Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กานต์อ่าน White Paper
•
ติดตาม
12 มิ.ย. 2021 เวลา 09:06 • คริปโทเคอร์เรนซี
EP. 3 Cardano หรือ ADA ที่หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักกันดี
เพราะ Dev ออกสื่อบ่อยมาก หรือ หลาย ๆ คนอาจจะรู้จัก
จากการที่ Cardano เป็นหนึ่งใน Candidate ที่ได้รับฉายา ETH killer
(อีกฉายาก็ Stable Coin จริงๆ ไม่ใช่นะครับ บอกไว้ก่อนเขาแซวกันเล่นๆ 🤣)
มาดูกันว่า Cardano มีดีอย่างไร เพราะถึงแม้ Product จะยังมีออกไม่มาก แต่ก็เป็นเหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูงติด 1 ใน 5 ของ Coinmarketcap ได้ !!!
ประวัติผู้ก่อตั้ง :
Charles Hokinson เป็น CEO ของบริษัท Input Output (IOHK) อดีตเคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ร่วมกับ Vitalik (รายละเอียดอยู่ บทความที่แล้ว) ก่อนที่จะออกมาสร้าง Project ของตัวเอง หรือเหรียญที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้ คือ "Cardano" ที่เรารู้จักกันในตัวย่อว่า "ADA"
ที่มาของโครงการ :
Cardano (ADA) โครงการนี้กำนิดขึ้นในปี 2015 ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาสกุลเงินดิจิตัล ให้เป็นมากกว่าเรื่องของนวัตกรรม แต่เป็นการส่งมอบ ระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ที่ยั่งยืน สมดุล และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น พร้อม ๆ กันกับการมองหาแนวทางในการพัฒนาการใช้งาน โดย Cardano ไม่ได้เริ่มต้นด้วย Roadmap หรือ White Paper ที่ครอบคลุม เป้าหมายของโครงการทั้งหมด แต่ค่อนข้างครอบคลุมในเรื่องของการออกแบบ, กระบวนการที่ดีที่สุดในเชิงวิศวกรรมและช่องทางในการค้นคว้า โดยประกอบไปด้วยประเด็นที่น่าสนใจคือ
• การออกแบบสกุลเงินดิจิตัลแบบยั่งยืน เพื่อให้สามารถ ใช้งานบนมือถือได้อย่างปลอดภัย
• มีการทำการศึกษาจาก Altcoin ตัวอย่าง กว่า 1000 ตัว
• พยายามค้นหาจุดสมดุลระหว่างการกำกับดูแลที่มีต่อการค้า โดยสืบทอดหลักการบางอย่างมาจาก Bitcoin
Caradano แบ่งส่วนการพัฒนาออกเป็น 2 Layer โดยส่วนที่ไว้พิสูจน์ความปลอดภัยของ Proof of Stake เรียกว่า Cardano Settlement Layer (CSL) และ ส่วนที่เป็น Protocol เรียกว่า Cardano Computation Layer (CCL) ซึ่งการออกแบบนั้นเน้นไปที่การรองรับความคาดหวังทางสังคมของสกุลเงินดิจิตัล โดยแยกในส่วนของบัญชีแยกส่วนออกจากการคำนวณที่ซับซ้อน
1
Proof of Stake (PoS) :
Cardano (ADA) นั้นต่างจาก Bitcoin และ Ethereum ตรงที่ Cardano นั้นใช้ Proof of Stake (PoS) ในการขุดและการตรวจสอบ Block หรืออธิบายง่ายๆ ยิ่ง "นักขุด" (Miner) ถือเหรียญมากเท่าไหร่ กำลังการขุดของคุณก็มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการใช้กำลังไฟฟ้ามหาศาลของ Proof of Work (PoW) แถมมีความเสี่ยงในแง่ของการจู่โจมเครือข่ายที่น้อยกว่า PoW เพราะด้วยโครงสร้างจะทำให้การโจมตีระบบนั้นได้ประโยชน์น้อยกว่า โดย Proof of Stake Protocol ที่ Cardano ใช้ถูกเรียกว่า "Ouroboros" ซึ่งถูกสร้างโดยนักพัฒนาสกุลเงินดิจิตัลจาก 5 สถาบันชื่อดัง โดยมันสามารถทำได้มากกว่าการพิสูจน์ความปลอดภัยด้วยการใช้ แบบจำลองการเข้ารหัสที่เข้มงวด ที่ออกแบบมาอย่างยืดหยุ่นที่มีองค์ประกอบต่างๆมาช่วยให้ Protocol ทำงานได้ดีขึ้น
2
Side Chain :
Cardano มีการสนับสนุน Protocol ใหม่ที่พัฒนาโดย Kiayias, Mileer และ Zindros (KMZ sidechains) ที่มีพื้นฐานมาจาก Proof of Work (PoW) ซึ่งแนวคิดนี้ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยและการไม่ขยับเงินทุนจาก Cardano Settlement Layer (CSL) ไปสู่ Cardano Computation Layer (CCL) หรือ Blockchain ใดๆ ที่กำลังสนับสนุน Protocol โดยผู้ใช้จะได้รับการรับประกันเกี่ยวกับบัญชีและความสามารถในการดึงเงินกลับ เมื่อทำการคำนวณเสร็จ
Signature :
ปกติวิธีการทำธุรกรรมอย่างปลอดภัยของสกุลเงินดิจิตัล คือการใช้ Publickey Signature Scheme ที่ซึ่งทรัพย์สินจะถูกเก็บใน Publickey (Address) และถูกควบคุมโดย Private Key (Seed) อีกทีหนึ่ง
แต่ Cardano นั้นเลือกที่จะเริ่มโดยใช้ Elliptic Curve Cryptography (Ed25519 curve) และกำลังให้ความสนใจในการใช้ร่วมกับ BLISS-B เพื่อเพิ่ม Quantum Computer Resistant Signatures (ลายเซ็นที่ป้องกันควอนตัมคอมพิวเตอร์) ในระบบนิเวศน์ของ Cardano และ SECP256k1 เพื่อประสิทธิภาพในการงานร่วมกับสกุลเงินดิจิตัลรุ่นแรกๆ อย่าง Bitcoin
โดยที่ในอนาคตมีแผนจะเพิ่ม Signatur Scheme อื่นๆเข้าไป ผ่านการ Soft Fork ซึ่งทาง Cardano คิดว่าการที่เราใช้ Signature Scheme เดียวนั้นอาจทำให้มีจุดอ่อนในแง่ใดแง่หนึ่งในอนาคต แต่สกุลเงินดิจิตัลสกุลหนึ่ง ก็ไม่ควรจะรองรับทุก Signature Scheme เพราะจะเป็นปัญหาต่อลูกค้าในการทำความเข้าใจ
Scalability :
ในบทความแรกของเรา EP. 1 Bitcoin พูดถึง 3 สิ่งที่ไม่มีทางทำได้พร้อม ๆ กันในสกุลเงินดิจิตัล ก็คือ Scalability, Security, Decentralize เช่น Bitcoin นั้นมีจุดอ่อนในเรื่องของ Scalability ซึ่ง Cardano มองการแก้ไข้ในจุดนี้ไว้ โดยมี Ouroboros ที่อนุญาตให้สามารถกระจาย Consensus Node ที่ทำให้สามารถทำงานได้มากกว่า Protocol แบบดั้งเดิมที่ถูกพัฒนามากว่า 20 ปี เพื่อสามารถรองรับผู้ให้บริการข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง Google หรือ Facebook ได้
Sustainability :
ในด้านความยั่งยืนของ Network Cardano นั้นก็มีความใส่ใจในด้านนี้ โดยมีการพูดถึงความจำเป็น ที่ต้องคงความ Centralization ในช่วงแรกของการพัฒนาไว้
เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาที่รวดเร็วและคล่องตัว และมองว่าการที่จะปล่อยให้ เป็น Decentralizaiton เต็มรูปแบบนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และอาจเป็นไปได้ ซึ่งทางผู้พัฒนาจะพยายามหาจุดสมดุลในเรื่องนี้ โดยในอนาคตก็มีแผนที่จะทยอย เพิ่มความ Decentralize ในด้านแนวทางการพัฒนา Protocol เมื่อชุมชนเริ่มมีความพร้อมและเข้าใจธรรมชาติของสกุลเงินดิจิตัลดีขึ้นแล้ว
ปัจจุบันแม้ Cardano จะยังไม่มีผลิตภัณฑ์ออกมามากนัก แต่ก็มีความก้าวหน้ามา Update อย่างสม่ำเสมอจากทางผู้พัฒนา โดยสามารถติดตามได้ที่
Youtube Channel : Charles Hoskinson
ซึ่งที่ผ่านมาในเครือข่ายของ Cardano ก็พึ่งมีการเปิดตัว Alonzo Testnet ที่เกี่ยวกับการใช้ Smart Contract และ Revuto ซึ่งเป็น Dapp ตัวแรกบน Cardano ที่ช่วยเหลือด้านการควบคุมรายจ่ายของบริการที่เป็น Subscription เช่น Netflix, Youtube และ Amazon Prime
สามารถติดตาม White Paper ฉบับเต็มของ Cardano ได้ที่
URL :
https://whitepaper.io/document/581/cardano-whitepaper/download
25 บันทึก
15
4
9
25
15
4
9
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย