📌ทฤษฎี เศษของเวลา
สร้างนิสัยใหม่ง่าย ๆ ด้วยกฎ 5 นาที
.
ในแต่ละวัน เราทุกคนมีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง ซึ่งแบ่งคร่าว ๆ ได้เป็น 3 ส่วน
ส่วนแรก เราใช้เวลา 8 ชั่วโมงสำหรับการนอน
ส่วนที่ 2 อีก 8 ชั่วโมง สำหรับการทำงาน หรือการเรียน
ส่วนที่ 3 สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหาร เดินทาง ฯลฯ ซึ่งไม่น่าจะใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง เอาแบบเผื่อเวลาสุด ๆ เลย 4 ชั่วโมงก็น่าจะเอาอยู่
.
หรือหากบางคนนอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมง ก็จะมีเวลามากขึ้นไปอีก แล้วทำไมเราถึงเรารู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลา
.
เวลาของเราหายไปไหน อย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อวัน วันนี้แอดมินอยากชวนทุกคนมาตามหาเวลา 4 ชั่วโมงต่อวัน กลับคืนมาค่ะ
.
ถามว่าทำไม 4 ชั่วโมงต่อวัน มันถึงมีค่า ก็เพราะว่ามันคือ 1,460 ชั่วโมงต่อปี หรือ 14,600 ชั่วโมงใน 10 ปี ซึ่งหากเรามีเวลาถึง 10,000 ชั่วโมง ในการฝึกฝนทักษะอะไรบางอย่าง เราจะสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นได้เลยนะ
.
ถึงตอนนี้หลายคนอาจจะยัง งง ๆ ว่า จริงเหรอที่เรามีเวลาเหลือถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน เพราะส่วนใหญ่เราจะรู้สึกตลอดว่าเรา “ไม่มีเวลา”
.
ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่า 4 ชั่วโมงที่ว่านี้ มันไม่ได้ต่อเนื่องกันเป็นชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงน่ะสิ
.
แต่มันเป็นเศษเสี้ยวของเวลาที่กระจัดกระจายอยู่ในชีวิตเราในแต่ละวัน ลองนึกถึงช่วงเวลาเหล่านี้ดู
.
5 นาทีระหว่างรอรถไฟฟ้า
20 นาทีระหว่างอยู่บนรถไฟฟ้า
10 นาทีระหว่างรอประชุมช่วงเช้า
10 นาทีระหว่างรออาหารกลางวัน
1 นาทีที่รถติดไฟแดง
.
นอกจากนี้ ยังมีเศษเสี้ยวเวลาอีกมากมายที่เราใช้ไปกับการคิดอะไรเรื่อยเปื่อย การเช็คเฟซบุ๊คหลาย ๆ ครั้งในแต่ละวัน หรือการตัดสินใจว่าวันนี้จะใส่ชุดอะไร จะกินอะไร หรือจะทำอะไร รวม ๆ กันแล้วในแต่ละวันก็อาจกินเวลาหลายชั่วโมงเลยทีเดียว
.
ตอนนี้พอจะนึกออกแล้วใช่มั้ย ว่าเวลาของเราหายไปไหน
.
แอดมินไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเอาเวลาทุกนาทีมาใช้ ห้ามปล่อยให้มีช่วงพักสมองหรือเรื่อยเปื่อย
.
แต่อยากชี้ให้เห็นว่า เราสามารถใช้เศษของเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียง 5-10 นาที มาสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับชีวิตได้ อย่างเช่น
.
เอาเวลา 10 นาที ระหว่างอยู่บนรถไฟฟ้า มาใช้ในการอ่านหนังสือ ในหนึ่งเดือนเราจะมีเวลาในการอ่าน 300 นาที หรือ 5 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการอ่านหนังสือที่ไม่หนามากจบได้อย่างน้อย 1 เล่ม หากทำต่อเนื่องได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เราจะอ่านหนังสือจบได้ราว 12 เล่ม เลยทีเดียว
.
เอาเวลา 10 นาที มาเรียนรู้คำศัพท์ได้ 5 คำ เดือนนึงเราจะได้คำศัพท์อย่างน้อย 150 คำ หรือ 1,800 คำต่อปี หากทำต่อเนื่องได้ 1 ปี 8 เดือน เราจะเรียนรู้คำศัพท์ได้ถึง 3,000 คำ ซึ่งเพียงพอต่อการเรียนรู้ภาษาส่วนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว (ในภาษาอังกฤษ ร้อยละ 95 ของงานเขียนในชีวิตประจำวัน อยู่ในคำศัพท์ 3,000 คำ)
.
เอาเวลา 10 นาที มาออกกำลังกาย ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นสร้างนิสัยการออกกำลังกาย อาจเริ่มต้นด้วยการวิดพื้นหรือซิทอัพเพียงวันละ 5 ครั้ง (ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที) ผลรวมของ 1 เดือนคือ 150 ครั้ง และ 1 ปีคือ 1,825 ครั้ง หรือการวิ่งวันละ 1 กิโลเมตร (ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที) ผลรวมของ 1 เดือนคือ 30 กิโลเมตร และ 1 ปีคือ 365 กิโลเมตร แม้ว่ามันจะไม่ได้ทำให้ผอม หรือแข็งแรงขึ้นมาในทันที แต่หัวใจสำคัญของการออกกำลังกายให้เป็นนิสัยคือความต่อเนื่อง เมื่อกิจกรรมเหล่านี้กลายเป็นนิสัยแล้ว เวลาที่ใช้จะมากขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
.
📌หากใครคิดว่าการเริ่มต้นทำอะไรซักอย่างด้วยเวลา 10 นาทีนั้นดูมากไป ลองลดลงมาใช้กฎ 5 นาที เพื่อเปลี่ยนนิสัยตัวเองดูก็ได้
.
ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการตั้งกฎให้ตัวเองว่าต้องทำในสิ่งที่เราต้องการสร้างนิสัยใหม่ อย่างน้อยวันละ 5 นาที แม้ว่าเราจะไม่อยากทำ หรือเหนื่อยจากงานมาแค่ไหนก็ตาม เช่น
.
เราจะนั่งสมาธิ 5 นาทีก่อนนอน จะอ่านหนังสือ 5 นาทีก่อนนอน หรือวิ่งอยู่กับที่ 5 นาทีหลังจากตื่นนอนก็ยังได้
.
เมื่อลดเวลาลงเหลือแค่ 5 นาที สมองเราจะไม่รู้สึกเครียด เพราะมันทำได้สบายมาก เมื่อทำจนเป็นนิสัยเแล้ว เวลามันจะเพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
.
แอดมินลองมาแล้ว ด้วยการตั้งเป้าวิ่งแค่วันละ 10 นาที วันไหนขี้เกียจมาก ๆ ก็จะวิ่งแค่ 10 นาทีจริง ๆ แต่มีน้อยมาก เพราะเมื่อเราได้ออกวิ่งแล้ว มันจะมีแรงผลักให้ทำต่อได้เอง
.
ลองทบทวนกันดูนะคะว่า เวลา 4 ชั่วโมงต่อวันของทุกคน หายไปอยู่ที่ไหนบ้าง ส่วนของแอดมินนั้น อยู่ที่การไถฟีดเฟซบุ๊ค ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานค่ะ คือไถไปเรื่อยเปื่อย ดูชีวิตเพื่อน ๆ อ่านข่าวดราม่า ตอนหลังจึงตั้งกฎกับตัวเองว่าจะดูเฟซบุ๊ควันละ 1 ครั้ง ๆ ละไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น ปรากฎว่าได้เวลากลับมามหาศาล ที่จะเอาไปทำงานให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น
.
ส่วนตอนเช้าที่ปกติตื่นมาแล้วต้องเปิดเฟซบุ๊คทันที ก็เอาเวลา 10 นาทีไปวิ่ง ซึ่งสามารถวิ่งได้เกิน 10 นาทีแทบทุกวัน
.
ใครหาเศษเวลาของตัวเองเจอแล้ว และอยากเอาไปทำอะไรบ้าง คอมเมนท์มาเล่าให้แอดมินฟังบ้างนะคะ 😊
.
#แอดมินเก๋
.
หากเห็นว่าคอนเทนต์นี้มีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านด้วยนะคะ
ฝากกด like และติดตามเพจ Lumpsum
เพื่อไม่พลาดเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการบริหารเงิน
และการประสบความสำเร็จในชีวิตค่ะ
#Lumpsum #วางแผนการเงิน #วิธีเอาตัวรอดทางการเงิน