8 มิ.ย. 2021 เวลา 14:16 • หุ้น & เศรษฐกิจ
รีวิวกองทุน IPO: SCBSEMI
[กองทุน Semiconductor ที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ Mega trends ของกลุ่มเทคโนโลยีต่างๆ]
1
วันนี้ #เด็กการเงิน จะพาไปทำความรู้จักกับกองทุนน้องใหม่ SCBSEMI ที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Semiconductor
สิ่งที่จะได้จากบทความนี้คือ
1) Semiconductor คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ
2) ภาพการเติบโตของ Semiconductor
3) กองทุน SCBSEMI มีดีอย่างไร
📌Semiconductor คืออะไร?
หลายคนอาจจะไม่รู้จักว่า Semiconductor นั้นคือวัสดุที่ใช้ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ชิ้นส่วนประกอบเล็กๆ อย่างแผงวงจรรวมหรือไอซี (Integrated circuit) รวมไปถึงแผงวงจรที่ซับซ้อน (PCB – Print Circuit Board) เพื่อใช้เป็นตัวควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ
📌Semiconductor สำคัญอย่างไร?
Semiconductor ถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์อัตโนมัติ VR/AR เครื่องบิน เกม ด้านการแพทย์ ด้านการทหาร การขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถยนต์ Smart Phone ไปจนถึง AI เครือข่าย 5G และ Internet of thing (IoT) เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกด้านที่ต้องใช้เทคโนโลยี และเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา
📌ทำไมต้องลงทุนใน Semiconductor?
1️⃣ จิ๊กซอวร์ของอนาคต - Semiconductor คือสิ่งหนึ่งที่อยู่ในภาพของเทคโนโลยีในอนาคตและเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมอีกด้วย เพราะถูกใช้ในหลายอุตสาหกรรมและส่วนใหญ่เป็น Mega trends ของโลก
2️⃣ นโยบายของรัฐบาลสหรัฐภายใต้ผู้นำอย่างไบเดน ก็สนับสนุนอุตสาหกรรม Semiconductor ด้วยการเพิ่มงบประมาณในการทำวิจัย R&D ด้าน Semiconductor โดยตรง จากปัจจุบัน $1.7 billion ไปถึง $5.1 billion ในปี 2024 เพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า และเพิ่มงบประมาณในงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Semiconductor ประมาณ 2 เท่า จาก $4.3 billion ไปสู่ $8.6 billion ในปี 2024
3️⃣ อุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในอนาคต – ที่ผ่านมาอ้างอิงจาก PWC Research ในปี 2019 รายงานภาพรวมอุตสาหกรรม Semiconductor ในช่วงปี 2016-2022F เติบโตเฉลี่ยปีละ 9%
4️⃣ กำไรของหุ้นกลุ่มนี้เติบโตแข็งแกร่ง – KPMG ได้ทำการสำรวจบริษัทกลุ่ม Semiconductor พบว่า จากข้อมูลของบริษัททั้งหมด 85% จากบริษัททั้งหมด คาดว่ารายได้เติบโตในปี 2021 และจำนวนบริษัทจำนวน 79% คาดว่าจะมีกำไรเติบโตในปี 2021 เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทจำนวน 72% เชื่อว่า 5G จะเป็นเติบโตอย่างมากในอีกสองปีข้างหน้า (2022-2023)
มากไปกว่านั้นเราจะเห็นว่าหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Semiconductor มีแผนที่จะลงเงินลงทุนมหาศาลเพื่อรองรับ Demand ของกลุ่มนี้ อย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) วางแผนลงทุนสูงถึง $100 Billion ในอีกสามปีข้างหน้า หรือ Intel เองก็มีแผนลงทุนสูงถึง $20 Billion เช่นกัน
📌กอง SCB Semiconductor (SCBSEMI) น่าสนใจอย่างไร?
กองนี้เป็นกองประเภท Feeder Fund ลงทุนใน VanEck Vectors Semiconductor UCITS ETF โดยกองแม่เป็น Passive Funds ที่ลงทุนให้ใกล้เคียงกับดัชนี MVIS® US Listed Semiconductor 10% Capped Index (MVSMCTR) ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยกองแม่จะมีสัดส่วนการลงทุนในประเทศอเมริกา 75.44%, เนเธอร์แลนด์ 13.86%, ไต้หวัน 9.43% และสวิสเซอร์แลนด์ 1.22% หากดูที่กองแม่จะเห็นว่าลงทุนใน SCBSEMI ครั้งเดียวคือจบเลย เพราะได้ลงทุนในผู้นำด้าน Semiconductor ของโลก แบบครบทุกชื่อที่คนทั่วไปสามารถนึกได้
1
📌สัดส่วนหุ้น 5 อันดับแรกมีอะไรบ้าง?
1) ASML Holding เป็นผู้นำและจัดจำหน่าย เครื่องจักร อุปกรณ์ Software ที่ใช้ในการผลิต Chip ที่ใช้นวัตกรรม การพิมพ์วัสดุผิวเรียบแข็ง (lithography)
2) NVIDIA Corp เป็นผู้ผลิต GPU เป็นหน่วยประมวลผลทางด้านกราฟิกคุณภาพสูงที่มี interactive ใน laptops, workstations, โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ และนำไปใช้ในหลากหลายอาชีพ เช่น designers, ศิลปิน, นักวิทยาศาสตร์, และนักวิจัย เป็นต้น
3) Taiwan Semiconductor Manufacturing เป็นบริษัทรับจ้างผลิตและออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ อีกทั้งเป็นโรงหล่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์อิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีลูกค้า เช่น AMD, Apple Inc, Qualcomm เป็นต้น
4) Intel Corp เป็นบริษัทผลิต Chip ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากรายได้ และเป็นผู้จัดจำหน่าย microprocessors ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น Lenovo, HP, และ Dell เป็นต้น รวมไปถึงการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ Flash drive, Graphics Chip เป็นต้น
5) Texas Instruments Inc หนึ่งใน 10 บริษัทในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยดูจากยอดขาย เป็นบริษัทออกแบบและผลิต Integrated Circuit คุณภาพสูง ซึ่งมีการใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า และด้านอื่นๆ
📌ผลตอบแทนกองแม่ VanEck Vectors Semiconductor UCITS ETF
กองแม่มีผลตอบแทนใกล้เคียงกับ NASDAQ จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ผลตอบแทนฉีกอย่างเห็นได้ชัดปรับตัวขึ้นโดดเด่นไม่ว่าจะเกิดจาก Shortage ของ Semiconductor ก็ดีและ Demand ที่ล้น ด้านผลตอบแทนก็เติบโตก้าวกระโดดด้วยผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ตั้งกองสูงถึง 27% ต่อปี!! แน่นอนว่าผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถบอกในอนาคตได้ แต่หากมองดูภาพรวมกลุ่มเทคโนโลยีแล้วมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกลุ่ม Semiconductor จะไม่เติบโตต่อ ตาม Demand ที่ยังมีอีกมาก
ปัจจุบันกองนี้มีให้เลือกลงทุนแบบ SCBSEMI (A) หรือแบบสะสมมูลค่า และ SCBSEMI (E) หรือแบบ E-Class ด้วยนะ และตามความเห็นส่วนตัวของเด็กการเงิน มองว่าเนื่องจากเป็นกองแบบ Thematic ทำให้ควรลงทุนในแบบ satellite ไม่เกิน 20% ของพอร์ตโดยรวม และเหมาะกับคนที่ชื่นชอบหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก็ควรมอง Semiconductor ซึ่งเป็นเหมือนสิ่งที่คู่ขนานไปกับการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยีเช่นกัน โดยในระยะสั้น-กลาง ตลาดได้ตอบรับถึงดีมานด์ และการขาดแคลนชิพแล้ว ทำให้ upside อาจจะจำกัด แต่หากลงทุนระยะยาวหุ้นกลุ่มนี้ยังมีความ Sexy อยู่มาก
เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
โฆษณา