ประชาชนต้องมาก่อน!!! เดนมาร์กประกาศหยุดใช้วัคซีน Johnson & Johnson เพราะเสี่ยงเลือดอุดตัน
หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ทางประเทศเดนมาร์กประกาศยุติการฉีดวัคซีนของ AstraZeneca เนื่องจากไม่ต้องการให้ประชาชนเสี่ยงกับอาการเลือดอุดตันซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ตอนนี้ทางรัฐบาลเดนมาร์กได้ออกมาประกาศหยุดใช้วัคซีนของ Johnson & Johnson ด้วยเหตุผลเดียวกันครับ
ต่อให้ฉีดเข็มเดียว แต่มีอันตรายก็ไม่เอา
ทางหน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศเดนมาร์กได้ประกาศว่าการฉีดวัคซีนของ Johnson & Johnson ก็อาจทำให้ผู้ฉีดมีอาการเส้นเลือดอุดตันได้ครับ พวกเข้ากล่าวว่าข้อดีของวัคซีนจาก Johnson & Johnson ที่ฉีดเพียงเข็มเดียวก็สามารถป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ (วัคซีนของบริษัทอื่นต้องฉีดอย่างน้อง 2 โดสครับ) ไม่อาจจะอยู่เหนืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนชาวเดนมาร์กได้ครับ
ปัจจุบันทางเดนมาร์กมีประชากรประมาณ 5.8 ล้านคน จากแผนการกระจายวัคซีนของทางภาครัฐทำให้มีประชากรที่ได้รับวีคซีนเข็มแรกอยู่ถึง 23.4% และประชากรที่ได้รับวัคซีนทั้ง 2 เข็มมีถึง 11.5% ของจำนวนประชากรทั้งหมดครับ นอกจากนี้อัตราการติดเชื้อของประเทศเดนมาร์กก็ลดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ทางการเดนมาร์กตัดสินใจที่จะทยอยลดข้อบังคับต่างๆ ลงตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาครับ อย่างไรก็ตามวัคซีนของ Johnson & Johnson มีจำนวนถึง 33% ของจำนวนวัคซีนทั้งหมดที่ทางประเทศเดนมาร์กจะฉีดให้ประชาชน ดังนั้นหากมีการยุติการใช้วัคซีนของ Johnson & Johnson อาจทำให้แผนการฉีดวัคซีนให้ประชาชนชาวเดนมาร์กล่าช้าออกไปประมาณ 4 สัปดาห์ครับ แต่ทางการเดนมาร์กก็ยังเชื่อว่าการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนจะสำเร็จได้เป็นไปตามแผนครับ
อย่างไรก็ตามทางการเดนมาร์กแจ้งว่าการยุติการฉีดวัคซีนของ Johnson & Johnson รวมถึงของ AstraZeneca อาจมีการพิจารณาอีกครั้งหากสถาณการณ์เปลี่ยนแปลงไปครับ โดยทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะพิจารณาจากองค์ความรู้ใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หรือหากมีปัญหาการติดเชื้อที่มากขึ้นครับ
ชาตะกรรมของวัคซีน Johnson & Johnson ที่ไม่ต่างจาก AstraZeneca
หลังจากมีการรายงานว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนของ Johnson & Johnson อาจเกิดปัญหาเลือดอุดตันได้คล้ายๆ กับวัคซีนของ AstraZeneca หลายๆ ประเทศในสหภาพยุโรปจึงตัดสินใจที่จะเลื่อนการฉีดวัคซีนของ Johnson & Johnson ออกไปก่อนครับ
องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (European Medicines Agency: EMA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลยาของสหภาพยุโรปไม่รอช้า ได้พยายามศึกษาและวิจัยวัคซีนของ Johnson & Johnson จึงได้ข้อสรุปออกในวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมาว่ามีการได้รับวัคซีนของ Johnson & Johnson มีความสัมพันธ์กับอาการเส้นเลือดอุดตันครับ อย่างไรก็ตามทาง EMA ได้ออกมาแจ้งว่าประสิทธิภาพในภาพรวมของวัคซีน Johnson & Johnson เหนือกว่าข้อเสียดังกล่าว ทำให้หลายประเทศวางใจและดำเนินการฉีดต่อไปครับ
    ฟ้าหลังฝน
    ขอบคุณข้อมูลค่ะ คุณเอ็ม