31 พ.ค. 2021 เวลา 02:00 • การศึกษา
ทำไมวิธีเดียวกัน จึงพัฒนาศักยภาพพนักงานแต่ละคน ได้ไม่เท่ากัน ?
ผู้นำหลายคนอาจจะเคยได้ยินฟีดแบ็กจากลูกทีมว่า
“ทำไมหัวหน้าจู้จี้จุกจิกกับเราจังเลย ?”
“ทำไมหัวหน้าถึงไม่ค่อยใส่ใจเราเลย ?”
สรุปแล้วการเป็นหัวหน้าที่ดี ควรต้องทำตัวแบบไหนกันแน่ ?
เรื่องนี้สามารถตอบได้ด้วยแนวคิดการเป็นผู้นำแบบ SLII หรือ การเป็นผู้นำผู้รับใช้
ซึ่งเป็นแนวคิดของ Ken Blanchard กูรูในด้านการพัฒนาทักษะของผู้นำโดยเฉพาะ
และยังเสนอแนวคิดที่สามารถเข้าใจได้ง่ายสำหรับผู้นำเพื่อนำกลับไปประยุกต์ใช้กับทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2
Ken Blanchard ได้อธิบายว่า ลูกน้องแต่ละคน ต้องการสนับสนุนจากหัวหน้าแตกต่างกัน
บางคนต้องการให้หัวหน้าใส่ใจ สอนงานอย่างละเอียด
บางคนต้องการคิดงานด้วยความสามารถของตัวเองและอาจจะเรียกหาหัวหน้าเมื่อต้องการการสนับสนุน
1
ดังนั้นการจะเป็นหัวหน้าที่ดีหรือเหมาะสม อาจจะไม่ใช่การสอนลูกทีมด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
แต่ต้องดูตามสถานการณ์และเข้าใจลูกทีมแต่ละคนอย่างแท้จริงว่าในแต่ละช่วงเวลา ลูกทีมคนนั้น ๆ มีความ ต้องการการสนับสนุนจากหัวหน้าในรูปแบบไหน
1
ซึ่งรูปแบบการสนับสนุนจากหัวหน้า มักจะขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 ประการคือ
“ระดับความสามารถของลูกทีม” (Competence) และ “ระดับความมุ่งมั่นของลูกทีม” (Commitment)
โดยทั้งสองระดับนี้ เรียกรวมกันว่า “ระดับพัฒนาการ” (Development levels)
1
ลูกทีมแต่ละคนมีความสามารถและระดับความมุ่งมั่น หรือที่เราเรียกว่า “ระดับพัฒนาการ” แตกต่างกันไปตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นหน้าที่ของหัวหน้าคือ จะต้องคอยดูว่าจะปรับเปลี่ยนสไตล์การเป็นผู้นำของตนเองเพื่อให้การสนับสนุนลูกทีมตามระดับพัฒนาการของพวกเขาได้อย่างไร เพื่อให้เค้าได้ในสิ่งที่ต้องการ ในเวลาที่ต้องการเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน
2
โดย Ken Blanchard ได้แบ่งระดับพัฒนาการของพนักงานออกเป็น 4 ระดับในแต่ละเป้าหมายดังนี้
D1: มีความสามารถน้อย มีความมุ่งมั่นมาก
D2: มีความสามารถน้อยถึงมีบ้าง มีความมุ่งมั่นน้อย
D3: ความสามารถระดับปานกลางถึงมาก มีความมุ่งมั่นแปรปรวน (บางช่วงมุ่งมั่นมาก บางช่วงมุ่งมั่นน้อย)
D4: มีความสามารถมาก มีความมุ่งมั่นมาก
 
และนี่คือตัวอย่างของวิธีการสนับสนุนพนักงานในแต่ละระดับพัฒนาการจาก D1-D4
 
D1: เน้นการชี้แนะ ให้คำแนะนำ แต่ในส่วนของการสนับสนุนในด้านการถามให้คิดด้วยตัวเองหรือการให้กำลังใจยังไม่ต้องมุ่งเน้นมากนัก เพราะตอนนี้เขาต้องการคนแนะนำทิศทางในการทำงานที่ถูกต้อง และเค้ามีความมุ่งมั่นมากอยู่แล้ว
3
D2: เน้นการให้คำแนะนำ และให้การสนับสนุนเป็นสัดส่วนที่มากเท่าๆ กัน
เพราะเมื่อทำงานมาสักระยะ คนกลุ่มนี้จะเริ่มพบอุปสรรคและอาจจะเกิดความท้อแท้ได้ง่าย เนื่องจากเขายังขาดความสามารถในการทำงานให้สำเร็จ จึงมีผลทำให้ความมุ่งมั่นลดน้อยลงจากตอนแรก
หัวหน้าจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ใจคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษด้วยการให้คำแนะนำขณะเดียวกันก็ให้กำลังใจ เพื่อไม่ให้เขาล้มเลิกและเห็นหนทางในการทำงานต่อให้สำเร็จ
 
D3: เน้นการให้คำแนะนำน้อย แต่ให้การสนับสนุนมาก
พนักงานกลุ่มนี้อาจจะมีความรู้และทักษะมากมาย ทั้งการขาย การวิเคราะห์ เขาสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองและทำสำเร็จมาแล้ว เขาไม่ได้ต้องการการดูแลที่มากเกิน แต่หัวหน้าควรเข้าไปดูแล หรือสอบถามเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น หรือ ค้นหาว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับคนกลุ่มนี้ในช่วงเวลาที่เขาไม่มั่นใจหรือหมดไฟ
 
D4: เน้นการให้คำแนะนำน้อย และให้การสนับสนุนที่น้อย
พนักงานกลุ่มนี้ หัวหน้าสามารถให้โอกาสเขาคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง
พนักงานกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความสามารถ ต้องการพัฒนาตัวเอง และชอบความท้าทายใหม่ๆ
3
ดังนั้นการ Micromanage หรือ การที่หัวหน้าลงมาจุกจิกและกำหนดทุกขั้นตอนการทำงาน
เป็นสิ่งที่พนักงานกลุ่มนี้ไม่ชอบ เพราะเขารู้วิธีการทำงานและสามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้ว สิ่งที่หัวหน้าควรทำคือให้อิสระกับเขาในการทำงานและอาจมอบหมายหน้าที่ใหม่ ๆ ที่สำคัญให้เขาได้ทำ
 
ซึ่งในแต่ละองค์กรย่อมมีพนักงานที่อยู่ในระดับพัฒนาการที่แตกต่างกันในแต่ละเป้าหมาย และในแต่ละช่วงเวลา หัวหน้าจึงต้องรู้จักสังเกตและรู้แล้วว่าลูกทีมแต่ละคนอยู่ที่ระดับพัฒนาการไหนในเป้าหมายนั้น ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนสไตล์การเป็นผู้นำของตน ในแบบที่ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมพนักงานให้มีพัฒนาการไปจนถึงจุดที่เขาสามารถลุกขึ้นมาดูแลตัวเองและพัฒนาคนอื่นต่อได้
1
และเพื่อให้พนักงานรู้สึกเป็นคนสำคัญ มีส่วนร่วมและได้รับความใส่ใจและไว้วางใจ การทำเช่นนี้จะทำให้ทีมงานเกิดความมุ่งมั่นและทำงานด้วยใจเพื่อเป้าหมายขององค์กร และยังช่วยลดความขัดแย้งในองค์กรให้ลดน้อยลงได้ด้วย
เมื่อพนักงานได้รับการสนับสนุนในสิ่งที่เขาต้องการจากหัวหน้า ในเวลาที่เขาต้องการ องค์กรก็จะสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะพนักงานรู้ว่าต้องทำอะไร และทำอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายมา
 
และทาง SEAC ก็ได้นำเนื้อหาของ Ken Blanchard มาพัฒนาเป็นหลักสูตรภายใต้ชื่อว่า “ผู้นำ SLII”
ซึ่งยังมีเครื่องมือสำคัญของการเป็น Leadership อีกมากมายที่ผู้นำยุคนี้ต้องเรียนรู้และฝึกฝนจนชำนาญ
2
สนใจหลักสูตร BLANCHARD LEADERSHIP
สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://bit.ly/3unh7io
#SEAC #lifelonglearning #YourNextU #essentialskills #upskill #reskill #ทักษะแห่งอนาคต #transformation #mindset #nownormal #SelfLeadership #KenBlanchard #HR #SLII
#SEAC THE RIGHT MINDSETS, SKILLSETS, AND TOOLSETS FOR YOUR TRANSFORMATION.
โฆษณา