"ตำแหน่งทำให้คุณเป็นผู้บริหาร
แต่ทีมของคุณต่างหากที่ทำให้คุณเป็นผู้นำ"
-ดอนน่า ดูบินสกี-
.
คำพูดที่ฟังดูธรรมดา
แต่สอนให้เราได้รู้จักว่า
การจะเป็นผู้นำและผู้บริหารในยุคปัจจุบัน
ไม่ใช่แค่การโฟกัสให้งานนั้นสำเร็จแล้วมีรายได้
ถึงจะเป็นคนเก่ง
.
เพราะการที่คุณจะเป็นผู้นำ
ไม่ได้เกิดจากตำแหน่ง
แต่เกิดจากการยอมรับของผู้คน
.
การที่คนในทีมยอมรับ
คุณจะต้องสร้างความเชื่อใจ
นี่คืองานที่ผู้นำในฐานะเพื่อนมนุษย์
.
เราไม่ได้ทำงานกับเครื่องจักรกล
แต่กำลังทำงานกับมนุษย์ที่มีชีวิต
หัวหน้า ลูกน้อง เพื่อน
แต่ละคนต่างมีปัญหาในด้านต่างๆ
เช่น การเงิน ความรัก ครอบครัว
.
แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว
แต่ส่งผลกับประสิทธิภาพการทำงานได้
.
สมหญิง (นามสมมุติ)
เพิ่งจับได้ว่าสามีตัวเองมีชู้
เธอเครียดไม่รู้จะบอกใคร ได้แต่ร้องไห้
วันรุ่งขึ้นยังต้องตื่นเช้าไปทำงาน
คุณคิดว่าเธอยังทำงานได้ดีอยู่ไหม?
แล้วความทุกข์ใจของเธอ
จะระบายให้ใครฟังได้
.
ถ้าคุณเป็นหัวหน้า
แล้วลูกน้องไม่เชื่อใจคุณ
เขากลัวว่าถ้าเล่าให้คุณฟัง
คุณเก็บความลับไม่ได้
คุณตำหนิให้แยกแยะ
อย่าเอาเรื่องครอบครัวมายุ่งกับงาน
คุณคิดว่าลูกน้องอยากเล่า
ปัญหางานหรือปัญหาอื่นๆให้คุณฟังไหม?
พวกเขาจะทำงานได้ดีขึ้นไหม ?
ตราบใดที่ปัญหายังกวนใจชีวิตอยู่
.
อิริค ชมิดต์ อดีต ceo google เชื่อว่า
การทำงานของผู้บริหารยุคใหม่
นอกจากจะบริหารงานได้ดีแล้ว
เขาควรต้องรู้จักการโค้ชชิ่ง(COACHING)
คือการรับฟังปัญหาแล้ว
ช่วยสะท้อนปัญหาให้กับลูกน้อง
ได้ด้วยเช่นกัน
==========
การทำงานเป็นทีม
แบบบิล แคมป์เบลล์
สุดยอดโค้ชผู้บริหารของApple และgoogle
เขาคิดว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ
เพราะว่าเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านอื่นๆ
.
บิลมีวิธีการสื่อสารกับผู้บริหารและคนในทีมอย่างน่าสนใจ
1. โค้ชคนที่โค้ชได้
คนที่ "โค้ชได้" ในความหมายของบิล
คือคนที่มีความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
.
เพราะการที่หัวหน้าหรือผู้บริหาร
จะสามารถโค้ชลูกน้องได้
อย่างน้อยลูกน้องจะต้องมีความตระหนักรู้ในตัวเองเป็นคนที่ยอมรับจุดแข็งจุดอ่อนในตัวเอง
.
ถ้าบิลเจอคนที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว
ฉันไม่ต้องให้ใครมาสอน
ฉันไม่ต้องให้ใครมาแนะนำ
บิลก็จะไม่ยอมเสียเวลาให้กับคนๆ นั้น
.
2. ฟังเชิงรุก (active listening)
การเป็นผู้ฟังที่ดีก็คือ
คนที่คอยฟังอยู่ตลอดแล้ว
มีการถามคำถามบ้างเป็นระยะ
.
สิ่งสำคัญคืออย่าพูดขัดพูดแทรก
การเป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบตลอดเวลา
.
สิ่วสำคัญคือคุณจะต้องปิดปากตัวเอง
แล้วตั้งใจฟังบทสนทนาของคนข้างหน้าคุณ
.
คนเราจะรู้สึกว่าคุณให้เกียรติเขา
เมื่อมองเห็นว่าเขามีตัวตน
และการฟังนั้นก็ช่วยทำให้คนนั้นมีตัวตนขึ้นมา
.
3.พูดตรงกับข้อเท็จจริง
บิลเป็นคนพูดที่ตรงมาก
บ่อยครั้งเขาพูดตรงๆปนคำหยาบ
แต่คู่สนทนาหรือผู้รับการปรึกษากับบิล
กลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่คำหยาบเลย
.
เมื่อเวลาให้ความเห็น
เขาจะพูดอย่างชัดเจน
เฉพาะเจาะจงตรงไปตรงมา
ตามด้วยรอยยิ้มและการกอดเสมอ
เพื่อแสดงความจริงใจ
.
เวลาต้องไล่คนออก
บิลแนะนำว่าให้พูดตรงๆ
และควรให้เกียรติคนที่ถูกเชิญออก
ในระดับที่เหมาะสมด้วย
.
4. อย่ายัดความคิดใส่หัว
อย่ายัดคำสั่งหรือคำตอบใส่หัวทีมงาน
ให้เปลี่ยนมาเล่าเรื่องให้พวกเขาฟังว่าเพราะอะไรพวกเราถึงต้องทำสิ่งนั้น
.
การเล่าเรื่องช่วยสร้างแรงบันดาลใจ
ให้เห็นเป้าหมายร่วมกัน
ทำให้ทุกคนมีแรงท้าทาย
และอยากสนับสนุนให้สำเร็จ
มากกว่าการถูกสั่ง
.
.
5. จงเชื่อมั่นในคนตรงหน้า
การเป็นผู้บริหารหรือหัวหน้า
ต้องเชื่อมั่นในตัวลูกน้องหรือเพื่อนร่วมทีมมากๆ
.
บิลมองว่าผู้บริหารมีหน้าที่
คอยผลักดันให้ทีมมีความกล้า
เพราะคนส่วนใหญ่กลัวที่จะเสี่ยง
และกลัวความล้มเหลว
ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องผลักดัน
ให้ทีมก้าวผ่านความลังเลไปให้ได้
==========
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ
.
1. การเป็นผู้นำเกิดจากการยอมรับ
คนเราได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า
แต่ยังขาดภาวะผู้นำ
การเป็นผู้นำที่ดีเกิดความเชื่อใจ
และไว้วางใจให้คนในทีมยอมรับ
.
2. ความเชื่อใจสร้างได้
.
จงพยายามสื่อสารด้วยความจริงใจ
ด้วยการมองเพื่อนร่วมงาน
ในสายตาของความเป็นมนุษย์
ที่มีความสุขความทุกข์เช่นเดียวกัน
.
และนี่ก็เป็นข้อคิดง่ายๆ
ที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น
ผ่านการเปลี่ยนความคิด
และข้าวของในบ้านของคุณ
.
🙂🙂🙂🙂
.
.
ชอบสาระดีๆแบบนี้
โปรดกดแชร์และกดติดตาม
เพื่อเป็นกำลังใจ
เพจ @proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต
Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต
..
เพราะเราเชื่อว่า
การเปลี่ยนชีวิต
เริ่มที่ความคิด
และบ้านของคุณ
===
สำหรับมือใหม่อยากลองจัดตู้เสื้อผ้าด้วยตัวคุณเอง
เรียนรู้ง่ายๆ ได้ในคอร์สออนไลน์
"ชีวิตใหม่สร้างได้ในตู้เสื้อผ้า"
===
#proud #หนังสือ #จัดบ้าน #จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต #trilliondollar #coach #bill
.
แรงบันดาลใจจาก - หนังสือ Trillion Dollar Coach (โค้ชแห่งซิลิคอนแวลลีย์)
ผู้แปล @The Essential Coach
.
เครดิตภาพ
โฆษณา