29 เม.ย. 2021 เวลา 16:26 • ความคิดเห็น
รูปปั้น​ "สะใภ้ให้นมแม่สามี" ตัวแทนความกตัญญู
ที่คนยุคปัจจุบันไม่เข้าใจ
รูปปั้น​ "ดูดนม" เป็นรูปปั้นสาวจีนในชุดโบราณ
กำลังเปิดเต้าให้หญิงแก่เงยหน้าขึ้นไปดูด
ตั้งอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในเมือง "หูโจว"
มณฑลเจ้อเจียง​ จนกลายเป็นกระแสดราม่า
ในสังคมจีน​ ว่าการเอารูปปั้นประหลาดแบบนี้มาตั้งโชว์​ เป็นเรื่องน่าอาย​ และดูล้าสมัย
3
เราเองพึ่งฟังใน​ podcast​ เมื่อไม่กี่วันก่อน​
เรื่องที่มาของรูปปั้นนี้ว่า
รูปปั้นนี้ถอดแบบออกมาจากสุภาษิตจีนยุคโบราณ
เรื่อง​ความกตัญญูของคนจีน​
ชื่อว่า​ "ยี่-จับ-สี่-เห่า" (ภาษาจีนแต้จิ๋ว)​
แปลว่า​ "24 ความกตัญญู"
เป็นสุภาษิตจากยุคโบราณ 24 บท
ซึ่งสั่งสอนและหล่อหลอมให้คนจีนยึดมั่น
ในความกตัญญูรู้คุณบิดามารดา
จนเป็นที่มาของรูปปั้นดังกล่าว​
นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นอื่น​ เช่น รูปปั้นลูกชายชิมอุจจาระของพ่อเพื่อวินิจฉัยโรค 😰
หรือพ่อฝังลูกชาย 3 ขวบ
เพื่อเก็บเป็นอาหารไว้ให้แม่😰😰
ซึ่งมาจากหนังสือชุด 24 เรื่องเล่า
บุคคลยอดกตัญญูนี้เช่นกัน
(เป็นหนังสือเกี่ยวกับความกตัญูจริงๆหรอเนี่ย)
3
ref. รูปจากเพจ facebook ไทยคำจีนคำ
ส่วนสุภาษิตในบทรูปปั้นหญิงให้นมนี้มีอยู่ว่า
1
สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618– ค.ศ.907)
มีเด็กน้อยคนหนึ่งนามว่า "ชุยซานหนาน"
อยู่ในครอบครัวใหญ่​ มี คุณทวด และ​ คุณย่า
อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน​
ทวดของซานหนานอายุมากแล้ว ฟันไม่มี
กินอาหารไม่สะดวกทำให้ร่างกายอ่อนแอลง
คุณทวดบอกว่า "ฉันคงอยู่ได้อีกไม่นาน
อายุเยอะแล้ว ฟันร่วงหมดแล้ว กินอะไรไม่ได้"
คุณย่าของซานหนาน​ ในฐานะสะใภ้บ้านนี้
รักแม่สามีราวกับแม่แท้ๆ ของตนเอง
ซึ่งถือเป็นคุณธรรมประการหนึ่งของจีนในยุคก่อน
รู้สึกปวดร้าวที่เห็นคุณทวดร่างกายซูบผอม
จึงเกิดไอเดียบรรเจิด...ว่า
"เรายังมีน้ำนมอยู่ ทำไมจะเอาไปให้แม่สามีดื่มไม่ได้ น้ำนมอุดมไปด้วยสารอาหาร เด็กกินนมยังโตเลย คุณแม่จะต้องแข็งแรงขึ้นแน่..."
3
ในตอนแรกแม่สามีปฏิเสธ
แต่ด้วยการอ้อนวอนอย่างไม่ลดละ
สุดท้ายลูกสะใภ้ก็ทำสำเร็จ
คุณทวดยอมดูดนมจากเต้า และทำให้ท่านมีชีวิตยืนยาวต่อเนื่องมาได้อีกหลายปี 👵🏻
ตลอดเวลาที่คุณย่านำนมจากเต้าไปป้อน
ให้คุณทวดดูดกินนั้น ชุยซานหนาน​ ผู้เป็นหลาน
และเหลนของทั้งคู่ เห็นเหตุการณ์อยู่ตลอด
และได้ซึมซับความรู้สึกดีและคุณธรรมความกตัญญูโดยไม่จำเป็นต้องสอนเป็นคำพูด
สุดท้ายเมื่อเขาโตขึ้นจึงได้รับใช้ดูแลคุณย่าของเขา ต่อมาในยามแก่เฒ่า
และนี่คือหนึ่งในนิทานที่มีผลต่อฐานความคิด
ของคนจีนมาเป็นเวลานานนับพันปี
5
ตัดกลับมาในยุคปัจจุบัน​ ยุคแห่งเทคโนโลยี
ชาวเน็ตต่างวิพากษ์​ วิจารณ์​ และตั้งข้อสังเกตุ ว่า
"เป็นย่าแล้วมีน้ำนมได้ไง?"
1
"สุภาษิตมี 24 บท ต้องเอารูปปั้นบทนี้มาโชว์นักท่องเที่ยวหรอ​? โคตรน่าอายเลย"
"เป็นคำสอนที่ล้าสมัยสุด ๆ"
“ใครจะกล้าเอานมตัวเองให้แม่ผัวกิน”
1
บางส่วนก็เข้ามาแสดงความเห็นอกเห็นใจ
คณะผู้ตกแต่งสถานที่ท่องเที่ยว
ให้กำลังใจว่าทำได้ดีแล้ว
ยึดตามหลักคำสอนเดิมตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง
เป็นความภูมิใจของอารยธรรมจีน
โดยเฉพาะเรื่องความกตัญญู​
3
บางครั้ง....
เรื่องที่เกิดในยุคก่อน​ที่คนเคยรับได้​ อาจกลายเป็นความประหลาดในยุคปัจจุบันสำหรับคนบางกลุ่ม
และเรื่องที่คนรุ่นใหม่ถูกใจ ผู้อาวุโสบางคนก็อาจจะส่ายหัวไม่โอเคเช่นกัน
วัฒนธรรมต่างๆย่อมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
ตามสิ่งแวดล้อม และบริบททางสัมคงที่เปลี่ยนแปลงทางที่ดีควรหันหน้าคุยกันด้วยเหตุผล
เพราะเป้าหมายของทุกคนก็คงหวังให้
ประเทศพัฒนา​ และ เป็นที่ยอมรับ
และที่สำคัญคือเป็นสังคมที่ทุกคน
สามารถอยู่ร่วมกันได้
ถึงจะต่างวัย​ และ ความคิดเห็นแตกต่างกัน
3
นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่ินๆ​ ที่เกี่ยวกับความกตัญู
อีก23​เรื่อง​ ซึ่งทาง คณะภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ได้สรุปเอาไว้ให้​
เราเองก็ได้แต่ตั้งคำถามว่า
ความกตัญญูควรมีขอบเขตไหม​
และอะไรคือความกตัญญู​ ?
3
โฆษณา