2 พ.ค. 2021 เวลา 08:48 • ปรัชญา
EP113 : กลไกการหายใจของร่างกายมนุษย์มีความสำคัญมาก !
2
เพียงการหายใจเราสามารถเข้าถึงความจริงที่แท้ของธรรมชาติทั้งหลายในโลกได้
พระพุทธเจ้าสอนให้เราเข้าใจธรรมชาติของตัวเราและสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้อง เทคนิคสำคัญในการเปิดธรรมที่ถูกปิด
พระองค์เน้นให้ฝึกสติให้จิตใจอยู่กับลมหายใจ การอยู่กับลมหายใจ (อานาปานสติ, กายคตาสติ) จะทำให้ภัยมาทำร้ายเราไม่ได้
การควบคุมให้ร่างกายสงบ มีความรู้สึกปีติสุข และอยู่กับจิตที่ปล่อยวางเป็นหนทางให้รู้เห็นซึ่งความจริง จนกระทั่งเป็นทางไปสู่การพ้นทุกข์ได้ด้วย
วิชาการในปัจจุบันก็มีการพูดถึงและให้ความสำคัญอยู่กับลมหายใจโดยเน้นเป็นพื้นฐานสำคัญให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างแข็งแรง สุขภาพดี เราลองพิจารณากันดูนะครับ
เ ท ค นิ ค ก า ร ห า ย ใ จ เ พื่ อ ก า ร บํ า บั ด
ของ Dr. Sten Ekberg อดีตนักกฬาโอลิมปิค และแพทย์องค์รวม holistic doctorกล่าวไว้ว่า…
การเข้าใจถึงการทำงานของร่างกายจริงๆทำงานอย่างไร? จะสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้ที่ทำให้สุขภาพเป็นไปได้ด้วยดีที่สุด วิธีการหายใจของร่างกายคุณเป็นตัวกำหนดหลักให้มีความรู้สึกผ่อนคลายซึ่งมันสามารถบำบัดรักษาตัวเองได้อย่างอัศจรรย์
1
ในทุกขั้นตอนของการหายใจ เมื่อหายใจเข้ารับอ๊อกซิเจนเข้าผ่านปอดหัวใจจะเร่งขึ้น และผ่อนช้าลงเมื่อมีการหายใจออก ร่างกายเราเก่งมากเมื่อมีอากาศเข้าไปเต็มปอด ร่างกายจะส่งเลือดไปรับออกซิเจน และในทางกลับกันมีสิ่งเดียวที่จะทำให้หัวใจเร่งขึ้นคือระบบที่เรียกว่า “sympathetic nervous system” มีการตอบสนองความเครียดทุกครั้งที่เราหายใจเข้าจะมีการตอบสนองความเครียดทุกครั้งทีละนิดๆ ในขณะที่หายใจออกจะมีการตอบสนองผ่อนคลาย หรือ “parasympathetic nervous system”
ดังนั้นอัตราการหายใจที่ประมาณ 60 คือในช่วงหายใจเข้าประมาณ 65 และหายใจออกประมาณ 55 แปรปรวนระดับนี้อย่างสม่ำเสมอ มันจะเป็นตัววัดสุขภาพโดยรวมที่ดีของร่างกายเราอย่างดี จำไว้ว่าร่างกายหายใจเข้าเพิ่ม”ความเครียด” หายใจออกระบบประสาทก็จะ”ผ่อนคลาย”
แต่ร่างกายคนเราทั่วไปมักจะสูดหายใจเข้าประมาณ 2 วินาที และถอนหายใจออกอย่างรวดเร็วเกินก่อนที่ระบบประสาทจะตอบสนองความผ่อนคลาย สิ่งที่เราควรจะทำคือฝึกให้ร่างกายมีการหายใจเข้าช้าๆและหายใจออกช้าๆ คือหายใจเข้าประมาณ 4-5 วินาที และหายใจออกประมาณ 4-5 วินาที
1
เราอาจเข้าใจผิดว่ามานั่งควบคุมร่างกายหายใจลมเข้าออกสัก 5 นาทีเพื่อเป็นช่วงผ่อนคลาย แล้วก็เดินเข้าสู่ชีวิตประจำวันเดิมต่อไป แต่ความจริงแล้วเรากำลังฝึก”รูปแบบการหายใจ”ให้ถูกต้อง สร้างระบบการทำงานของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น
1
ทุกครั้งที่ร่างกายหายใจเข้าเพิ่มความเครียดนิดนึงนั้นทำให้ไฟเบอร์และเซลล์ติดต่อกันในระบบประสาท และเมื่อหายใจออกจะเป็นการจุดประสาทปลายและเซลล์ต่อเชื่อมกันใน”ระบบประสาทผ่อนคลาย” (parasympathetic nervous system) ทุกครั้งที่ทำแบบนี้ทำให้เคยชินที่จะทำให้แข็งแรงขึ้น จะทำให้เราเป็นคนที่ผ่อนคลายไม่เครียดครัด มีหลักการยืดหยุ่นของระบบประสาท มีความแข็งแรงมากขึ้นและอ่อนแอน้อยลง
ร่างกายของเรากำลังสร้างเยื่อในสมองเมื่อเราเสริมสร้างบางอย่างก็จะแข็งแรงขึ้น ถ้าทำน้อยไปเรื่อยก็จะอ่อนแอลงไป จะเสื่อมจะฝ่อไป
2
ส ร้ า ง จั ง ห ว ะ ใ ห้ ล ม ห า ย ใ จ อ ย่ า ง ไ ร ดี ?
เราสามารถทดสอบดูง่ายๆคือ เราลองเอามือวางไว้ที่ท้อง มันจะพองขึ้นเมื่อร่างกายหายใจเข้า เราลองให้จังหวะการพองขึ้นโดยคุมลมหายใจเข้าทีละน้อยเป็นจังหวะ 1_2_3_4 หายใจออก 1_2_3_4_5 นี่เป็นผลการทำการวิจัยโดยสถาบันคณิตศาสตร์หัวใจรับรองการเกิดผลดีต่อร่างกายในเรื่อง pace หรือจังหวะการหายใจ
ร่ า ง ก า ย ห า ย ใ จ อ ย่ า ง ไ ร ถึ ง ถู ก ต้ อ ง ที่ สุ ด ?
ต่อไปเป็นเรื่อง”วิธีการหายใจ”ของร่างกาย จุดสำคัญต่างๆในร่างกายที่เกี่ยวกับการหายใจคือ”การหายใจด้วยท้อง” มันเป็นวิธีการหายใจเพื่อการผ่อนคลายและสุขภาพที่ดี ถือเป็นพื้นฐานหลักในการหายใจ เรามี”กระบังลม”ที่เป็นรูปโดมรองอยู่ใต้ซี่โครง เมื่อมันติดกันก็จะแนบสนิทกัน และดึงดูดปอดให้มันพอง นี่คือหลักพื้นฐานอย่างแรก
อย่างที่สองคือ”การทำงานของซี่โครง”ในการหายใจเข้าออก ที่เป็นเหมือนบานพับที่ขยายออกและผายออกให้ขยายได้มากขึ้น และมีกล้ามเนื้อตามซี่โครงที่สามารถช่วยได้ด้วย
อย่างที่สามคือ”ไหล่และกล้ามเนื้อคอ”
กล้ามเนื้อทรงสี่เหลี่ยมคางหมูระหว่างไหล่และลำคอ เมื่อยกตัวไหล่ขึ้นปอดก็จะลอยเหนือกระบังลม
ในการหายใจในปกติสงบผ่อนคลายเราก็ใช้ทัองและกระบังลมในการหายใจ
เมื่อออกกำลังกายเราจะมีการใช้ซี่โครงในการหายใจมาร่วมด้วย
และกรณีเหตุฉุกเฉินร่างกายเราจะใช้ไหล่มาช่วยในการเร่งและขยายกำลังการหายใจด้วย
สังเกตุเมื่อเราตื่นตัวหรือผ่อนคลายลงการมีสติไปที่ไหล่ที่จะตั้งขึ้นลงจะมีการทำงานสัมพันธ์กันไปจนถึง”ระบบประสาทเครียด” (sympathetic)
ทั้งหมดนี้คือการฝึกร่างกายในการหายใจเพื่อบำบัดรักษา
การผ่อนคลายเป็นการบริหารกายในระบบประสาทเครียดและประสาทผ่อนคลายให้มีความสมดุลย์กัน “ระบบประสาทผ่อนคลาย”นี้มีความเกี่ยวข้องกันกับ ระบบการย่อยอาหาร, ระบบภูมิคุ้มกัน การซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และการเผาผลาญ
การควบคุม”ระบบประสาทผ่อนคลาย”นี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในระหว่างที่เราเคร่งเครียดร่างกายจะไม่บำบัดรักษาหรือทำกรรมวิธีต่างๆที่กล่าวมา เราควรเข้าใจว่ามันไม่ไช่แค่ทำให้รู้สึกดีขึ้น หรือให้สงบลงเฉยๆ แต่การรู้จักการผ่อนคลายการสงบจะทำให้ร่างกายทำงานบำบัดรักษาไปด้วย…
เมื่อย้อนไปพิจารณาในพระสูตรที่พระพุทธเจ้าสอน พระองค์ได้ย้ำให้เรา
ทำให้มากเจริญให้มากซึ่ง”อานาปานสติ” ให้ใช้สติความเพียรให้แน่วแน่ในการมีสติอยู่กับลมหายใจ ถือเป็นกุศลและจะมีอานิสงค์สูงสุดทั้งในกาลปัจจุบัน และกาลภาคหน้า
อ้างอิง : breathing techniques for healing
โฆษณา