3 พ.ค. เวลา 00:14 • หุ้น & เศรษฐกิจ
5 ข้อควรรู้ กองทุนรวมหุ้นแบบ Active vs Passive fund มาอ่านกัน...
การลงทุนในกองทุนรวมรวมหุ้นนั้น เป็นการลงทุนเพื่อหวังให้เงินลงทุนเติบโต แต่ก็จะมีความผันผวนสูงในระหว่างทางที่ลงทุนได้
โดยกองทุนรวมหุ้นจะแบ่งเป็น 2 ลักษณะใหญ่ คือ กองทุนแบบ active fund คือเป็นการบริหารเชิงรุก และแบบ passive fund ที่เป็นการบริหารแบบเชิงรับ
กองแบบ active fund นั้น ผู้บริหารกองทุนจะบริหารกองทุนให้ชนะดัชนีตัวชี้วัดนั้นๆ ก็คือ พยายามบริหารให้ได้ผลตอบแทนดีกว่าดัชนี
ดังนั้นการดูกองทุนเหล่านี้ เวลาดูลตอบแทน ก็ควรได้ผลตอบแทนสูงกว่า benchmark หรือ ตัวเทียบ คือ เวลาที่ตัวเทียบทำผลตอบแทนได้เป็นบวก กองทุนแบบ active ควรบวกมากกว่า หรือถ้าปีไหนที่ตลาดหุ้นตกลง กองแบบ active ควรติดลบน้อยกว่า หรือเป็นบวกได้ในปีนั้น
ค่าธรรมเนียมของกองแบบ active มักจะสูงกว่าแบบ passive fund กองทุนแบบ active fund เหมาะกับผู้ลงทุนที่เชื่อว่า สามารถลงทุนชนะตลาดได้
ส่วนกองแบบ passive fund คือ การบริหารกองแบบล้อไปตามดัชนีชี้วัดนั้นๆ ตามนโยบายของกอง เช่น ดัชนี SET50, SET100, SETHD เป็นต้น การลงทุนนั้นผู้จัดการกองทุน ก็จะนำเงินของเราเข้าไปลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนีนั้นๆ และพยายามให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีมากกที่สุด
ดังนั้นเมื่อต้องให้ผลตอบแทนล้อไปตามดัชนีมากที่สุด กองทุนเหล่าหนี้ไม่ว่า หุ้นนั้นๆ ที่อยู่ดัชนีราคาขึ้นไปสูงมาก หรือตกลงไปอย่างมาก ผู้จัดการกองทุนก็ต้องลงทุนเพื่อให้ล้อตามดัชนี ไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ตลาดได้
กอง passive find เหล่านี้มักมีค่าธรรมเนียมถูก เพราะไม่อย่างนั้นเมื่อได้ผลตอบแทนมาแล้วมาถูกหักด้วยค่าธรรมเนียมการจัดการแล้ว จะทำให้ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจะเบ้ออกจากผลตอบแทนของดัชนีได้ เรื่องค่าธรรมเนียมที่ถูกจึงเป็นเหมือนแต้มต่อการลงทุนในระยะยาวของกองแบบนี้
กองทุนที่เป็น passive fund มักจะมีชื่อดัชนีเหล่านั้นต่อท้ายชื่อกองทุน กองทุนแบบนี้เหมาะกับผู้ที่เชื่อว่า ระยะยาวไม่มีใครสามารถชนะตลาดได้
การเลือกลงทุนในกองทุนรวม ควรเลือกลักษณะนโยบายการลงทุนแบบ active และ passive ที่เหมาะกับเรา และพิจารณาผลตอบแทนทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงค่าธรรมเนียมด้วยนะ
#กองทุนรวม
#กองทุนรวมหุ้นเชิงรับ
#กองทุนรวมหุ้นเชิงรุก
#PassiveFund
#ActiveFund
#หมอยุ่งอยากมีเวลา