8 มิ.ย. 2021 เวลา 13:42 • สัตว์เลี้ยง
สวัสดีครับวันนี้ ผมจะมาเล่าเรื่องอาการหนึ่งที่สามารถพบได้บ่อยในปลาสวยงามไม่ว่าจะน้ำจืดหรือน้ำเค็ม นั่นก็คือกลุ่มอาการหัวเป็นรู
ผมแปะคลิป เผื่อใครขี้เกียจอ่าน หรืออยากเห็นรอยโรคแบบเคลื่อนที่ได้ หรืออยากเห็นหน้าตาของเชื้อ แบบวิ่งๆ … ถ้าใครจะดูคลิป ไม่ต้องเสียเวลาอ่านนะครับ มันเหมือนกัน
กลุ่มอาการหัวเป็นรูเป็นโรคที่มีหลายชื่อเรียกมากๆ ชื่อที่ผมมักเรียกคือ Hole in the head syndrome แต่ก็มักได้ยินชื่ออื่นๆ เช่น Head and lateral line disease หรือ Head and Lateral Line Erosionหรือ HLLE รวมไปถึง Hexamitosis ก็มีการใช้เรียกได้เช่นกัน ชื่อทั้งหมดก็จะวนๆ อยู่กับคำเหล่านี้
โรคนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยครับ การวินิจฉัยก็ไม่ได้ยากเย็นแต่การรักษานี่เป็นปัญหามาก อย่างที่บอกครับ โรคนี้พบได้ทั้งในปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็ม มักพบในปลาเลี้ยง และแทบไม่พบในปลาตามธรรมชาติ
ปลาน้ำจืดที่มักพบปัญหาคือวงศ์ปลาหมอสี วงศ์ปลาหมอไทย รวมไปถึงวงศ์ปลากระดี่ ปลาปอมปาดัวร์ ปลาเทวดา ปลาแรด ปลาออสก้า ปลานิล เรียกว่า 80% ของปลาสวยงามในตลาดก็ว่าได้ ส่วนปลาทะเลที่สามารถพบโรคนี้ก็ได้แก่วงศ์ปลาขี้ตังเบ็ด และปลาสินสมุทร ที่จะพบอาการนี้ได้บ่อย
รอยโรคที่พบจะเริ่มจากการเกิด depigmentation หรือการสูญเสียเม็ดสีที่บริเวณหัว มักไม่เป็นปื้น แต่จะเป็นจุดๆ จากนั้นจะเริ่มเห็นเป็นรู รูเหล่านี้จะกูกร่อน ลาม ใหญ่ เชื่อมกันเป็นแนวและลุกลามไปตามแนวของเส้นข้างลำตัวเห็นเป็นแนวยาว เป็นชื่อของกลุ่มอาการ Head and lateral line disease ปลาที่มีอาการของโรคเป็นระยะเวลานาน อาการหนักมาก ปลาจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อแทรกซ้อนได้
โรคนี้มีอาการเด่นชัด วินิจฉัยได้จากตาเปล่า ด้วยการเห็นรอยโรคที่ว่านี้ สมมาตรกันทั้งสองด้านของลำตัว แต่จากการศึกษาทางจุลพยาธิวิทยา กลับพบว่ารอยโรคนี้มีความแตกต่างกัน เช่นในกลุ่มปลาขี้ตังเบ็ด มักพบว่าเยื่อบุผิวบริเวณเส้นข้างลำตัวนั้นบางลงอย่างมาก แต่ในบางเคส การวิจัยในปลาก็ไม่พบลักษณะดังกล่าวแต่พบการอักเสบของเส้นประสาทซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเส้นข้างลำตัวอย่างมากแทน
ชื่อของโรคนี้ บางครั้งก็ถูกเรียกว่า Head and Lateral line erosion ซึ่ง erosion หมายถึงการหลุดลอกของเนื้อเยื่อ แต่บางงานศึกษาก็เสนอว่า มันเหมือนเป็นภาวะ atrophy หรือการฝ่อ การไม่สร้างเนื้อเยื่อใหม่ทดแทนมากกว่า จะเห็นว่ารอยโรคที่เห็นด้วยตาเปล่าและวินิจฉัยได้ง่ายนั้น มันมีความแตกต่างหลากหลายในพยาธิกำเนิดหรือกระบวนการเกิดของโรคมากๆ
ในกลุ่มปลาหมอสี มีรายงานการพบอาการนี้ร่วมกับการติดเชื้อโปรโตซัวในทางเดินอาหาร ชนิดที่รู้จักกันดีคือ Hexamita ซึ่งก็พบเป็นเชื้อ normal flora ในทางเดินอาหารของปลาหลายชนิดอยู่แล้ว จึงฟันธงยาก แต่เชื้อนี้ก็สามารถแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด ไปเกิดก้อนหนองตามอวัยวะภายในได้ รวมไปถึงรูบนหัว ก็อาจเจอโปรโตซัวชนิดนี้ไปอาศัยอยู่ได้
ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็มีรายงานการศึกษาวิจัยออกมากันหลากหลายมากแต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถฟันธงได้ หรือทุกเชื้อสามารถทำให้เกิดอาการได้จริงๆ ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ก็มีจุดร่วมหนึ่งที่น่าสนใจ คือเชื้อทั้งหมดมักเกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร จึงมีข้อสังเกตว่า หรือว่ากลุ่มอาการนี้จะเกี่ยวข้องกับการขาดสารอาหาร หรือแร่ธาตุ ข้อสังเกตนี้สอดคล้องกับการพบอาการนี้ในกลุ่มปลาขี้ตังเบ็ดและปลาสินสมุทรที่มักจะมีสาเหตุจากการได้รับอาหารไม่ตรงกับธรรมชาติของปลา หากสันนิษฐานว่าการติดเชื้อโรคในทางเดินอาหาร มีส่วนให้เกิดการได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ก็ดูมีความเป็นไปได้
ในตู้ทะเล มีรายงานว่าการใช้ระบบโอโซน และการใช้คาร์บอนดูซับสารพิษในน้ำมีผลเหนี่ยวนำให้พบภาวะนี้ได้เช่นกัน ทั้งโอโซนและคาร์บอน มีกระบวนการที่ดึงแร่ธาตุบางอย่างออกจากน้ำ สมมติฐานคือน้ำที่ใช้เลี้ยงอาจขาตุแร่ธาตุบางชนิดที่จำเป็นไป
การรักษานั้นต้องใช้การตรวจเพื่อตัดความเป็นไปได้ต่างๆออก เช่นในปลาหมอสีมักเกิดจากโปรโตซัว ก็ต้องทำการตรวจอุจจาระ หรือเก็บตัวอย่างจากรอยโรคบนหัว หากพบโปรโตซัวดังกล่าว ก็ต้องใช้ยาแช่ที่เหมาะสม แต่กรณีที่ตรวจไม่พบปรสิต ก็อาจเกิดจากการได้รับอาหารที่ไม่ถูกต้องอาจมีการขาดวิตามิน เช่น วิตามินซี หรือถ้าเป็นปลาวงศ์ปลาขี้ตังเบ็ดซึ่งในธรรมชาติจะกินสาหร่ายแต่ในที่เลี้ยงขาดการเสริม กินแต่อาหารโปรตีนสูง ก็อาจเจอภาวะนี้ได้ หรือในกลุ่มปลาสินสมุทรที่กินหลากหลายมาก การได้อาหารเม็ดก็อาจไม่ครอบคลุมความต้องการตามธรรมชาติทั้งหมด
แต่อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่าสาเหตุมีหลากหลายมาก และยังมีสาเหตุที่เป็น unknown ด้วย ดังนั้น หลายๆครั้งที่พบว่าปลาไม่ตอบสนองต่อการรักษาก็อาจจะเป็นภาวะของโรคที่เกินจะย้อนกลับ (point of no return) หรือเราอาจจะแก้ปัญหาได้ไม่ตรงกับสาเหตุของโรค แต่จากที่ผ่านมา พบว่าปลาที่ได้รับการแก้ไขต้นเหตุของโรคอย่างถูกต้องจะตอบสนองและมีอาการดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ (แต่ยังไม่หายสนิท)
สรุปแล้ว โรค Hole in the Head syndrome นี้เป็นโรคที่น่าจะเกี่ยวข้องกับภาวะทุพโภชนาการ หรือ malnutrition แต่สาเหตุนั้นอาจมาจากการจัดการอาหารที่ไม่เหมาะสม คุณภาพน้ำ วัสดุกรอง หรือปัญหาของทางเดินอาหาร จากการติดเชื้อต่างๆก็ได้ การรักษาจึงต้องแก้ปัญหาและปรับปรุงคุณภาพการเลี้ยงแบบรอบด้าน หาต้นตอของปัญหาได้รับการแก้ไช ปลาก็จะดีขึ้นได้ในเวลาไม่นาน
โฆษณา