23 พ.ค. 2021 เวลา 10:08 • ความคิดเห็น
สะกิดใจช่องสตรีมชายหาดพี่บิลลี่เรื่อง suicide prevention ต่อ "เด็ก LGBTQ" จนต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม
ข้อมูลบอกว่า เด็ก LGBTQ มีเรทที่มีการพยายามฆ่าตัวตาย สูงกว่าเด็กที่มีแนวคิดตรงเพศสภาพราว "สามเท่า" (จาก The Suicide Prevention Resource Center)
Billy Herrington ดาราหนังผู้ใหญ่ LGBTQ ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว
Trevor Project หน่วยงานที่ช่องนี้แปะลิงก์บริจาคไว้ บอกว่า การฆ่าตัวตายคือสาเหตุอันดับสองของการตายในเด็ก LGBTQ ส่วนข้อมูลในข้างต้นของ SPRC ทาง Trevor กลับระบุว่าเป็น "ห้าเท่า"
NBC เคยทำแบบสำรวจและรายงานในปีก่อนว่า 40% ของกลุ่มสำรวจมีความพยายามที่จะฆ่าตัวตายในปีที่ผ่านมา (2019)
กลุ่มที่มีความน่าเป็นห่วงทั้ง "เด็กทั่วไปและ LGBTQ (บอกไว้ก่อนว่าการใช้คำว่าทั่วไป ไม่ได้เป็นการแบ่งแยกลักษณะหรือมีนัยยะเหยียด)" จะอยู่ในกลุ่มอายุ 14 หรือ 15 ถึง 24 ปี ซึ่งอัตราที่กลุ่มเด็กเหล่านี้มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย สูงกว่ากลุ่มคนทั่วไปในปัจจุบัน
ส่วนที่เราไปหาเพิ่มตามมา ปัจจัยต่าง ๆ มีตั้งแต่ สภาพแวดล้อมภายในครอบครัว สังคมและสถาบันศึกษา รวมไปถึงการถูกเหยียดในโซเชียล จวบจนกระทั่งเรื่องที่เป็นระดับ general ของภาครัฐแต่หลายคนอาจนึกไม่ถึง คือการบังคับใช้กฎหมาย การวางบริบทของภาครัฐที่มีต่อกลุ่ม LGBTQ
การที่ข่องสตรีมชายหาดพี่บิลลี่ มีกลุ่มคนดูจากประเทศที่มีสังคมในลักษณะที่เอนไปทาง "ต้าน LGBTQ" เช่น โปแลนด์ที่มีอัตราคนนับถือคริสต์สูงสุดในยุโรป, รัสเซียที่มีการบังคับใช้กฎหมายห้าม หรือกระทั่งเยอรมัน ที่ยังมีการเคลื่อนไหวของพวกขวาจัดที่ต้าน LGBTQ อยู่ ทำให้กลุ่มคนบางส่วนในประเทศเหล่านี้ที่เป็น LGBTQ จึงไม่ค่อยที่จะเผยตัวมากนักในสังคมและโซเชียลที่ verify ตัวได้
ปัญหาเรื่องที่ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ต้องมี suicide prevention แก่เด็ก โดยกลุ่มที่ยังเด็กมาก ๆ ส่วนมากมันมาจากปัญหาภายในใจของพวกเขา ถูกมองข้ามจากคนรุ่นเก่าที่ถือคติ "อาบน้ำร้อนมาก่อน" หรือใช้บริบทผิด ๆ ที่มองว่า "กูเคยอยู่ในสังคมที่ลำบากกว่านี้มาแล้วทำไมมึงทนไม่ได้วะ?" ทำให้ปัจจัยที่หลายคนอาจไม่นึกถึงเลยว่าจะส่งผลให้เด็ก ไม่ว่าจะเพศอะไร ก็มีผลที่ทำให้เกิด depression จนสามารถเป็น MD (โรคซึมเศร้า) ได้ เช่น เรื่องการเมือง, การแสดงความเกลียดชังที่ไม่จบสิ้นบนโลกออนไลน์, การแบ่งแยกสถานะทางสังคม, ความไม่สงบในสังคมที่มีการใช้ความรุนแรงจนกระทั่งการกระทบกระทั่งด้วยกำลัง, ความวิตกกังวลในเรื่องอนาคต หรือความสามารถส่วนบุคคล กระทั่งการประเมินตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง
ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าลูกหลานของคุณจะโตไปเป็นคนแบบไหน มีแนวคิดทางเพศแบบใด ก็อยากให้สำรวจถึงการจัดการเรื่อง suicide prevention ต่อเด็ก ๆ ด้วย เพราะบางทีคุณเห็นลูกหลานคุณโพสต์ ทวีตว่าอยากตาย บางทีอาจไม่ใช่แค่การระบายลงโซเชียลเล่น ๆ แต่มันคือการสั่งสมอาการ จนจะนำไปสู่การปฏิบัติจริง
โฆษณา