11 พ.ค. 2021 เวลา 06:03 • ประวัติศาสตร์
ใกล้รุ่ง...เป็นนักเขียน..บทความที่ผมชื่นชอบในแนวทางการเขียน..ด้วยภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจ..ได้อย่างทราบซึ้ง..กินใจ..ผมจึงตั้งใจที่จะเผยแพร่บทความนี้..เริ่มกันเลยครับ
.. จากหยาดเพ็ชรเกร็ดแก้วที่แววฟ้า..
..ร่วงลงมาเป็น..เม็ดทราย..ให้ร้าวราน..!
โลกนี้อยู่ยากสำหรับบางคน .. โลกนี้สวยงาม..สำหรับบางคน แล้วแต่ว่า ใครจะมีโอกาสและได้ใช้โอกาสอันนั้น บางคน..บอกว่า..คือบุญทำ..กรรมแต่ง บางคนบอกว่า..คือลิขิตของพรหมหรือ..พระประสงค์ของ..พระผู้เป็นเจ้า..!
เธอ..”ตูตู สาวันต์” ลืมตาดูโลกและต่อลมหายใจมาได้ถึง 93 ปี..แต่เต็มไปด้วย..การดิ้นรน..ขมขื่นในชะตากรรม..เจ็บปวด..กับความทรงจำ..จนวาระสุดท้าย..ไม่เคยพบ..สุขแท้..ที่สมหวัง..ดังปรารถนา.!
ปี 2429 ..พม่าเสียเมือง.. พระเจ้าธีบอ,พระนางศุภยาลัต และสมาชิกราชวงศ์ ในครอบครัว ถูกอังกฤษ..บังคับและเนรเทศ ไปยังเมืองเล็กๆ ริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ณ.เมืองรัตนคีรี ทางใต้..นครบอมเบย์..แม้จะมี..ตำหนัก..หลังใหญ่ให้อยู่..แต่เทียบกันไม่ได้เลยกับ..พระราชวังแห่งมัณฑะเลย์..ที่นิราศรัางมา..!
 
พระองค์มีโอรส(2)เสียชีวิต..เหลือธิดา 4 องค์..ธิดาทั้งหมดเติบโต..อย่างโดดเดี่ยว..เดียวดาย..ด้วยฐานันดรศักดิ์..ไม่สามารถไปเรียนรวมกับลูกชาวบ้านได้..ไม่มีรายได้และอาชีพ..ไม่มีโลกภายภายนอกให้รับรู้..แต่ละคน..จึงมีชะตาชีวิต..ที่ขมขื่น..จากการแบก..มงกุฎหนาม..ไว้บนศีรษะ..และมีชีวิตที่..รันทด..คล้ายคลึงกัน..!
 
เริ่มจากคนโต..เจ้าหญิง..เมี้ยะพยาจี..ความใกล้ชิดและไม่มีโอกาสเลือก..พระองค์ตกเป็น..เมีย..ของ..”โคปาน สาวันต์” ชาวอินเดียพื้นเมือง..ผู้ทำหน้าที่..ยามเฝ้าประตูและคนขับรถของตำหนัก..จนมีลูกด้วยกันคือ..เธอ..ตูตู สาวันต์..!
ตามมาด้วย..เจ้าหญิง..เมี้ยะ พยาลัต..น้องสาวคนที่ 2 ตัดสินใจ..หนีตามผู้ชาย คนพม่า..ชื่อ..ขิ่น หมองลัต..ผู้ทำหน้าที่..เสมียนให้พระบิดา..คนทั้งคู่..ตัดสินใจหนีไปใช้ชีวิตที่เมือง ดาร์จีลิง ทางเหนือและไม่กลับมาหา..ครอบครัวอึกเลย.!
 
ความทุกข์ไม่เคยเกิดขึ้นครั้งเดียว..อดีตกษัตริย์..จมอยู่กับภาพหลอนในอดีต..แต่เงินรายปี..ที่ข้าหลวงอังกฤษมอบให้ใช้จ่ายอย่างจำกัด..ไม่เพียงพอ..ต้องนำ..เพชรนิลจินดา..ที่พระนางศุภยาลัต..มีอยู่ออกขายเพื่อ..หล่อเลี้ยงเกียรติยศ..แต่ถูกกดราคา..อย่างมหาโหด..จากพ่อค้า..ชาวอินเดีย!
ชีวิตที่อยู่อย่าง..ไร้ความหวัง..ทำให้พระองค์..ตรอมใจตาย..ในปี 2459 พระชนม์ 58 ชันษา..และรัฐบาลอังกฤษไม่อนุญาตให้นำพระศพกลับพม่า จนถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้น..พระนางศุภยาลัต..กลับมากรุงร่างกุ้ง บวชชี..อุทิศให้..สวามี..ในระยะหนึ่ง..เมื่อสึกมาก็ใช้ชีวิตใน..ห้องแถวเป็นบ้านไม้..ใกล้ๆพระเจดีย์ชเวดากอง โดยข้าหลวงอังกฤษให้เงิน..ยังชีพ..เดือนละ 2.000 รูปี..อีก 10 ต่อมา..พระนาง..สิ้นพระชนม์ในวัย 68 ชันษา !
ฝ่ายเจ้าหญิง เมี้ยะพยาจี..(แม่ของตูตู) หลังแม่ตาย..กลับไปหาสามีที่..เมืองรัตนคีรี.. ปรากฎ..เขามีเมียใหม่(คนอินเดีย) ด้วยกัน..! แต่..เขา..ให้เธอ..อยู่ด้วยในกระท่อม..ที่ดัดแปลงจากโรงรถ..?
ทุกข์..ระกำซ้ำเติม..ครั้งแล้วครั้งเล่า..จนเธอ..ไม่อาจรับได้ไหว..กลายเป็นคนเสียจริต ตีอก..ชกหัว..ตัวเอง..และใครเข้าใกล้..กระท่อม..ที่เธออาศัยอยู่จะถูกขว้างปา..ด่าทอ..มีเพียง..”ตูตู..ลูกสาวคนเดียว..ที่ดูแล..จนวันที่เธอ..ตายจากไป..!
 
หลังแม่ตาย..ตูตู..แต่งงานกับชายชาวอินเดีย..วรรณะผู้ใช้แรงงาน และอพยพมาอยู่ใน..สลัมแห่งนครบอมเบย์..เธอ..มีลูกกับเขา 9 คน..เธอและลูกกลายเป็นคนไร้วรรณะในสังคมฮินดู..แต่..เธอ..เข้มแข็ง..(จากประสพการณ์ชีวิต) ยังชีพ..ด้วยการทำ..กระดาษดอกไม้และงานเย็บผ้าแบบชาววัง..!
ตลอดเวลาที่ผ่านมา..เธอ..เคยร้องเรียน..ถึงรัฐบาลพม่าและอังกฤษ เพื่อขอความช่วยเหลือ..ในฐานะทายาทแห่งราชวงค์..”คองบอง” แต่ด้วยสถานภาพ..ความเป็นลูกผสม..จึงถูกปฏิเสธเรื่อยมา..จนพม่า..ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลเป็นพลเรือน..ในยุคประธานาธิบดี..เต็งเส่ง..จึงยอมรับ..การมีอยู่ของ..สมาชิกราชวงค์..แต่วันนั้น มาถึงช้าเกินไป..เธอ..ไม่มีโอกาสได้รับรู้..เพราะเธอ..จากไปในวัย 93 เมื่อปี 2542 จบสิ้น..การรับรู้..สุขหรือทุกข์ใดๆอีกแล้ว.!!
...นี้คืออีกหนึ่งของฉากชีวิต..ผู้ถือกำเหนิดจาก..ก้อนรัตนชาติ..แล้วผันแปร..เป็น..กรวดเม็ดรัาว..!

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา