนๆข้า ก็บอกแบบท่าน  แถมเจ้าของร้านก็น่ามองด้วยว่าจริงมั้ย"
จ้างจ้าว หยอกเล่นกับกงหลงอ้าว เขาได้แต่ยิ้มนิดๆๆ (เจ้าก็น่ามองนะ จ้างจ้าว ไม่รู้ตัวเลยริไง)
ไม่นานนักหลี่หมิงก็เดินถือถาดนำ้ชา กับขนมคล้ายขนมชั้นของบ้านเรา
"เจ้าลองสิ  หลี่หมิงทำขนมอร่อยมาก"
จ้างจ้าวบอกคนตรงหน้าส่วนหลี่หมิงก็ถลึงตาใส่ให้จ้างจ้าว ได้แต่หัวเราะเบาๆๆ
"อืม อร่อย มาก ท่านมีฝีมือ" เหมาะกับเป็นแม่ศรีเรือนจริง ๆ คิดไว้ในใจส่วนท้ายประโยค
แล้วกงหลงอ้าวก็เริ่ม บทสนทนา
"  ข้ามาเพื่อชดใช้ค่าเสียหายหลังคาของท่าน  "
จ้างจ้าวสะกิดที่เอวหลี่หมิงแล้วยิ้มแบบมีเลศนัย
หลี่หมิงกล่าว " ก็ดีเหมือนกัน ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไร แต่ก็ขอบใจท่านมาก ข้าคิดว่าท่านจะไม่กลับมาเสียแล้ว"
ข้าจะไม่มาได้ไง คนงามอย่างเจ้าใครจะกล้าปล่อยไป  กงหลงอ้าวคิดแต่ก็กล่าวกับไปว่า
"ได้อย่างไรกัน  ข้าทำเสียหาย ข้า จึงต้องชดใช้ "
"ไหนๆๆก็ไหนๆพวกเรา มาเป็นสหาย กันดีกว่า โชคชะตานำมาพบเจอกันถือเป็นเรื่องดี"
จ้างจ้าวคนเดิม ยิ้ม ออกมาหลังจากที่กล่าวหลี่หมิงหันขวับมองไปแบบสายตาดุ ๆ
"เฮ้อน่า ..เพื่อนข้า มีสหาย ดีกว่ามีศัตรูนะ "
แล้วก็โอบบ่าหลี่หมิง  กงหลงอ้าวมองความสัมพันธ์แบบสนิทสนมของทั้งสองคนในใจก็ร้อนรุ่มยิ่งนัก แต่ก็ยิ้มและกล่าวออกมา
" ข้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นสหายกับท่านทั้งสอง "
"งั้นต่อไปก็เรียกข้า จ้างจ้าว ส่วนเจ้าจะเรียกหลี่หมิงว่าอย่างไรก็เรื่องของเจ้านะ  หรือจะเรียก  หมิ่งเออร์ ดีไหม  ฮ่า ฮ่า "
คนพูดหัวเราะลั่น บ่งบอกได้เลยว่าเป็นอารมณ์ดีอย่างมากท่าทางกระล่อนด้วยนะเนี่ยหลี่หมิงได้แต่ส่ายหัว ในความที่ชอบเป็นมิตรอย่างง่ายของจ้างจ้าว
"เรียกข้าว่า หลี่หมิงก็ได้ท่าน กงหลงอ้าว"
"อย่าเรียกข้าว่าท่านเลย เรียกข้าว่า หลงอ้าวก็พอแล้ว " สายตายังส่งความหวานมาที่เขา
แค่มองก็รู้ถึงหัวใจทำไมเขาจะไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้ คนที่มาที่ร้านส่วนใหญ่ไม่ว่าสตรี หรือบุรุษก็มักมองเขาแบบนี้
หรือ แม้ กระทั่ง .....
เขาคิด ไปใน ส่วนลึก ที่อยู่ในจิตใจ.......
ณ.บาร์แห่งนึง ย่านกลางกรุง  หลี่หมิง พาลูกน้องมาฉลองกัน ครบรอบ 7ปีของสำนักพิมพ์ และมียอดขายสูงสุดของปี  พนักงานกว่า 20 คน กำลังร้องเพลงกันบ้าง  พูดคุยบ้าง  บ้างก็กำลังกิน ส่วนเขาขอออกไปข้างนอก  มายืนอยู่ตรงระเบียง สูบบุหรี่  กำลังมองท้องฟ้าในยามราตรี สายตาทอดยาวไปไกลของเมืองกรุงและก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาและกอดเขาจากด้านหลัง
"หอมจังเลย "
เสียงคนหนุ่มน่าจะราวๆอายุสิบเก้ายี่สิบ  เอ่ย ขึ้น  ส่วนคนโดนกอดก็ไม่สะทกสะท้านอะไร เพียงแต่กะมือนั่นออกอย่างบางเบา
แล้วก็หันมาดับบุหรี่และทิ้งลงในถังที่อยู่ใกล้ๆ  และพูดแบบนุ่มนวลอบอุ่นให้กับคนฟัง
"ซือไค  ..อย่าทำแบบนี้อีก"  หลี่หมิงมองมาที่มือที่กำลังพยายามจะเอื้อมหน้าขึ้นมาจูบเขา
"ทำไม..พี่ต้องทำตัวเหิ่นห่างกับผม ผมมันไม่ดีตรงไหน ผมจะปรับปรุง เรากับมาเป็นเหมือนเดิมนะ"  นำ้ตาเริ่มหยดลงของคนพูด
ซือไค เป็นเด็กฝึกงานเข้ามาทำงานที่สำนักพิมพ์เพื่อเรียนรู้ในสาขาที่ศึกษาอยู่  ซือไคเจอกับ หลี่หมิงก็ตกหลุมรักทันที  เขาตามหลี่หมิงเหมือนลูกหมาน้อยน่าสงสาร  ก็เพราะสงสาร  จึงทำให้มีวันนี้
หลี่หมิงได้แต่คิด ไม่น่าเลย ชีวิต ของเขายุ่งเหยิงมากในตอนนี้ ถึงจะประสบความสำเร็จ ในการงาน แต่ความรักนั้นกับพังไม่เป็นท่า  หลี่หมิง มีแฟน ที่คบมาเกือบจะแต่งงาน แต่สาวเจ้าก็บอกเลิกและแต่งงานไปกับเศรษฐีค้าทอง  เหมยลิ่ง คือชื่อของเธอ  ทุกๆครั้งที่ทะเลาะกัน เหมยลิ่งมักจะโวยวายหาว่าเขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยเห็นค่า เธอจึงขอเลิก
จริงๆๆแล้ว หลี่หมิง ก็ไม่ได้เสียใจมากนัก เพราะ เป็นป้าของเขาที่แนะนำ บอกว่ามาเหมาะสมเหมาะที่จะเป็นสะใภ้ และเสริมฐานะของกันและกัน  เขาก็ดูแลเธอดี ไปเที่ยว ไปช๊อบปิ้ง หรือแม้แต่ความสัมพันธ์บนเตียง  ทั้งสองก็เหมือน จะไปได้ดี แต่เหมยลิ่งก็ยังคงไม่พอใจ พอเขาเริ่มเบื่อๆ เขา ก็เจอกับหมาน้อยตัวนี้ ก็เลยเกิดความสัมพันธ์กันขึ้น ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เพราะหลี่หมิง ที่ทำงานนั้น เขาเป็นเจ้านายที่ใจดีกับลูกน้องมาก ดูแลเกือบๆ เท่าแฟนตัวเอง ฐานะไม่ต่างกันเลย ระหว่างเลขากับแฟน  นั่นก็เป็นอีกเหตุผล ที่เหมยลิ่ง ไม่ชอบ
ความสัมพันธ์ของเขากับซือไค ก็เหมือนกัน เร่าร้อน ต่างจาก เหมยลิ่งที่นุ่มนวล มันเหมือนความกระหายที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขา แต่มันก็มีวันเบื่อ  และเขาก็ไม่อยากฝืนอีกต่อไป
คนตรงหน้ายังนำ้ตาไหลริน เหมือนลูกหมาน้อย  เกาะที่แขนเขาค่อยๆทรุดตัวลงที่พื้น  หลี่หมิงนั่งลงและประคองซือไคขึ้นมา    ดวงตานั้นยังคงเรียบเฉย
"พี่ว่า เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ  "เสียงแกมดุ ของหลี่หมิง
"ถ้าไม่มีพี่ ผมก็ ไม่อยากอยู่  " ซือไคลุกขึ้น ไปเหยียบบนคานเหล็ก  หลี่หมิงจับมือเขาอย่างรวดเร็ว ดึงเข้าหาตัวแต่จังหวะ นั้นเขาดันสะดุดถัง (โอ้ แม่เจ้า ) ทำให้ตัวเองเสียหลักหงายหลังตกลงไปแทน
หลี่หมิงเห็นสายตาของซือไคและเสียงร้อง บอกให้ช่วย แต่มันก็สายไปแล้ว เขายิ้มให้ซือไค และก็หลับตา  มันจบแล้วสินะ ....
จบตอน
โฆษณา