3 มิ.ย. 2021 เวลา 10:30 • ปรัชญา
侘寂 วะบิ-ซะบิ เป็นปรัชญาหนึ่งของญี่ปุ่นที่คนยังพูดถึงกันไม่มากและยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างลึกซึ้งสักเท่าไรในโลกออนไลน์ด้วยความเห็นส่วนตัวของเนิร์ดหากเทียบกับ อิคิไก ที่ค่อนข้างโด่งดังและได้กล่าวถึงไปในบทความที่แล้ว จึงทำให้เนิร์ดอยากจะมาชวนให้ทุกคนลองมองโลกในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยค่านิยมด้วยเลนส์ของ “วะบิ-ซะบิ” กันครับ เพราะการมองโลกด้วยเลนส์ วะบิ-ซะบิ จะทำให้มองเห็นความสงบท่ามกลางความโกลาหลได้
🍂เนิร์ดขอเริ่มต้นด้วยความหมายของ วะบิ-ซะบิ กันก่อน คำนี้เป็นภาษาญี่ปุ่นเกิดจากการรวมคำ 2 คำ คือ วะบิ ที่มีความหมายว่า ความงามในความเรียบง่ายหรือความสงบไม่ยึดติดกับวัตถุ เมื่อเห็นความหมายของคำแรกก็พอจะเดาได้เลยใช่มั้ยล่ะครับ ว่า วะบิ-ซะบินั้นมีหลักคำสอนใกล้เคียงกับศาสนาพุทธ แต่อยากให้ทุกคนเปิดใจมองข้ามเรื่องพรมแดนของศาสนาแล้วจะพบความหมายของความสุขและความสงบในอีกมุมมองมากขึ้นนะครับ
⏳ส่วนคำว่า ซะบิ มีความหมายว่ากาลเวลาที่ล่วงไป ทำให้สิ่งต่างๆดับสลายไปตามกาลเวลา มีประโยคที่อธิบายถึง วะบิ-ซะบิ ได้ดี เขียนโดยพระเคนโกมีความว่า “เราควรจะชื่นชมดอกไม้เพียงตอนบานสะพรั่ง และชื่นชมดวงจันทร์เพียงในยามฟ้ากระจ่างไร้เมฆหมอกกระนั้นหรือ”
2
ความไม่สมบูรณ์แบบ ไม่เที่ยง และไม่เสร็จสิ้น รวมไปถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและความสงบ คือแก่นของวาบิ-ซาบิ เมื่อเนิร์ดได้ศึกษาปรัชญานี้ ก็นึกถึงค่านิยมในปัจจุบันที่การตลาดส่งเสริมให้ทุกคนแสวงหาความสมบูรณ์แบบเพื่อขายสินค้า ตั้งแต่ลืมตาตื่นนอนก็ต้องเจอกับค่านิยมต่างๆคอยจำกัดกรอบการใช้ชีวิตมากมาย ควรจะมีรูปร่างแบบนี้ถึงจะมีความสุข ควรจะรักกับคนนี้ถึงจะเหมาะสม ควรจะผิวสีนี้ถึงจะสวย ควรจะเลี้ยงลูกตัวเองแบบนี้ถึงจะดี ควรจะทำงานอย่างหนักถึงจะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบได้
จึงมีคำที่ว่า กับดักของคนที่มีนิสัย Productive หรือ คำว่า Beauty Standard ใครที่กำลังติดอยู่หรือกำลังรู้สึกเหนื่อยกับการใช้ชีวิตที่ต้องแบ่งเวลาของการชื่นชมสิ่งที่น่าประทับใจผ่านสายตาและประสาทสัมผัสต่างๆ เป็นการมองผ่านฟิลเตอร์ไอจีในโทรศัพท์ อยากให้ลองศึกษาปรัชญา วะบิ-ซะบิ คุณจะรู้สึกสงบและอิ่มเอมในจิตใจอย่างอธิบายไม่ถูกตั้งแต่เริ่มต้นอ่าน เพราะเลนส์ของวะบิซะบิจะทำให้คุณมองโลกนี้ว่า “ทุกคนคือความไม่สมบูรณ์แบบอันสมบูรณ์พร้อมแบบที่คุณเป็น”
3
หากกล่าวถึงวะบิจะข้ามเรื่องธรรมชาติไปไม่ได้ เพราะการสังเกตธรรมชาติก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ค้นพบ วะบิ-ซะบิ ในจิตใจเช่นกัน เพราะมีคำสอนหนึ่งกล่าวว่า วะบิ-ซะบิ ก็คือการมองธรรมชาติแบบสภาวะดั้งเดิมที่มันเป็นตั้งแต่เกิดจนมันดับสลายไปในที่สุด
เราไม่สามารถเหนี่ยวรั้งสภาวะดั้งเดิมของสิ่งใดๆไว้ได้ ไม่ว่าคุณจะได้รับตำแหน่งใหญ่โตสักเพียงใดก็ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางการขึ้นของพระอาทิตย์ได้ หรือคุณจะผิดพลาดล้มเหลวไม่เป็นท่าสายน้ำก็ยังคงไหลไปอย่างไม่หยุดนิ่ง สื่อให้เห็นว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราธรรมชาติไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นหากล้มเหลวก็จงลุกขึ้นสู้ใหม่ หากประสบความสำเร็จก็จงใช้ วะบิ-ซะบิเพื่อปกป้องจิตใจของตัวเองให้ดำเนินไปด้วยความพอดีและเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
สุดท้ายนี้อยากฝากหนังสือ Wabi Sabi แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต เขียนโดย Beth Kempton เพราะอยากให้ทุกคนได้ไปอ่านเนื้อหาของปรัชญานี้แบบเต็มอิ่มจริงๆ เพราะจากที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และหวังที่จะให้แนวคิดแบบ วะบิ-ซะบิหย่อนรากลึกเข้าไปฝังจิตใจลึกๆของทุกคนหลังจากได้อ่านบทความนี้
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจคิดว่าปรัชญานี้สอนให้เลิกพัฒนาตัวเองแล้วยอมรับสิ่งที่ตัวเองมีเพื่อจมอยู่กับสิ่งเดิมๆหรือเปล่า วะบิ-ซะบิสอนให้อย่าติดกับดักของคำว่าสมบูรณ์แบบจนเกิดความกลัวที่จะใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการขยับขยายตัวเอง เพราะความไม่สมบูรณ์แบบทำให้เกิดความงามที่เป็นเอกลักษณ์ และหากเกิดความผิดพลาดล้มเหลวก็เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้นตามกฏของธรรมชาติ
2
***อ่านจบแล้วฝากกด Like&Share เพื่อติดตาม Content จาก Nerdsary ด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดประโยชน์ดีๆจากเรา “เพราะการเรียนรู้ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ ครบถ้วนและเสร็จสิ้น”
โฆษณา