เตร่ไปกิน สเค็กที่ร้าน Charlie's Steak (4/5)
ร้านสเต็กที่มีประวัติยาวนาน (อ่านมาจากที่ร้าน)​ ร้านจัดได้น่านั้งดี มีอาหารทั้งไทย และสากล ดูออกจะเป็นสากลซะมากกว่า (ทั้งสเต็ก สปาเก็ตตี้) ร้านเป็นร้านแบบแฟรนไชส์
ภาพบริเวณหน้าร้าน
ไปยังไง
ร้าน Charlie's Steak ตั้งอยู่ในซอย ผมไม่เห็นชื่อซอยนะ แต่อยู่บนถนนสุรวงศ์ ตรงแยกที่ตัดกับถนนนเรศ ตรงโรงแรม Kokotel Bangkok
รถไฟฟ้าใกล้สุดน่าจะเป็น สถานีช่องนนทรี เดินมาทางสีลม ตรงไปทางตึก AIA เลี้ยวซ้าย ไปอีกประมาณ 400 เมตร ก็จะเจอ
มีที่จอดรถมั้ย
ด้านหน้าร้านมีที่ คิดว่าน่าจะจอดรถได้ แต่ก็ไม่มาก อย่างมากก็น่าจะแค่ 2,3 คัน ก่อนไปลองสอบถามทางร้านอีกทีดีกว่า
บรรยากาศภายในร้าน
วันนี้ผมได้ลองกินสเต็ก เสริฟ์พร้อม สลัดเล็กๆ ขนมปั้ง และเฟรนช์ฟราย ราดมาด้วยซอสพริกไทยดำ อร่อยดีนะครับ
ราคาก็ตามคุณภาพ ไม่แรงแน่นอน
ผ่านมาแถวนี้ แวะมาลองทานได้นะครับ ทางร้านมีประวัติค่อนข้างจะน่าสนใจเลยแหละครับ
ความเป็นมาของร้าน
ไหนๆ ก็ถ่ายประวัติเขามาแล้ว เอามาลงให้อ่านกันเล่นๆ ก็แล้วกัน
ความเป็นมา
สเต็กเป็นอาหารหลักของชาวตะวันตกที่เข้ามาทํางานในประเทศไทยในยุคปลายกรุงรัตนโกสินตาม
ความเจริญด้านการฑูต การค้าและวัฒนธรรม วัตถุดิบส่วนมากนำเข้ามาจากต่างประเทศจึงมี
ราคาแพง หารับประทานได้ยาก
จะมีให้บริการในห้องอาหารยุโรปตามโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ย่านธุรกิจการค้าบนถนนสาทร สีลม และสุรวงศ์
ชาลเสต็กเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 17 ปีมีจุดเริ่มต้นในปี 2546 จากกลุ่มพ่อครัวไทยที่ทำงาน
กับเชฟชาวยุโรปผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำสเต็กมีเจตตาที่จะเผยแพรสเด็กที่คุณภาพดีในราคาที่ไม่
แพงให้กับคนไทยได้รับประทาน
โดยตำหรับอาหารเกิดจากผสมผสานเอาเทคนิคการทําอาหารยุโรปต้นตำหรับกับวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดีที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันมาประกอบเป็นตำหรับสเต๊กดั่งเดิมรสชาติอร่อยเหมาะกับรสนิยมคนไทย
ร้านชาลีสเต็กนี้เมื่อก่อนนี้อยู่ที่แถว ถนนจันทน์ แต่ปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่สุรวงษ์
คุยกันหน่อย
ว่าด้วยเรื่องของสเต็ก หลายๆคนที่ทานสเต็กเป็นประจำอยู่แล้วก็จะทราบดีว่า สเต็กนั้นมีการแบ่งประเภทตามความสุก (ไม่ใช่ความสุขนะ) ได้หลากหลาย และแต่ล่ะคนก็มีความชอบค่อนข้างจะเฉพาะตัว บางคนกินสุกมากๆ บางคนกินแบบวิ่งผ่านไฟ (คือ แลดูจะดิบๆเลย) วันนี้เรามารู้จักลักษณะความสุกของสเต็กกันดีกว่า ลืมบอกไปว่าอันนี้เขาใช้กับ สเต็กที่เป็นเนื้อเท่านั้นนะครับ ถ้าเป็นเนื้อหมูมีแต่ต้องทำให้สุกทั้งหมดเท่านั้น
ภาพจาก https://www.ksmarkett.com/
เริ่มจากที่สุกที่สุด ไล่ไปหาที่แค่วิ่งผ่านความร้อนพอเป็นพิธีก็แล้วกันนะครับ
Well Done
แปลตรงๆว่า เรียบร้อยดีมาก หมายความว่าสุกทั่วทั้งชิ้นเลย ปิ้งจนแห้ง แบบนี้เหมาะกับคนที่ชอบกันอะไรที่สุกทั้งชิ้นเลย ไม่อยากให้มีเลือดซึมออกมาเวลากินเลย
แต่สำหรับผมแล้ว แบบนี้มันจะได้เนื้อที่แห้งเกินไปสักหน่อย แทบไม่กินเลย ยกเว้นว่าเขาไม่มีให้เลือก
Done
แบบนี้ก็ยังเป็นการย่างสเต็กให้สุกทั้งชิ้น แต่เนื้อตรงส่วนตรงกลางจะยังคงมีสีออกชมพูๆ หน่อยๆ มีความนิ่มเล็กน้อย แต่แน่นอนว่า ตอนแล่ออกมาจะไม่มีเลือดซึมออกมาด้วย
Medium
เป็นการย่างสเต็กให้สุกเกือบทั้งชิ้นอยู่ โดยรอบนอกจะสุกทั้งหมด แต่ตรงส่วนตรงกลางๆ จะยังคงความชุ่มช่ำของเนื้ออยู่ คือเวลาแลออกมา จะมีเลือด (หรือน้ำในชิ้นเนื้อ) ที่มีความช่ำไหลออกมาบ้างเล็กน้อย
สำหรับผมแล้ว ผมชอบความสุกระดับนี้ที่สุด เพราะเนื้อยังคงความนุ่มและช่ำ แต่ก็มีความสุกระดับหนึ่ง (อันนี้แล้วแต่คน)
Medium Rare
อันนี้กลางสุก กลางดิบเลย ลงมีดผ่าไปแล้วจะได้เจอกับน้ำในเนื้อ ไหลออกมาแบบท่วมท้นเลย สำหรับคนรักความนุ่ม ความหวานของเนื้อ แล้วท่านน่าจะชอบนะครับ
สำหรับผมเคยกินอยู่นะครับ บางร้านทำแล้วออกมาดี ไม่ดิบเกิน (ส่วนตัวถ้าดิบไปก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ) บางร้านผมกลัวเพราะความดิบมันมาเยอะไป หลังๆเอาแบบ Medium ดีกว่า
Rare
แบบนี้จะเป็นการย่างแบบให้มีความดิบมากกว่า สุกนะครับ เนื้อน่าจะนุ่มสุดๆ หวานเนื้อแน่ๆ แต่ใจก็ต้องได้เหมือนกันนะครับ เพราะน่าจะแอบดิบมาก ดังนั้นถ้าเป็นร้านที่ไม่แน่ใจ แนะนำให้เลี่ยงได้เลี่ยงน่าจะดีกว่า เลือกร้านที่ดูน่าไว้ใจ (เนื้อไม่เก่าเก็บ หรือมีเชื้อ) ดีกว่าครับ
ขออภัยไม่เคยได้กินแบบ Rare ครับ และคงยังจะไม่กินในเร็ววันนี้ด้วย ขอข้ามนะครับ
Blue Rare
สำหรับสายโหด ที่แค่ Rare มันยังโหดไม่พอ ชอบแบบกัดเข้าไปแล้วเลือดพุ่งออกมา ดิบๆเลย โดยย่างเนื้อแบบแค่เป็นพิธีล่ะนะครับ น่าจะแค่ให้มีกลิ่นหอมซะมากกว่า เน้นเรื่องความสุก คือ แค่นาบเตาแปรบเดียว ขึ้นเลย ข้างนั้นเนื้อดิบๆกันไปเลย (มนุษย์หน่อ มนุษย์) ไม่แนะนำเลยครับ ให้พวกเทพๆ ท่านทานกันไปครับ หากยังไม่มีอาคมแกร่งกล้าพอ คิดว่าไม่น่าจะคุ้มครับ
ว่าแล้วก็ไปหาอะไรกินกันดีกว่า
โฆษณา