29 พ.ค. 2021 เวลา 06:53 • ไลฟ์สไตล์
“ความรักและผูกพัน-ครอบครัว” ฝรั่ง VS ไทย
ครอบครัวฝรั่งไม่ค่อยมีความอบอุ่น ไม่ค่อยแสดงความรักให้กัน ความผูกพันกันก็ไม่ค่อยมี แถมยังต่างคนต่างอยู่อีก😱 หากคุณเคยได้ยินคำบอกเล่าเกี่ยวกับฝรั่งเหล่านี้ แล้วสงสัยว่าความจริงเป็นอย่างไร มานั่งจับเข่าคุยกันให้เห็นชัดๆ กับ วัฒนธรรมไทย VS ฝรั่ง กันจ้า
สำหรับท่านที่พึ่งได้ฟังเรื่องเล่าของเราครั้งแรก เราเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศสวีเดน
สำหรับท่านที่เคยฟังเรื่องเล่าของเราก่อนหน้านี้ เรื่องเล่าของเราส่วนใหญ่จะหนักๆกัน😲 (ไหม?) วันนี้เรามาผ่อนคลาย พูดคุยอะไรที่เกี่ยวกับความรักและความอบอุ่นกันบ้างดีกว่าจ้า 😍
ก่อนที่เราจะย้ายมาอยู่ที่สวีเดน เราอยู่ที่ในเมืองเชียงใหม่ แต่พอกับบ้านที่อยู่นอกเมือง เราก็จะพักอาศัยอยู่ที่บ้านของแม่
ครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่ เราอยู่รวมกันพี่น้องและหลานๆ มันมีทั้งความอบอุ่นและวุ่นวายบ้างบางครั้ง
ก่อนมาสวีเดนเราก็เคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับครอบครัวของฝรั่ง พวกเขาไม่ค่อยมีความผูกพันกันบ้าง โนนนี่นั้นบ้าง
แต่พอเราได้มาอยู่ที่สวีเดนเราจึงถึงบางอ้อ.. อ้อ...อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง เอาละเข้ามาใกล้นะ เราจะเม้าท์ให้ฟัง😅
เราคิดว่าความเชื่อที่ว่านี้ เกิดจากวัฒนธรรมของเราและของเขาหลายๆวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อย่าง...
การเลี้ยงดูพ่อแม่ - บ้ า น เ ร า – บ้ า น เ ข า -
นี่เป็นวัฒนธรรมที่สวยงามของคนไทยที่มีต่อบุพการี ดังจะเห็นได้ว่าเด็กไทยจำนวนมาก มีความมุงมั่นที่จะเลี้ยงดูและตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ยามเมื่อท่านแก่ชรา
ที่สวีเดนไม่มีวัฒนธรรมใดๆที่จะปลูกฝังหรือสอนให้เด็กต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เด็กๆมีหน้าที่เติบโตเป็นตัวของตัวเอง และรับผิดชอบดูแลตัวเองรวมถึงครอบครัวของตัวเองในอนาคต ให้ดีที่สุด
1
การเป็นครอบครัวใหญ่ - บ้ า น เ ร า – บ้ า น เ ข า
เราไม่แน่ใจว่าวัฒนธรรมครอบครัวของไทยแต่ละภาค แต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร แต่เดาว่าส่วนใหญ่จะไม่มีใครทิ้งพ่อแม่ยามแก่เฒ่า
1
อาจจะมีลูกบางคนที่แยกครอบครัวหรือบางคนไปทำงานพื้นที่อื่น แต่อย่างน้อยจะต้องมีลูกสักคนคอยดูแลพ่อแม่ที่บ้าน และบางบ้านก็อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่
ที่สวีเดนนั้นพวกเขาจะแยกกันอยู่ วัยรุ่นส่วนใหญ่ที่อายุประมาณ 18 ปี เริ่มมีแนวคิดอยากย้ายออกจากบ้าน
ดังนั้นพ่อแม่ชาวสวีดีสจะดูแลตัวเองรวมถึงเมื่อยามแก่ชรา และเมื่อพวกเขาแก่ชรามากๆจนดูแลตัวเองไม่ได้ พวกเขาก็จะไปอยู่บ้านพักคนชรา
ความมีน้ำใจ - บ้ า น เ ร า – บ้ า น เ ข า –
ความมีน้ำใจนั้นเป็นเสน่ห์ของคนไทยอย่างหนึ่ง โดย ส่วนใหญ่ หรือ บ่อยครั้ง คนไทยมักจะคิดถึงความรู้สึกของฝั่งตัวเอง
เช่น นี่คือสิ่งที่เราเชื่อว่าดี เป็นสิ่งที่เราอยากจะมอบให้ผู้รับจากใจ และเชื่อว่ามันจะต้องดีต่อผู้รับแน่ๆ ประมาณว่า “มันดีมากเลย รับไปรับไป รับไปน่า ไม่ต้องเกรงใจ”
ฝั่งสวีเดน พวกเขาเน้นที่การเคารพในสิทธิ์ของกันและกัน และการรับฟังกันและกัน ส่วนใหญ่พวกเขาจะนึกถึงความรู้สึกของทั้งสองฝั่ง
1
เช่น นี่คือสิ่งที่เขาเชื่อว่าดี เป็นสิ่งที่เขาอยากจะมอบให้ผู้รับจากใจ และเชื่อว่ามันจะต้องดีต่อผู้รับแน่ๆ แต่ผู้รับอาจจะไม่คิดอย่างที่เขาคิด
ประมาณว่า “ฉันคิดว่าสิ่งนี่น่าจะเหมาะดีกับเธอ แต่ถ้าเธอไม่ต้องการก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องรับไปก็ได้” และถ้าผู้รับปฏิเสธเขาก็เข้าใจ
ถ้าคนไทยพูดกับคนไทยสไตล์ฝรั่งก็อาจจะถูกมองว่าไม่เต็มใจให้ เราไม่ได้หมายถึงทุกคนนะแต่เดาว่าส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะนี้
1
ส่วนถ้าคนไทยใช้สไตล์ไทยกับฝรั่ง แรกๆฝรั่งอาจจะมองว่ามีน้ำใจ แต่ถ้าเขาปฏิเสธและเราไม่ฟัง มากๆเข้า เขาก็จะรู้สึกอึดอัด
ถ้ามองในความสัมพันครอบครัว บ้านเราก็จะมีน้ำใจช่วยกัน และอาจจะมองว่าฝรั่งไม่มีน้ำใจให้กัน แต่สำหรับฝรั่งเค้ากับคิดว่าเขาฟังและเคารพในสิทธิ์ของกันและกัน
ชอบช่วยเหลือ - บ้ า น เ ร า – บ้ า น เ ข า –
นอกจากจะมีน้ำใจแล้วคนไทยเรายังชอบช่วยเหลือ มันเป็นวัฒนธรรมที่สวยงามของคนไทย
ถ้ามองในสถาบันครอบครัวเราก็จะช่วยเหลือกันไม่ว่าจะ พ่อแม่ช่วยลูก ลูกช่วยพ่อแม่ หรือ พี่น้องกันช่วยเหลือกันและกัน
ฝั่งสวีเดน วัฒนธรรมของสวีเดนนั้นคือการพึ่งตัวเอง พวกเขาจะพยายามพึ่งตัวเองให้มากที่สุด เพื่อที่จะรบกวนผู้อื่นให้น้อยที่สุด และมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจในตัวเอง
ตัวอย่างเด็กหกล้ม คนไทยเราส่วนใหญ่เรามักจะรีบไปช่วยเลย แต่ชาวสวีดีสพวกเขาจะถามห่างๆ อย่างหว่งๆ ว่า “เป็นยังไงบ้าง มีอะไรให้ช่วยไหม หรือ ต้องการให้ช่วยไหม”
เหมือนการใส่บาตรถามพระ (ไหม?) แต่สำหรับชาวสวีดีส พวกเขาคิดว่านี่เป็นการรับฟังความต้องการของเด็กว่าเด็กอยากให้ช่วยหรือไม่ ทั้งยังฝึกให้เด็กพยายามช่วยเหลือตัวเอง มันจะช่วยให้เด็กรู้สึกภูมิใจในตัวเอง เมื่อเขาสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้เอง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเกิดเหตุที่อันตรายมากๆ ก็คงไม่มีใครที่จะรีรอ หรือต้องถามก่อนว่า จะให้ไหม😅
ความเป็นส่วนตัวสูง - บ้ า น เ ร า – บ้ า น เ ข า –
คนไทยเราส่วนใหญ่ทั้งในสถาบันครอบครัวและกับเพื่อนฝูง เรามักจะมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน
1
ส่วนชาวสวีดีสส่วนใหญ่นั้น แม้จะใกล้ชิดสนิทสนมกันในครอบครัวและกับเพื่อนฝูง แต่เมื่อพวกเขาอยู่กับตัวเองพวกเขาก็จะมีแต่โลกของตัวเอง
จะพูดอย่างไงดี เพราะคนไทยเราที่มีโลกส่วนตัวสูงก็มีไม่น้อย เรียกว่าชาวสวีดีสมีขอบเขตของความเป็นส่วนตัวค่อนข้างชัดเจนดีกว่า 🤔
เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ - บ้ า น เ ร า – บ้ า น เ ข า –
บ้านเราดังที่รู้กันว่ามีเงินเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ แต่เราเดาว่าผู้สูงอายุจำนวนน้อยคนที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินจำนวนนั้น หากไม่มีลูกหลานคอยช่วยดูแล
เงินเกษียณของชาวสวีดีสจะได้รับมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภาษีที่เขาเสียไว้ตอนวัยทำงาน และส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะวางแผนการเงินไว้ตั้งแต่ยังหนุ่ม ว่าพวกเขาจะมีเงินไว้ใช้ยามชราเท่าไหร่
2
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีชาวสวีดีสจำนวนหนึ่งที่คิดว่าตนได้เบี้ยคนชราน้อย แต่พวกเขาก็พอที่จะมีชีวิตที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับเบี้ยผู้สูงอายุบ้านเรา
นี่ก็เป็นอีกเหตผลหนึ่งที่ลูกๆ ที่นี่ ไม่มีภาระที่ต้องเป็นห่วงพ่อแม่ และทำให้ดูเหมือนพวกเขาห่างเหินกันไม่ช่วยเหลือกัน
- ผ ล ที่ ไ ด้ -
ไทยมองฝรั่ง – จะเห็นว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมของเราและของเขานั้นค่อนข้างชัดเจน นี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมในสายตาคนไทยจึงคิดและมองว่าครอบครัวฝรั่งนั้นไม่ค่อยจะใกล้ชิด ไม่มีความอบอุ่น ไม่มีความผูกพันต่อกัน
1
ฝรั่งมองฝรั่ง – ในมุมของฝรั่งที่มองตัวเอง พวกเขาส่วนใหญ่ไม่คิดว่าครอบครัวตัวเองขาดความรัก ไม่มีความอบอุ่นหรือไม่ผูกพันกัน แต่มันเป็นความรักและความผูกพันในสไตล์ของพวกเขาที่พวกเขาพอใจกับมัน
ฝรั่งมองไทย – ชาวสวีดีสส่วนใหญ่ค่อนข้างระวังเรื่องการตัดสินผู้อื่น พวกเขาจะพยายามเลี่ยงที่จะตัดสินสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่พวกเขาเป็นหรือมี ในมุมลบหรือไม่ดี
พวกเขาจะพยายามเข้าใจความต่างนั้น โดยมักจะพูดว่า มันแปลกไป หรือมันต่างไป ถ้าเป็นความต่างด้านบวกมักจะใช้คำว่ามันพิเศษไป เช่น เขาต่างจากคนอื่น หรือ เขาเป็นคนพิเศษในเรื่องนี้
1
เราเคยคุยกับชาวสวีดีสหลายคน พวกเขาบอกว่าลักษณะครอบครัวแบบไทยนั้นอบอุ่น ใกล้ชิดกัน ช่วยเหลือกัน ทั้งที่เรารู้ว่าความจริงแล้วพวกเขาชอบความมีอิสระที่ได้อยู่กันเองมากกว่า
มันไม่ใช่การโกหก แต่พวกเขาพยายามเข้าใจว่าคนไทยรู้สึกอย่างไร เพราะจริงๆแล้วในอดีตเมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา😮 ชาวสวีดีสสมัยนั้นก็เคยอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวใหญ่มาก่อน
และนี่คือความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่เราเชื่อว่าทำให้คนไทยมองและเข้าใจ (ผิด) ว่าครอบครัวของฝรั่งไม่มีความรัก ความอบอุ่น และความผูกพัน ความเหมือนที่ต่างความต่างที่เหมือน รักเหมือนกันแต่ในสไตล์ที่ต่างกัน
1
ในสายตาเรา เราคิดว่าความรักเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เพียงแต่จะแสดงออกแบบไหน
เราคิดว่าแม้ชาวสวีดีสจะรักกันแบบมีระยะ แต่พวกเขามีวัฒนธรรมการแสดงออกเรื่องความรักอย่างการกอด ซึ่งใกล้ชิดกันกว่าวัฒนธรรมที่สวยงามอย่างการไหว้ของไทย
1
การหอมแก้มหรือจูบกันเบาๆ สำหรับคู่รัก (บางที่ก็ใช้กับเพื่อนและคนในครอบครัว) เป็นการแสดงความรักที่พวกเขามองว่าน่ารัก อบอุ่นและเป็นเรื่องธรรมดาที่จะแสดงได้ทั่วไป
แต่อย่างไรก็ตามเดี๋ยวนี้คนไทยเราก็แสดงความรักด้วยการกอดและหอมกันมากขึ้น❤️❤️
มีหลายเรื่องในรายละเอียดที่เราเก็บไว้ค่อยคุยกันในตอนต่อๆๆไป อย่างเช่น การที่วัยรุ่นย้ายหรือแยกออกจากบ้านไปอยู่เอง เหมือนหรือต่างกันอย่างไรกับการที่เด็กไทยไปอยู่หอ พวกเขามีวัตถุประสงค์อะไรในนั้น ทั้งตัววัยรุ่นเองและพ่อแม่คิดกันอย่างไร
ความรักของ พ่อ แม่ ลูกที่นี่ รักกันในแบบไหน ทำไมถึงบ่อยให้พ่อแม่ไปอยู่บ้านคนชรา ทำไมไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ และพวกเขาคิดกันอย่างไร โดยเฉพาะพ่อแม่รู้สึกอย่างไรที่บ้านพักคนชรา
ไม่มีที่ไหนที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือความจริงที่ยังคงเป็นความจริง ยังมีเรื่องราวหลากหลายมุมมองของความต่างที่เหมือนความเหมือนที่ต่าง ฝรั่ง VS ไทย
สำหรับวันนี้ ต้องขอบคุณทุกท่านที่อยู่คุยเป็นเพื่อนกันจนมาถึงตรงนี้ และตอนนี้สามารถติดตามเราได้ทางเฟสบุ๊คแล้ว ถ้าใครสนใจก็แว๊ปตามกันได้ตามลิ้งค์ สำหรับวันนี้ไปก่อนเด้อจ้า บาย บาย🤗🤗
🔹ดูเรื่องเล่าตอนอื่นใน blockdit : https://www.blockdit.com/alex_andra
ปล.
🔹 นี่เป็นเพียงประสบการและการวิเคราะห์ของเราเอง ไม่สามารถตัดสินได้ว่าท่านอื่นจะคิดและมองสวีเดนเช่นเดียวกับเรา
🔹 ฝรั่งแต่ละประเทศอาจจะมีวัฒนธรรมครอบครัวที่แตกต่างกัน
โฆษณา