19 พ.ค. 2021 เวลา 08:25 • การเมือง
หลักวิชา เรื่อง การถวายคืนพระราชอำนาจ
1. ทำไมจึงต้องถวายคืนพระราชอำนาจอธิปไตย
ที่ถูกคณะราษฎรยึดไปในปี พ.ศ.2475 กลับคืนสู่พระมหากษัตริย์ ในฐานะพระประมุขของประเทศและอำนาจอธิปไตยนี้ ยังอยู่ในรูปของระบอบเผด็จการในระบบรัฐสภาในปัจจุบัน และถูกใช้โดยคณะผู้ปกครอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ตลอดจนพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง ให้กลับคืนสู่พระประมุขของประเทศ หมายถึงพระมหากษัตริย์ เป็นขั้นตอนแรกในเบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 2 พระประมุขของประเทศ ทรงกระทำตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 7 ดังนี้
“…ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิ์ขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร..."
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
อำนาจที่พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชดำรัสนั้นก็คืออำนาจอธิปไตยของปวงชน ซึ่งไม่ใช่อำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ นั้นเป็นอำนาจส่วนพระองค์ในฐานะประมุขของประเทศ ทรงใช้ในการถือดุลของประเทศ ในฐานะทรงเป็นพระประมุขของประเทศ
2. ใครคือผู้ที่จะทำการถวายคืนพระราชอำนาจอธิปไตยของปวงชนกับสู่พระมหากษัตริย์ในฐานะพระประมุขของประเทศ
ผู้ที่จะทำการถวายคืนพระราชอำนาจอธิปไตยของปวงชนกับสู่พระมหากษัตริย์ คือ ประมุขของการปกครองทั้ง 3 อำนาจ ดังนี้
1. อำนาจนิติบัญญัติโดยประธานรัฐสภา
2. อำนาจบริหารโดยนายกรัฐมนตรี และ
3. อำนาจตุลาการโดยประธานศาลฎีกา
ประมุขของการปกครองทั้ง 3 อำนาจนี้จะเป็นผู้ถวายคืนพระราชอำนาจอธิปไตยของปวงชนกลับคืนสู่พระมหากษัตริย์เพื่อที่องค์พระมหากษัตริย์ จะทรงทำตามขั้นตอนของ พระราชปณิธานของ ในหลวงรัชกาลที่ 7 ให้สำเร็จ
3. ผลดีของการถวายคืนพระราชอำนาจอธิปไตยของประชาชน ซึ่งเป็นผลดี เพราะเป็นพระประสงค์และเป็นไปตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และเป็นการเปลี่ยนระบอบเผด็จการในระบบรัฐสภา ให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ สำเร็จตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 7 อย่างบริบูรณ์
4. คณะราษฎรกับระบอบเผด็จการในระบบรัฐสภา
เมื่อคณะราษฎรทำการยึดอำนาจโดยการทำรัฐประหาร รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 แล้ว คณะรัฐบาลในทุกๆรัฐบาล ที่ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของคณะราษฎร ก็ยังไม่มีทีท่าที่จะทำอํานาจอธิปไตยให้เป็นของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตามก็ใช้ระบบรัฐสภาเป็นเครื่องมือในการถืออำนาจอธิปไตย สร้างประโยชน์สำหรับคนกลุ่มน้อยหรือ คนในรัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาเท่านั้นโดยไม่ได้กระทำตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 7 โดยการทำอํานาจอธิปไตยให้เป็นของประชาชน มาตลอดระยะเวลามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2475 ถึงปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ขออัญเชิญพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 7 ดังนี้
" บัดนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าความประสงค์ของข้าพเจ้าที่จะให้ราษฎรมีสิทธิ์ออกเสียงในนโยบายของประเทศโดยแท้จริงไม่เป็นผลสำเร็จและเมื่อข้าพเจ้ารู้สึกว่าบัดนี้เป็นอันหมดหนทางที่ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือหรือให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนได้ต่อไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอสละราชสมบัติและออกจากตำแหน่งพระมหากษัตริย์แต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขอสละสิทธิของข้าพเจ้าทั้งปวง ซึ่งเป็นของข้าพเจ้าในฐานที่เป็นพระมหากษัตริย์ แต่ข้าพเจ้าสงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งปวงอันเป็นของข้าพเจ้าแต่เดิมมาก่อนที่ข้าพเจ้าได้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์…”
ข้อความนี้คือบางส่วนของคำประกาศสละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ในพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 เวลา 13.45 น. ซึ่งเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับพระราชหัตถเลขของพระองค์ไว้ในฐานะผู้แทนรัฐบาล
ไพบูลย์ สถาปนาวิสุทธิ์
ผู้อำนวยการ
สถาบันการศึกษา เพื่อการสร้างประชาธิปไตย
11 พ.ค. 2564
ยังมีต่อ.....
หลักวิชา เรื่อง รัฐบาลเฉพาะกาล ซึ่งเป็นกลไกของรัฐ ที่สามารถขับเคลื่อนประเทศออกจากปัญหาในทุกๆเรื่อง เพื่อมุ่งสู่ประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามลำดับอย่างรุดหน้า
พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงกระทำพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรีอย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ และทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" (ซึ่งในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๙ เมื่อพระองค์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อจากพระบรมเชษฐาธิราชรัชกาลที่ ๘)
พระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดิน
โดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
ประโยคที่ว่า "เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม"
ตามหลักวิชาแล้ว ความหมายของประโยคนี้
" เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม"
หมายถึง การสร้างประชาธิปไตยให้เป็นจริง
ต่อประชาชนทุกๆคน
พระปฐมบรมราชโองการของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
ได้ทรงมีพระราชดำรัสว่า
“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และ
ครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข
แห่งอาณาราษฎรตลอดไป”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐
พระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการทรงงาน
เพื่อจะสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วย
พระเมตตาต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า
ก็เป็นการสร้างประชาธิปไตยให้เป็นจริง
ต่อประชาชนทุกๆคน ตามหลักวิชาที่เป็นจริง
โฆษณา