มีบัญชีอยู่แล้ว?
'Eddie the Eagle' หนังสูตรดูสนุก
ที่นำเค้าโครงเรื่องมาจากชีวิตจริงของนักกีฬาโนเนมชาวอังกฤษ
ผู้มุ่งมั่นทุกๆ ทางที่จะทำตามความฝัน เพื่อให้ได้เข้าร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก
จนในที่สุด เขาได้รับสมญาว่า
'Britain's most lovable ski jumper'
( นักสกีกระโดดไกล ผู้เป็นที่รักที่สุดแห่งเกาะอังกฤษ ) ⛷💕🎉
1
ที่ได้ดาราระดับแม่เหล็กอย่าง 'ฮิวจ์ แจ็คแมน' มารับบทป๋าดันให้กับนักกีฬามือใหม่ หัวใจเกินร้อยผู้นี้
และแม้ผลงานของนักกีฬาใหม่ถอดด้ามอย่าง 'เอ๊ดดี้' จะไร้ซึ่งการจัดอันดับให้ได้ลุ้นเหรียญโอลิมปิกก็ตาม
แต่เขากลับเป็นที่จดจำไม่แพ้ผู้ชนะในสนามแข่งขัน ทั้งยังเป็นที่รัก & ได้รับแรงเชียร์อย่างจากผู้ชมทั้งสนามอย่างมากมาย
จนโฆษกประจำ 'Calgary' สนามแข่งแห่งโอลิมปิกฤดูหนาว ประเทศแคนาดา ในปี ค.ศ. ๑๙๘๘
ตั้งสมญานามให้เขาว่า 'Eddie the Eagle'
และเมื่อถึงวันที่เดินทางกลับสู่ประเทศบ้านเกิด
เขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและยิ่งใหญ่ทั้งจากครอบครัว & บรรดากองเชียร์ร่วมชาติอีกมากมาย
อย่างที่นักกีฬาไร้เหรียญโอลิมปิกคนใด จะได้การต้อนรับในระดับนี้
'Eddie the Egle' เขียนบทจากบางช่วงบางตอน ของประสบการณ์ความมุ่งมั่นของการฝึกซ้อมกีฬา Ski jumper
ของ 'ไมเคิล เอ็ดวาร์ด' หนุ่มหน้าใหม่ในวงการ
ผู้พยายามทุกๆ วิถีทาง ที่จะเป็นตัวแทนจากประเทศอังกฤษ เพื่อเข้าแข่งขันski jumper โอลิมปิกฤดูหนาวให้จงได้
แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งทางครอบครัว & สมาคมกีฬาฯ มาตั้งแต่ต้น
และที่ใช้คำว่า 'หนังสูตร' ก็เพราะมาในแนวเป๊ะปังครบหมดตามสไตล์ของหนังสาย Under dog ไงล่ะคะ
คือกว่าที่ตัวเอกของเรื่อง จะฟันฝ่าไปถึงจุดที่ใฝ่ฝัน ก็ทำเอาคนดูลุ้นกันซะะ... ก้นแทบไม่ติดเก้าอี้ ( 😊🤗🤭 )
ส่วน 'บรอนสัน เพียรี่' โค้ชชาวอเมริกันผู้เฝ้าฝึกฝนเอ็ดดี้เพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขัน ที่รับบทโดย 'แจ๊คแมน' นั้น
ดูๆ แล้ว พี่แกไม่น่าจะไปโค้ชใครเค้าได้
โดยเฉพาะช่วงเปิดตัวตอนต้นเรื่อง เพราะบุคลิกแย่ๆ มึนๆ ของพี่แก ที่มาครบ ทั้งขี้เหล้า & เมาบุหรี่ อิอิ
แถมโค้ช 'เพียรี่' เอง จากประวัติในชีวิตจริงนั้น พี่แกก็มีปมของนักกีฬาดัง ที่กลับมีเหตุให้มาดับช่วงภายหลังของการเป็นนักกีฬามืออาชีพ ก็เข้ากันดีกับสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้เช่นกัน
แต่ถึงจะเป็นหนังสูตรที่คล้ายจะพล็อตบ้านๆ งี้ก็เถอะค่ะ เรื่องนี้กลับติดเรท PG-13
ที่เยาวชนชมได้ แต่ต้องมีผู้ปกครองแนะนำ เพราะในบางซีนเขาตีความให้เป็น rude humor
ส่วนในสายตาของนักวิจารณ์ เรื่องนี้กลับค่อนข้างจะติดลบ
ในแง่ที่หากนำหลายๆ เหตุการณ์ช่วงฝึกซ้อมจากในหนัง
เมื่อเทียบเข้ากับชีวิตจริงแล้ว
มีหลายจุดที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันไม่น้อย
แต่ถ้าจะให้ดิชั้นวิจารณ์เองแล้วละก็
เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ
ในแง่ของความดูสนุก & ให้ผู้ชมได้ร่วมลุ้นตามไปด้วย กับทุกๆ ซีนที่เอ๊ดดี้ตั้งใจจะทำลายสถิติเดิม
ทั้งเพื่อแข่งกับสถิติของเกาะอังกฤษ & สถิติเดิมของตนเอง
และที่สำคัญ เหตุการณ์ต่างๆ ในสนาม Calgary ที่เอ็ดดี้ได้เป็นนักกีฬาขวัญใจสำหรับทุกๆ คนในสนาม ทั้งผู้ชม & สื่อมวลชน
รวมทั้งโฆษกประจำสนาม นั่นเป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ซ้าย ; ตัวจริง vs ขวา ; ผู้รับบท
จนที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำให้เอ็ดดี้ชนะใจผู้ชมทั่วทั้งสนาม & กองเชียร์ที่บ้านเกิด จนเป็นที่รัก & ชื่นชมอย่างมากมายจนกระทั่งภายหลังการแข่งขัน
เป็นเพราะผลงานที่เกิดจากความทุ่มเท & ตั้งใจฝึกฝนมาตลอด
ทั้งความรักในการได้ลงสนาม & ความมุ่งมั่นในการแข่งกับตัวเอง โดยไม่ได้คาดคิดถึงเหรียญรางวัลใดๆ เลย
1
ดังคำกล่าวอมตะที่ว่า
'The important thing in the Olympic game is not the winning but is the taking part &
The important thing of life is not the triumph but the struggle'
3
( สิ่งสำคัญในโอลิมปิค คือ การได้มีส่วนร่วมไม่ใช่เพียงชัยชนะ & สิ่งสำคัญของชีวิตก็เช่นกัน คือ การได้ทุ่มเทความพยายาม ไม่ใช่การได้มาซึ่งชัยชนะ )
2
วาทะของ 'Pierre De Coubertin'
๑ ในผู้ร่วมก่อตั้ง & ดำเนินการกีฬาโอลิมปิก ปี ค.ศ. ๑๘๙๖
    นีโอ Positive - แอดมิน
    เคยดูเรื่องนี้ครับคุณหนอนน้อยซ์ ตอนจบนี่ขนลุกเลยครับ ประทับใจมาก