6 พ.ค. 2021 เวลา 05:37 • ประวัติศาสตร์
ใครคือหมออีกา หรือ Plaque doctor?
กลับมาต่อในเรื่องของ กาฬโรค มรณะดำ หรือ Black death ที่กล่าวได้กล่าวในบทความที่แล้ว
ในช่วง Great plaque หรือกาฬโรคครั้งใหญ่ ได้มีอาชีพหนึ่งเกิดขึ้นก็คือ Plaque doctor
Plaque doctor หรือหมออีกา เป็นอาชีพหนึ่งที่ทำการรักษาผู้ป่วย ที่มีอาการของกาฬโรค
โดยทั่วไปอาการของกาฬโรคเนี่ยสามารถพบได้ 3 ลักษณะ คือ
1. มีอาการที่ต่อมน้ำเหลือง ทำให้ต่อมน้ำเหลืองบวม แดง กดเจ็บ ซึ่งอาจทำให้ปวดมากได้ โดยต่อมน้ำเหลืองก็จะอยู่บริเวณขาหนีบหรือรักแร้
2. มีการติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้มีอาการไข้ หัวใจเต้นเร็ว กระสับกระส่าย อาจขึ้นขั้นหมดสติ เลือดออกในอวัยวะต่างๆ หรือทำให้เสียชีวิตได้
3. มีอาการที่ปอด โดยส่วนใหญ่มักเกิดตามหลังจาก 2 อาการแรก โดยจะมีอาการปอดบวม ไอ ซึ่งอาจมีเลือดปนได้ และสามารถทำให้เสียชีวิตได้
จะเห็นได้ว่าอาการที่เป็นค่อนข้างรุนแรงมาก อีกทั้งในสมัยก่อนที่วิทยาศาสตร์ยังไม่มีการพัฒนามาก การรักษา ดังนั้นจึงมีความเชื่อบางอย่างที่นำเข้าสู่การรักษาและการแต่งกายของหมออีกา
ประกอบกับหัวหน้าคณะแพทย์ชาวฝรั่ง Charles de L’Orme ได้เขียนเกี่ยวกับการแต่งกายของหมออีกาไว้ว่า “The nose [is] half a foot long, shaped like a beak, filled with perfume… Under the coat, we wear boots made in Moroccan leather (goat leather)…and a short-sleeved blouse in smooth skin…The hat and gloves are also made of the same skin…with spectacles over the eyes.”
หรือโดยสรุปการแต่งกายของหมออีกาคือ
- สวมหน้ากากที่มีจงอยยาว เชื่อว่าสามารถกรองสิ่งชั่วร้ายได้ โดยภายในมีสมุนไพรหลายชนิด เพื่อใช้กรองเชื้อโรค ป้องกันกลิ่นเหม็น
- เสื้อคลุมสีดำ ถุงมือ รองเท้าบูท เพื่อกันความหนาวและน้ำ
- หมวกหนังปีกกว้าง เพื่อบ่งบอกอาชีพ
- บริเวณตาเป็นกระจกที่สามารถเปิดปิดได้
- ไม้เท้า เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโดยไม่ต้องสัมผัส
ซึ่งสมัยนั้นถือว่าหมออีกาเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ในช่วงนั้นหมออีกาจะได้ค่าจ้างในการรักษาสูงกว่าหมอปกติถึง 4 เท่า บางพื้นที่ก็มีการจับหมออีกาไปเรียกค่าไถ่ก็มี
แต่อย่างไรก็ตาม
ปัจจุบันการแต่งกายของหมออีกากลายเป็นตัวแทนของช่วงเวลาที่เลวร้ายของยุโรป หรือเป็นสัญลักษณ์ของความตายค่ะ
โฆษณา