Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สมองสองช้อน
•
ติดตาม
3 มิ.ย. 2021 เวลา 04:00 • ท่องเที่ยว
#ย้อนเวลาไปท่องโลก ... "นามิเบีย"
ตอนที่ 3: The Tribes ... ชนเผ่าต่างๆของนามิเบีย
มาดูชนเผ่าของนามิเบียกันบ้าง ... ชนเผ่าของนามิเบียมีด้วยกันสี่กลุ่มใหญ่ๆคือ Bushmen, Herero, Damara และ Himba
"Bushmen Tribe"
... ชนเผ่าแรกที่เราได้ไปเจอคือ ชนเผ่า Bushmen หรือ San Bushmen ... หนึ่งในชนเผ่าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ใครจำหนังเรื่อง "The Gods Must Be Crazy" หรือชื่อภาษาไทยว่า "เทวดาท่าจะบ๊องส์" ได้บ้าง? ... ก็ชนเผ่านี้แหละ
พวกเราไปพบชนเผ่าครอบครัวนี้ ในเขตของ N/a'ankuse Lodge and Sanctuary
ทุกคนที่เห็นอยู่ในภาพเหล่านี้ เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
เมื่อนานมาแล้ว ชนเผ่า Bushmen คือนักล่า นักแกะรอย ชั้นเยี่ยม
N/a'ankuse foundation ช่วยให้ชนเผ่า Bushmen มีรายได้ โดยการให้วนเข้ามาพักอาศัยอยู่ในเขต ทีละครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าเข้าชมจากนักท่องเที่ยว เงินจากค่าที่พัก และ เงินจากการขายสินค้าทำมือเล็กๆน้อยๆของพวกเขาเอง เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชนเผ่า Bushmen โดย N/a'ankuse foundation
ซึ่งก็ทำให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตชนเผ่าท้องถิ่นอีกด้วย
เมื่อชนเผ่า Bushmen พาเที่ยว ... เราก็จำเป็นที่จะต้องมีล่ามแปลภาษา เพราะพวกเขาพูดภาษาของตนเอง ไม่พูดภาษาอังกฤษ ภาษาที่เขาใช้นั้น ฟังดูแล้วในแต่ละประโยคจะมีเสียงเดาะลิ้น ต๊อกแต๊กๆ อยู่สองสามที
พวกเขาสอนวิธีดำรงชีวิตในธรรมชาติ เช่น หาน้ำจากไหนในสถานที่ที่แห้งแล้งเช่นนี้ ใช้ไม้อะไรทำหอก ทำลูกดอก มีการสาธิตทำลูกดอกอาบยาพิษ!!
อากาศที่นี่ร้อนแห้ง แดดแรง แต่ไม่อบอ้าว เมื่อใดที่อยู่ในร่มไม้ ก็จะรู้สึกเย็นขึ้นมาทันที
แล้วก็มาถึงช่วงสาธิตการก่อไฟ โดยใช้แท่งไม้กับหญ้าแห้ง
มันไม่ใช่ง่ายๆเลย สุดท้ายต้องมาช่วยกันสามสี่คน เพราะต้องปั่นไม้อยู่นานพอสมควร
และแล้วไฟก็ติด ทุกคนตบมือกันเกรียว
สินค้าบางส่วนที่เป็น handmade จาก ชนเผ่า Bushmen
"Herero Tribe"
ชนเผ่าที่สองที่เราได้เจอ ก็คือ ชนเผ่า Herero ... พวกเขาตั้งแผงขายของอยู่บนเส้นทางจาก Etosha National Park มุ่งหน้าสู่เขตกึ่งทะเลทราย ... Damaraland ... ทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ หรือแม้กระทั่งภาษาอื่นๆบ้าง เพื่อที่จะได้ขายสินค้า
ทำไมชนเผ่า Herero ถึงแต่งตัวแบบนี้?
ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อสมัยที่เยอรมันมาปกครองประเทศนี้ ชนเผ่านี้ได้เข้าไปทำงานในบ้านของชาวเยอรมัน ตอนแรกก็แต่งตัวแบบชนเผ่าทั่วๆไป คือใช้หนังสัตว์เป็นเครื่องแต่งกาย แต่คนเยอรมันเห็นว่าไม่เหมาะสม เลยบังคับให้พวกเขาแต่งตัวแบบตะวันตก นานวันผ่านไปพวกเขาก็เริ่มชินกับชุดแบบนี้และรู้สึกว่ามันทำให้ดูเลอค่า จึงสวมใส่ชุดแบบนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่มีการปรับเปลี่ยนลวดลาย สีสัน และเครื่องประดับบนหัว ให้เข้ากับความชอบของตนเอง
ตุ๊กตาพวกนี้น่ารักมาก สีสันสวยงาม อดใจไม่ไหว เลยช่วยอุดหนุนไปหนึ่งตัว
เอากลับมาบ้านตั้งแล้วน่ารักเชียว น่าจะซื้อมาสักสองสามตัว
นอกจากตุ๊กตาแล้ว ก็มีสินค้าอื่นๆมากมาย
และก่อนที่จะถ่ายรูปพวกเขา เราควรถามเขาก่อนว่ายินดีไหมที่จะถ่ายรูป ส่วนใหญ่เขาก็จะโอเค เมื่อเราซื้อสินค้าอะไรสักอย่างแล้ว
ชนเผ่า Herero นั้นชอบกินเนื้อสัตว์มาก มีคำพูดของชนเผ่า Herero เกี่ยวกับมื้ออาหารที่ว่า “A meal without meat is not a meal”
"Damara Tribe"
ถัดมา ... เมื่อเข้าสู่เขต Damaraland ... เราก็มาพบชนเผ่าที่สาม ... ชนเผ่า Damara เราไม่ได้เก็บภาพชนเผ่านี้มากนัก เนื่องจากว่าพวกเขาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าปกติเหมือนเรานี่แหละ
เฉกเช่นชนเผ่าอื่นๆ ชนเผ่า Damara ก็มีทำของขายให้นักท่องเที่ยวเหมือนกัน ... ส่วนใหญ่จะทำมาจากผลหมากรากไม้ที่เก็บได้แถวๆนี้ แล้วนำมาตากแห้ง
เที่ยงนี้ เรา picnic lunch กันใต้ต้นไม้ใหญ่ (Camel Thorn) ... ซึ่งรอบข้างตอนนี้ เราได้เข้าเขตกึ่งทะเลทรายมาสักพักแล้ว ... เมื่อเรากินมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อย เราได้ให้ของสดต่างๆที่เราใช้ไม่หมดกับชนเผ่านี้ไป รวมถึงน้ำเปล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากในดินแดนอันแห้งแล้งของ Damaraland
ก่อนเราจะจากไป พวกเขาหยิบวิทยุมาวางเครื่องนึง เปิดเพลง แล้วเต้นโชว์กันทั้งครอบครัว โดยวางเศษกระดาษลังแผ่นนึงไว้บนพื้น พร้อมกับวางเงินลงไปบนนั้น คงทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ว่านี่นะ ดูเสร็จแล้ว วางเงินลงบนนี้นะพี่น้อง
... ส่วนเด็กผู้ชายคนนี้ โชว์ลีลาเต้นสเต็ปเทพมากกว่าคนอื่นๆเลย ... เอาไปห้าดาว
"Himba Tribe"
มาถึงชนเผ่าสุดท้ายที่เราได้เจอที่นามิเบีย ก็คือ ชนเผ่า Himba ... มีเรื่องราวอันน่าสงสารของชนเผ่านี้ ...
เดิมที พวกเขาคือชนเผ่าเดียวกับ Herero แต่เนื่องด้วยสาเหตุบางประการ (จำไม่ได้ แหะๆ) เลยแยกกลุ่มออกมาแล้วมุ่งหน้าสู่ประเทศ Angola ด้วยความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ชีวิตกลับแย่ลงกว่าเดิม จนต้องกลายเป็นขอทานอยู่ที่ Angola ... นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ Himba ซึ่งแปลว่า beggar หรือ ขอทาน นั่นเอง
ชนเผ่า Himba พูดภาษาอังกฤษได้เช่นกัน ... แล้วก็มีขายของตามระเบียบ ... ตั้งราคาไว้สูงมากๆ สามารถต่อได้แบบไม่ต้องเกรงใจ ... มีกำไลถักอันนึง เราไปหยิบๆดู เธอบอกราคา 50 NAD เราเป็นคนไม่ชอบต่อ เลยบอกยังไม่เอา เดินไปเดินมา จนกำลังจะกลับไปขึ้นรถ เธอตะโกนมา บอกให้ 20 NAD ... เราดูเงินในกระเป๋า เห็นมีเศษอยู่แค่ 15 NAD (ที่เหลือเป็นแบงค์ใหญ่ กลัวให้ไปแล้วไม่ได้ทอน) เลยบอกไปว่ามีแค่ 15 NAD ... สุดท้ายเธอเลยบอก มาๆ ขายให้ 15 NAD!!!
นอกจากได้กำไลไปแบบงงๆแล้ว เราก็ซื้อ magnet ในราคาที่รู้ว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่ตั้งใจไม่ต่อราคา เพราะเห็นความเป็นอยู่ของพวกเขาว่ามันลำบากขนาดไหน ... เงินจำนวนนี้สำหรับเราอาจไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับพวกเขา อาจไปช่วยต่อยอดชีวิตได้บ้าง ... สุดท้ายเลยได้ magnet มาอีกอัน
ชนเผ่า Himba อาจมีกลิ่นนิดนึง เนื่องจากวิถีความเป็นอยู่ของพวกเขา น้ำเป็นสิ่งที่หายาก เอาไว้ใช้ดื่มกินเท่านั้น แม้กระทั่งการล้างภาชนะต่างๆ ก็ยังไม่ใช้น้ำล้าง แต่ใช้ล้างกับทรายแทน ... การอาบน้ำจึงเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมาก พวกเขาจึงใช้สมุนไพรอะไรบางอย่างรมควันตามร่างกายเอาแทนการอาบน้ำ
โปรดติดตามตอนต่อไป ...
#สมองสองช้อน ขอขอบคุณผู้อ่านทุกคน ขอบคุณทุกๆ like ทุกๆการติดตาม ทุกๆ comment ที่เป็นกำลังใจให้กับการเขียนของเรา ... ขอบคุณค่ะ
บันทึก
3
2
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ย้อนเวลาไปท่องโลก ... "นามิเบีย"
3
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย