2 มิ.ย. 2021 เวลา 00:15 • การเมือง
3.1 ล้านล้านบาท ในงบปี 65 จัดสรรอย่างไร
2
เมื่อพูดถึงงบประมาณประจำปี ยอมรับตามตรงว่าผมแทบไม่สนใจเลยว่ารัฐบาลวางแผนอย่างไร เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง ถ้าจะสนใจก็แค่ประเด็นที่มีการหยิบยกมาพูดกันบ่อยๆ เช่น งบกระทรวงกลาโหมที่ใช้ซื้ออาวุธ หรืองบกระทรวงคมนาคมที่ใช้อย่างไร้ประสิทธิภาพ
แต่สำหรับงบประมาณปี 2565 ผมคิดว่าเราควรจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะสถานการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้ รวมถึงการกู้เงินจำนวนมหาศาลก่อนหน้านี้ การบริหารและจัดสรรงบประมาณที่มาจากภาษีของพวกเราจึงจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด
3
รัฐบาลตั้งงบประมาณปี65 ไว้ที่ 3.1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 17.87% ของ GDP ลดลงจากปีก่อน 185,962.5 ล้านบาท หรือ 5.66% และกำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลไว้ 700,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.04% ของ GDP
1
ตัวเลขนี้มาจากเศรษฐกิจในปี65 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4-5% อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 0.7-1.7% ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลประมาณ 5.3% ของ GDP ตามการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและท่องเที่ยว
ทีนี้เรามาพิจารณางบประมาณตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้เห็นภาพว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับอะไร
อย่างที่บอกว่างบประมาณโดยรวมของปี65 ลดลงเมื่อเทียบกับปี64 ผมจึงลองพิจารณาเป็นสัดส่วนของทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ จะพบว่า
1
ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความสามารถในการแข่งขันลดลงมากกว่าด้านอื่นๆ คือ 11% และ 10.4% ตามลำดับ แต่ยุทธศาสตร์การบริหารภาครัฐ พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และค่าดำเนินการภาครัฐกลับเพิ่มขึ้น
ทีนี้ลองมาพิจารณาตามกระทรวงหรือหน่วยงานกัน จะพบว่าส่วนใหญ่ถูกปรับลดงบประมาณลง แต่งบที่ให้กับท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจลดลงมากกว่าหน่วยงานอื่นๆมาก คือ 17.89% และ 15.60% ตามลำดับ แต่ที่น่าประหลาดใจคือ หน่วยงานศาล อัยการและองค์กรอิสระกลับได้งบประมาณเพิ่ม
1
และงบก้อนหนึ่งที่เป็นประเด็นอยู่เสมอคือ "งบกลาง" ที่มักถูกเปรียบเทียบว่าเป็นการ "ตีเช็คเปล่า" เพราะไม่มีรายละเอียดของโครงการให้สภาฯได้ตรวจสอบ มีเพียงหัวข้อและวงเงินให้เห็นเท่านั้น
2
เมื่อดูในรายละเอียดของงบกลางยิ่งน่าประหลาดใจ เพราะงบสำหรับผลตอบแทนและสวัสดิการของข้าราชการ กลับเพิ่มขึ้น 2% และไม่มีการตั้งงบสำหรับบรรเทา แก้ปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ไว้เหมือนปีที่แล้ว
2
จากทั้ง 3 มุมมองที่นำเสนอจะสังเกตเห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับงานส่วนกลางและบุคลากรของรัฐมากกว่า เห็นได้จากงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระบบบริหารภาครัฐ, หน่วยงานศาล อัยการองค์กรอิสระ และเพิ่มงบผลตอบแทนและสวัสดิการของข้าราชการ
1
แต่กลับลดงบประมาณที่ไปยังจังหวัดและท้องถิ่น งบสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของ SME และผู้ประกอบการ รวมถึงงบในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
4
ทำไมมันช่างไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เลย หรือมุมมองของรัฐบาลเห็นว่า งานส่วนกลาง งานบริหารและบุคลากรภาครัฐเข้มแข็งจะทำให้เราผ่านวิกฤติไปได้เหรอ
ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด แต่ก็พอจะเข้าใจว่าปัญหาโควิด เศรษฐกิจ ความอยู่รอดของประชาชนและผู้ประกอบการน่าจะสำคัญที่สุด ทำไมเราไม่จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ให้เต็มที่ก่อน
ยังไม่รวมประเด็นของงบกระทรวงกลาโหมในส่วนของอาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่ยังมองไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องซื้อเพิ่ม แค่บำรุงรักษาของที่มีอยู่ซักปีก่อนไม่ได้หรือครับท่าน
1
โฆษณา