28 พ.ค. 2021 เวลา 11:37 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
Army of the Dead (2021) : 15 นาทีแรกมี Potential ที่ดี แต่สุดท้ายก็ทยอยพังพินาศไปในที่สุด
สารภาพก่อนว่าเราเป็นหนึ่งในแฟนหนังของตา Zack Snyder ตั้งแต่ Watchmen แล้ว แล้วก็โคตรชอบดู Dawn of the Dead ที่เฮียแกกำกับมาก คือสไตล์การทำหนังของแกสำหรับเรา ไม่ว่าหนังจะแย่ สไตล์จะจัดจนเละ หรือบทจะห่วยยังไง สิ่งหนึ่งที่คนไม่เคยด่าหนังแก(รวมทั้งเราด้วย) ก็คือในเรื่องของฉากแอ๊คชั่น ซึ่งสำหรับ Army of The Dead ถ้าไม่นับช่วง 15 นาทีแรก และอีกฉากช่วงต้นเรื่องที่เริ่มเข้าเมือง Las Vegas ก็บอกได้เลยว่าสำหรับเราครั้งนี้ตาแซ็คสอบตกอย่างสิ้นเชิง
Army of the Dead (2021)
ฉากแอ๊คชั่นสอบตกยังไงสำหรับเรา นี่คือสิ่งที่เราเห็นได้ชัดในช่วงท้ายว่ามันไม่ตื่นเต้น Zack พยายามใช้สูตรเดิมแบบที่แกเคยทำกับหนังหลาย ๆ เรื่องก่อนหน้า ซึ่งก็คือเน้นการปูเนื้อเรื่อง พร้อมฉากแอ๊คชั่นเล็ก ๆ พอหอมปากหอมคอไปก่อน แล้วไปอัดแอ็คชั่นหนัก ๆ ในช่วง 40 หรือ 30 นาทีสุดท้าย ซึ่งสำหรับเรา เราคิดว่ามันควรที่จะต้องเวิร์ค ถ้ามันจัดหนักพอ แต่นี่มันดันไม่ได้โชว์อะไร นอกจากสกิลการยิง ๆ ของตัวเอก ในสถานการณ์ที่กดดันไม่พอ เราไม่ได้เห็นการพลิกแพลง การแก้สถานการณ์ที่ดูมีแบบแผนจากทีมตัวเอกเลย ทั้งที่เป็นบรรดาทหารเดนตาย ซึ่งสิ่งได้เห็นมันคือการฝ่าดาหน้าไปประชันซอมบี้อย่างเดียว แทบไม่ได้เห็นความสร้างสรรค์ในฉากแอ๊คชั่นอะไรเลย ตลอดในช่วงท้าย แม้ฉากแอ๊คชั่น จะเน้นรูปแบบ Tactical ก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้เห็น Tactic หรือความพริ้วใน Combat ที่สมจริง และสวยงามแบบของหนังอย่าง John Wick อะไรทำนองนั้น (ยกเว้นไอฉากที่เข้าไปในเมืองช่วงแรก)
ฉากแอ๊คชั่นที่ไม่ได้รู้สึกว้าว หรือพีคแบบเรื่องอื่นๆ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หนังมันพังพินาศสำหรับเราก็คือบท แม้บทจะดูมี Potential ที่ดี ในการนำมาพัฒนา หรือต่อยอดไปอีกในหลาย ๆ จุด แต่สารภาพตามตรงว่ามันแทบไม่ลงไปเจาะลึกถึงแก่นในส่วนใด ส่วนหนึ่งเลย ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทการปล้น ที่ก็ดูผิวเผิน ไม่ได้ดูหวือหวาอะไรแบบหนังปล้นเหนือเมฆ หรือพาร์ทดราม่าพ่อลูก ก็กลับกลายเป็นความน่ารำคาญ จากความไม่สมเหตุสมผลทางความคิดของตัวละครในหลายครั้ง หรือจะเป็นพาร์ทส่องสันดานดิบมนุษย์ ที่ก็เห็นได้ชัดแค่ในตัวละคร 2-3 ตัวแค่นั้น หรือจะเป็นพาร์ทประเด็นเรื่องชนชั้นที่เกิดขึ้นนอกเขตกักกัน ก็เบาบางผิวเผินมาก ๆ โดยทั้งเรื่องน่าจะมีพูดถึงรวม ๆ ไม่ถึง 10 นาทีด้วยมั้ง หรือจะเป็นการโฟกัสที่พาร์ทอาณาจักร Zombie และ Alpha Zombie ที่ถ้าไม่ดูพวกคลิป Easter Egg หรือ ตั้งข้อสังเกต ก็คือไม่ได้ลงลึก หรือเห็นอะไรไปมากกว่า Trailer เท่าที่ควร ซึ่งแน่นอน จากที่ว่ามาทั้งหมด ปัญหาชัด ๆ ในเรื่องของบทนั้น ก็คือการพยายามอยากจะเป็นหลาย ๆ อย่างมากจนเกินข้อจำกัดที่มันมีนั่นเอง
Queen หนึ่งในตัวอย่างของ Alpha Zombie
พูดถึงจุดไม่สมเหตุสมผลมาแล้ว ก็ขอบ่นอีกนิดนึงในพาร์ทนี้ คือหนังเรื่องนี้ มันมีจุดไม่สมเหตุสมผลเยอะมาก โดยเฉพาะถ้าเทียบกับหนังซอมบี้เรื่องอื่น ๆ ด้วยกัน ซึ่งปกติ ถ้าเราตอบในฐานะแฟนหนังของ Zack Snyder เราจะพบอะไรแบบนี้บ่อยในหลาย ๆ เรื่องแหละ แต่คือด้วยความที่เรื่องอื่นมันมันส์มาก ๆ มันจึงทำให้เราพอลืมที่จะคิด หรือหยวน ๆ ไป และ Enjoy ไปกับฉากแอ๊คชั่นเดือด ๆ มันส์ ๆ ในช่วงท้ายได้ แต่กับเรื่องนี้ เมื่อแอ๊คชั่นมาแบกไม่ไหว มันจึงทำให้เรามีเวลาจับผิด นั่งคิด หรือหาประเด็นติเตียนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะจุดที่ไม่สมเหตุสมผลที่ดูพยายามจะทำให้เป็นเหตุผลในการดำเนินเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป (ซึ่งก็เกิดขึ้นมาแล้วกับ BvS ในฉาก Save Martha)
หลายฉากที่ไม่สมเหตุสมผล ส่วนตัวเรามองว่ามาจากตัวละครของ Kate เป็นหลักด้วย
อีกอย่างที่อดว่าไม่ได้ คือเรื่อง “เลนส์” ไอเลนส์ที่โฆษณานักหนาว่าภาพจะสวย จะมีความโดดเด่น และเฮีย Zack สั่งมาเองในราคาราคาแพง คือโอเค ในจังหวะ Close Up มันสวย มันละลายจริงนะ แต่นี่คือหนังซอมบี้ในสเกลกว้าง และมีฉากแอ๊คชั่นที่ต้องเน้นในการถ่ายแบบ Medium Shot เป็นหลัก มันจึงเป็นปัญหาภาพเบลอในฉากแอ๊คชั่น ซึ่งภาพที่ได้ มันเหมือนเวลาเราดูภาพถ่ายกล้องฟิล์มที่เน้นการถ่ายแบบโฟกัสไม่เข้า เป็นสไตล์อาร์ต ๆ ที่ช่างภาพหลาย ๆ คนชอบถ่าย (รวมถึงคนถ่ายภาพกล้องฟิล์มมือใหม่ ที่อาจยังคุมโฟกัสไม่นิ่ง) แต่ที่ว่ามา มันคือหนัง มันไม่ใช่ภาพจากกล้องฟิล์ม และสุดท้าย มันไม่รู้เรื่อง มันดูมั่วซั่ว ซึ่งสิ่งที่เราควรจะได้เห็น ได้โฟกัส ได้เสาะหา มันทำไม่ได้... และสุดท้ายกลับกลายเป็นเราต้องโฟกัสไปกับสิ่งที่อยู่ในภาพโดยรวม ที่ก็ไม่รู้ว่าจุดไหนคือจุดสำคัญอีก
เฮีย Zack Snyder กับการกลับมากำกับภาพเองอีกครั้ง
ด่ามาเยอะแล้ว จริง ๆ ข้อดีที่เราชอบมันก็มี หนึ่งในสิ่งที่เราชอบก็คือการเขียนลักษณะของ Character สำหรับตัวละครในทีมแต่ละตัวที่ชัดเจน (ซึ่งเราบอกก็นะว่าแค่เขียนมาชัด แต่ไม่ได้หมายความว่าถูกพัฒนาให้เห็นได้ชัดเจน) ซึ่งทั้งหมดนี้ เราอาจไม่ค่อยได้เห็นจากหนังซอมบี้่เรื่องอื่น ที่ส่วนใหญ่จะโฟกัสไปที่คนธรรมดาที่ต้องเอาชีวิตเราในสถานการณ์ซอมบี้ระบาด แต่ในเรื่องนี้เราจะได้เห็นแบบชัดกว่าเรื่องอื่นหน่อยตรงที่ว่า แต่ละตัวมีจุดเด่นในด้านอะไร หรือ มี Skills ที่ต่างกันยังไง ซึ่งโอเคอาจจะไม่ใช่ทุกตัวละคร แต่มันก็น่าสนใจ และให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมส์ ที่มีตัวละคร แบบ Skills ต่างกันให้เราเลือกเล่น (รวมไปถึงฝั่งซอมบี้ด้วย) โดยจากความเห็นส่วนตัว มันอาจเป็นอานิสงส์จากตัวเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับทหารรับจ้าง และ Alpha Zombie เป็นหลักด้วยแหละ จึงทำให้สามารถเพิ่มในส่วนนี้เข้าไปได้ ซึ่งก็แอบเสียดายว่าถ้าพัฒนาให้ชัดกว่านี้ เด่นกว่านี้ และมีมิติมากกว่านี้ มันจะกลายเป็นส่วนที่น่าสนใจมากสำหรับคอหนังซอมบี้หลาย ๆ คน รวมถึงทำให้ตัวละครทุกตัวดูมีความสำคัญจริง ๆ มากขึ้นไปอีก
เหล่าโฉมหน้าสมาชิกทีมบางส่วน
อีกหนึ่งข้อดีที่ไม่ขยายความไม่ได้ ก็คือ Montage รูปแบบ MV ในช่วง 15 นาทีแรกของเรื่อง ที่ได้สรุปเหตุการณ์ของเรื่องราวที่เกิดขึ้นเอาไว้ให้ ซึ่งต้องยอมรับว่านี่คือหนึ่งในลายเซ็นที่แข็งแรงที่สุดของ Zack เพราะจะเห็นได้ว่า Zack แกถนัดในการใช้วิธีนี้เพื่อสะกดคนดูอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Dawn of the Dead, Watchmen, หรือ Sucker Punch ที่ทำออกมาให้น่าสนใจ และเข้าใจได้ง่าย ไปพร้อมกับจังหวะเพลิน ๆ ของเพลงที่ถูกใส่มาได้ถูกจังหวะพอดี ซึ่งใน Army of the Dead เอาจริง ๆ ในการใช้ Method นี้ ก็ถือว่ายังคงแข็งแรง และทำออกมาได้น่าสนใจได้เป็นอย่างดี แถมยังมีการแบ่งผ่อนจังหวะของเพลงไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามไทม์ไลน์ของ Montage ช่วงต้นเรื่องอีกด้วย
ซีนสุดน่าจดจำจาก Montage ช่วงเปิดเรื่อง
โดยรวม Army of the Dead เป็นหนึ่งในหนังที่มีความน่าสนใจในแทบทุกส่วน มี Potential ที่จะก้าวไปเป็นหนังซอมบี้ที่ยอดเยี่ยมได้ในหลายรูปแบบ แต่ก็ดันมาตกม้าตายเพราะความอยากจะเป็นนู่นนี่ ที่เยอะจนเกินตัวของตัวเอง แถมมาตรฐานต่าง ๆ ที่ ผกก. เคยทำได้ก็ดันตกลงไปอีก มันเลยทำให้หนังฟอร์มยักษ์ที่หลายคน รวมถึงตัวเราเองเฝ้ารอ และคาดหวัง กลายเป็นหนังซอมบี้ธรรมดา ๆ ที่มีดีแค่ไอเดีย แต่ไม่ได้มีอะไรสดใหม่ หรือดีไปกว่าหนังซอมบี้หลายเรื่องตามท้องตลาด และแน่นอนว่าเราผิดหวังก็ผิดหวังมาก ๆ กับหนังเรื่องนี้ รวมถึงนี่คงเป็นหนังของ Zack Snyder เรื่องแรกที่เราพูดได้เต็มปากว่าเราไม่ชอบเอาเสียเลย
ปล. แต่ถามว่าถ้าภาคต่อมาจะดูไหม๊ ก็ตอบได้เลยไม่พลาดแน่นอน เพราะเฮียแกเล่นหยอดนู่นนี่ไว้เพียบเลยหนินะ จะไม่ตามต่อก็แอบเสียดายอยู่
#imsarnreview
โฆษณา